Srebrenica‬ ‪: ‎สิบวันแปดพันศพ‬

7

‪#‎Srebrenica‬ ‪#‎สิบวันแปดพันศพ‬

กรกฏาคม 2558 ครบรอบ 20 ปีสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมในยุโรปโดยกองกำลังฝ่ายบอสเนียเชื้อสายเซิร์บและกองกำลังสหประชาชาติ (ยืนดูและส่งตัวมุสลิมให้ฝ่ายเซิร์บ) ในประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา โดยเฉพาะใน Srebrenica 10 วัน 8,000 ศพ เป็นการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดหลังสงครามโลกครั้งสอง มีประธานาธิบดีสโลโบดัน มิโลเซวิช แห่งเซอร์เบีย (ตายในคุก) นายพลรัตโก มาลาดิช (อยู่ระหว่างพิจารณาคดีอาชญากรสงคราม) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทุกวันนี้คลิปขณะนายพลรัตโก นำทหารเข้าสู่เซเบรนิกาประจัญหน้ากับชาวมุสลิมในเมืองซึ่งมีทหารสหประชาชาติ ยืนอยู่ตามจุดต่างๆยังคงติดอยู่ในความทรงจำ นายพลรัตโกพูดต่อหน้าประชาชนว่าไม่ต้องกลัวเขา เขามาเพื่อปกป้องทุกคน เขากอดคนแก่ ยิ้มให้เด็กๆ แล้วแจกช็อกโกแลตให้พวกเขาด้วย แต่แล้วไม่กี่วันหลังจากนั้น เขาก็นำตัวผู้ชายทั้งหมดแยกจากผู้หญิงและเด็ก นำไปฆ่าหมู่อย่างโหดเหี้ยมเกือบเกลี้ยงหมู่บ้าน ส่วนผู้หญิงก็นำไปข่มขืนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์

สงครามบอสเนีย เป็นสงครามทางเชื้อชาติ เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1992-1995 ในอดีตประเทศยูโกสลาเวียที่แตกกระเซ่นจาก 6 รัฐไปเป็น 6 ประเทศ คือ โครเอเชีย, สโลเวเนีย, มาซิโดเนีย, มอนเตเนโกร, เซอร์เบีย และ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา ของคน 3 เชื้อชาติคือ เซอร์เบียน (คริสต์ออเทอร์ดอกซ์) บอสเนียน (มุสลิม) และโครเอเชียน (คริสต์โรมันคาทอลิก) ภายