รู้จักสมิอฺนาฯ

111

สมิอฺนาฯเกิดมาได้ยังไงครับ ?

เอาไงดีละครับ จะเริ่มยังไงดี (นิ่งสักครู่ ทำท่าครุ่นคิด) อืม.. ขอเริ่มอย่างนี้ละกันนะครับ 3-4 ปีที่แล้ว(ปี 2550) มีพี่ชายที่พวกเรารักมากคนหนึ่งในญะมาอะฮฺ เป็นต้นตอการจุดประกายความคิดอยากทำวารสารแนวใหม่ขึ้นมาครับ หมายถึงการนำเสนอเนื้อหาอิสลามให้เข้มข้น หนักแน่นมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นเขาได้รับอะมานะฮฺเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการชมรมมุสลิม ม.อ.หาดใหญ่ คล้ายกับว่าตอนนั้นวารสารที่มีอยู่ยังไม่มีที่นำเสนออีกแง่มุมหนึ่ง เนื้อหาอีกระดับหนึ่ง คือง่ายๆ พูดแบบนักเลงก็คือยังไม่มีวารสารแบบนอกคอก(แต่อยู่ในกรอบ)หรือหัวก้าวหน้าน่ะครับ พี่เขาเลยเอ่ยปากขึ้นมาว่า อยากทำวารสารอีกบุคลิกหนึ่งออกสู่สังคม ต้องการความคิด ลีลาการเขียนที่ผิดแผกออกไป นั้นคือจุดเริ่มต้นของสมิอฺนาฯครับ

ชื่อสมิอฺนา วะอะตออฺนาล่ะ?

            เคยอ่านเรื่องราวของ ซัยยิด ญะมาลุดดีน อัลอัฟฆอนี (Sayyid Jamāl-ad-Dīn al-Afghān1838-1897) ไหม? ท่านเป็นสถาปนิกนักฟื้นฟูอิสลามแห่งศตวรรษที่ 20 เลยก็ว่าได้  เรารู้สึกตื่นเต้นและเกิดแรงบันดาลใจทุกครั้งที่ได้อ่านประวัติของเขา(มีในหนังสือ ’ขบวนการฟื้นฟูอิสลาม’ มัรยัม ญะมีละฮฺ เขียน ซึ่งพวกเรารู้สึกชอบหนังสือนี้มาก เอาไปถ่ายกันยกญะมาอะฮฺ) เขาพยายามปลุกมุสลิมในยุคที่อุษมานียะฮฺกำลังอ่อนแอให้ตื่นขึ้น ตระหนักกับการต่อสู้กับจักรวรรดินิยมตะวันตกและทำนุบำรุงศาสนาอิสลาม ว่ากันว่าเขาไม่มีบ้านเป็นหลักแหล่ง ไม่มีอาชีพที่ถาวร เพราะเขานำพาตัวเองไปประเทศต่างๆทั่วโลก แทรกซึมเข้าไปในหมู่ชนมุสลิมและเผยแผ่อุดมการณ์อันแรงกล้านี้ บ้างก็เข้าไปเป็นทหาร บ้างก็เข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ในรัฐบาล บ้างก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาในประเทศๆหนึ่ง ทว่าในทุกๆที่ที่เขาจากออกมานั้น จะเหลือไว้ซึ้งเชื้อของการปฏิวัติหรืออุดมการณ์แนวคิดศาสนาให้ผู้คนเสมอ ในปี 1884 ที่ปารีส เขากับลูกศิษย์คนสำคัญชื่อ มุหัมมัด อับดุฮฺ ได้ออกวารสารชื่อ อัลอุรวะอัลวุษกอ(ห่วงอันมั่นคง) (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 2 : 256) เป็นปฐมบทของการปูทางสู่หนังสือแนวคิดอิสลามอันหนักแน่นในเวลาต่อมา เช่น อัล-มะนาร (เล่มต่อของอัลอุรวะตุลวุษกอ เปลี่ยนชื่อ และบรรณาธิการเป็นชัยคฺ มุหัมมัด รอชีด ริฎอ) ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อนักการศาสนาทั่วโลกที่ไปศึกษาที่หะเราะมัยนฺ ในไทยก็มีนะ เช่น อะหฺมัด วะฮฺฮาบ มินังกาเบา ครูของครูแอ พัทลุง กับ อาจารย์ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ ก็ได้แนวคิดจากวารสารเล่มนี้รวมถึงเคยส่งมาให้พ่อที่อยู่ที่อินโดนีเซียให้ได้อ่านด้วย ตอนพวกเราอยู่ปีหนึ่ง เรารู้สึกว่าการตั้งชื่อหนังสือเป็นอายะฮฺกุรอานนี่ มันเท่ห์ดีแฮ่ะความหมายก็ยิ่งโดน… ในเวลานั้นก็นึกถึง วลี สมิอฺนา วะอะตออฺนา(เราได้ยินและเราได้ปฏิบัติตามแล้ว) (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 2 : 285) จึงได้เลือกวลีนี้มาเป็นหัวหนังสือ คือหนังสือของซัยยิด วีรกรรมของพวกเขา เป็นแรงบันดาลใจนั่นเองครับ

ทีมงานมีการวางแผนในการทำกันยังไงบ้างครับ ?

ทีมงานหรือครับ ไม่รู้ว่าจะเรียกทีมงานได้หรือเปล่า เพราะในระยะแรกเรามีกันแค่สองคนน่ะครับ หมายถึงคนทำจริงๆ คนหนึ่งคือหัวหน้าฝ่ายวิชาการชมรม อีกคนเป็นลูกมือท้ายมุศ็อลลา ส่วนการวางแผนหรือครับ บอกตรงๆเลยว่า เราไม่มีผงไม่มีแผนอะไรเลย ใช้ใจทำอย่างเดียว คือเหมือนกับว่าคนที่ทำสมิอฺนาฯ เขียนสมิอฺนาฯนั้น มีรสนิยมในการอ่านหนังสือ และอุดมการณ์ที่เหมือนกัน หรือใกล้เคียงกันมาก ไม่ต้องบอกว่าให้แต่ละคนเขียนอะไร แนวไหนยังไง คือสิ่งที่เขาคิด เขายึดถือนั้นแหละ คือสมิอฺนาฯครับ ที่สำคัญนะ!(เน้นเสียง) สมิอฺนาฯมีขึ้นบนพื้นฐานของการยอมรับในความจริงว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องที่สวยงามเสมอไป เราต้องรับรู้ในเรื่องที่หนักๆไปด้วย แต่ในความเป็นตัวเราก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ผ่อนปรนในเนื้อหานะครับ เรามีเนื้อหาที่หลากหลาย ตั้งแต่อ่านแล้วต้องร้อนตัวตามล่าหาคนเขียน จนถึงอ่านแล้วซาบซึ้งกินใจ  พูดง่ายๆเราก็เหมือนท่านเศาะลาหุดดีน อัยยูบี ที่บอกว่าในระหว่างสงครามชีวิตตนนั้นไม่เคยยิ้มเลยเพราะจะให้ยิ้มเช่นใดในเมื่ออัลอักศอยังอยู่ในมือของพวกครุเสดบางทีอาจมีเสี้ยวเวลาหนึ่งที่ท่านยิ้มออกมา แต่ท่านพูดในเชิงเปรียบเทียบภาพรวมของความรู้สึก ความจริงใจและการต่อสู้ของพวกเขานั่นเอง

ส่วนเรื่องวารสารอยากให้ออกมาอย่างไรนั้น เราอยากนำเสนอข้อมูล เนื้อหาสาระอีกระดับหนึ่งซึ่งต่างจากวารสารที่มีอยู่โดยทั่วไปในตอนนั้น ให้มันหนักขึ้นมาหน่อย อ้อ… แล้วที่สำคัญเป็นวารสารที่นำเสนอออกมาแล้ว ไม่แข็งทื่อและด้านจนเกินไป คือพยายามใช้รูปเบบของวรรณกรรมมาประยุกต์ใช้น่ะครับ

เมื่อสักครู่ที่บอกว่า มีรสนิยมในการอ่านหนังสือเหมือนกัน ไม่ทราบว่าอ่านอะไรกันบ้างครับ ?

หลักๆก็จะเป็นหนังสือของ โต๊ะครูเมาดูดี ลุงซัยยิด กุฏุบ พี่หะสัน อัลบันนา… คือเราไม่แน่ใจว่าเด็กปอเนาะเกือบทุกคนเป็นแบบนี้หรือเปล่า พวกเราจะเก็บหนังสือศาสนามาอ่านเยอะมาก ทั้งที่ตอนเรียนปอเนาะหรือมัธยมนั้น เราไม่ค่อยอยากเรียนศาสนาเท่าไร คือพอมาวันนี้ เห้ย…คือมันมีภาษาไทยอ่ะ เยอะมากด้วย เลยตามล่ามาอ่านกัน แล้วก็จะมีพวกวารสาร นิตยสารเก่าๆ ที่ตอนนี้ไม่มีให้อ่านแล้วอย่างอัล-ญีฮาด ทางนำ อัดดะอฺวะฮฺ เป็นต้นครับ และส่วนหนึ่งก็คือเราอ่านหนังสือวรรณกรรมครับ ทำไมต้องวรรณกรรม ก็เพราะว่าวรรณกรรมคือผลแห่งการสังเกตความเป็นไปของผู้คนและสังคม อีกทั้งรูปแบบ ลีลาการนำเสนอเรื่องราวก็ลึกซึ้ง นี้แหละที่เรามาปรับใช้กับวารสาร ใช้ในการนำเสนอเนื้อหาอิสลามแด่พี่น้อง

แล้วที่บอกว่าแจกฟรี แจกยังไง ตอนไหนครับ แล้วงบเอามาจากไหน ?

แจกตอนงานบรรยายธรรมของชมรมครับ เราจะทำสมิอฺนาฯวางไว้ที่งานบรรยายธรรมครับ เป็นวารสารรายสะดวกออก คือออกเฉพาะงานบรรยายธรรมชมรม จนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งไปแล้วว่า งานบรรยายธรรมจะมีสมิอฺนาฯวางอยู่ให้หยิบ เรามีปณิธานคือ จะวางให้หยิบแต่จะไม่แจก เพราะต้องการคนที่จริงใจในการสนองตอบความรู้จริงๆ ไม่ใช่แจกไปแล้วบางคนก็เอาไปทำเป็นพัด พัดลมใส่ตัวเอง บางคนก็เอามารองชามมาม่า ฯลฯ เล่มแรกๆจะเป็นการริกโก้ (บางทวีปของไทยเรียกว่าซีร็อกซ์ หรือการถ่ายเอกสารชุดใหญ่ๆน่ะครับ ใช้หมึกผง เห็นภาพดีมั้ยล่ะครับ) โดยเราเอากระดาษไป ให้ทางมหา’ลัยริกโก้ให้น่ะ ริกโก้ฟรี แต่ผลที่ออกมาไม่ค่อยดีเลยครับ ตัวอักษรไม่ติดบ้าง หมึกเลอะเทอะบ้าง ส่วนรูปประกอบนั้น แยกไม่ออกเลยครับว่า อันไหนเป็นคน อันไหนเป็นฉาก ช่วงหลังๆ มีคนบริจาคมาบ้าง สมทบทุนให้บ้าง เราก็เลยขยับขึ้นมาเป็นถ่ายเอกสาร(ระบบดิจิตอล) คราวนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย

ผลตอบรับเป็นไงบ้าง ?

เขาเอาสมิอฺนาฯไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะอ่านนะ จะเปิดๆดูว่าสมิอฺนาฯเล่มนี้นำเสนอไรบ้าง เคยมีเล่มหนึ่งครับ กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา โดนหาว่านำเสนอข้อมูลผิดๆ เป็นเล่มสี่น่ะครับ คือได้ไปแตะประเด็นของโต๊ะครู ฮายีฮารูน เราก็ยอมรับนะครับว่าเราเองก็ผิดจริงที่จำสลับระหว่างสกู๊ตเตอร์กับเวสป้า และบางเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง คือเราเข้าใจนะครับว่าหนังสือเป็นสิ่งซึ่งมนุษย์ไม่ได้เรียกร้องต้องการ ไม่เหมือนข้าวปลาอาหาร ยารักษาโรค หรือยวดยานพาหนะ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานปกติของมนุษย์ มันเห็นภาพชัดเจน กินข้าวแล้วอิ่มท้อง กินยาแล้วหายป่วยไข้ หนังสือจึงอยู่เหนือวิถีปกติของผู้คน ไม่ต้องอ่านหนังสือ ชีวิตก็ดำรงอยู่ได้ จึงมีนะครับบางคนที่หยิบสมิอฺนาฯแล้ว ม้วนๆสอดไว้ใต้รักแร้ โอ๊ย ทิ่มแทงใจเหลือใจเหลือเกิน รู้ไหมครับว่ากว่าจะออกมาแต่ละเล่มได้ ต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง กว่าจะแย่งยื้อเรื่องราวจากอากาศธาตุว่างเปล่าให้มาปรากฏขึ้นในหน้ากระดาษ มันยากลำบากขนาดไหน ได้ต้นฉบับมาก็ต้องช่วยกันเข้าเล่ม ไหนจะต้องเรียงหน้ากระดาษให้ถูก ไหนจะต้องแม็กเย็บติดกัน ทีละเล่มๆ

ทีมงานสมิอฺนาฯเกือบทั้งหมดเป็นนักศึกษาใช่ไหม ? แล้วอนาคตสมิอฺนาฯล่ะ?

เรื่องอนาคตเรามอบหมายให้เอกองค์อัลลอฮฺ(สุบฯ) ครับ แต่ลึกลงไปสุดขั้วหัวใจทีมงานทุกคนอยากให้ไปต่อครับ พูดเอาแบบไม่อายปากตัวเองก็คือ อยากได้คนที่เติบโตมากับสมิอฺนาฯ อ่านสมิอฺนาฯอยู่เนืองนิตย์ และใจรักในการทำงานหนังสือ อยากดะอฺวะฮฺผ่านตัวอักษร มาเป็นทีมงานมารับไม้ผลัดถัดจากรุ่นพวกเรา และรุ่นต่อๆไปครับ ต่อไปจวบจนวันที่นบีอีซาหวนกลับมายังโลกมนุษย์ และทั้งโลกมีแต่ความสงบสุข กระทั่งมุสลิมะฮฺสามารถเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวได้โดยไม่ประหวั่นพรั่นพรึง และเด็กๆสามารถเล่นกับงูได้ครับ หวังว่าจะเป็นไปตามนั้นนะครับ อินชาอัลลอฮฺ

ปล.หาอ่านฉบับเต็มได้ใน สมิอฺนาฯ 11 l ปอเนาะของเราน่าอยู่


ติดต่อสมิอฺนา
smiana_hub@hotmail.com

facebook:
www.facebook.com/SmianaMag

twitter:
http://twitter.com/#!/smiana

อ่านสมิอฺนาออนไลน์:
issuu.com/smiana

7 thoughts on “รู้จักสมิอฺนาฯ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s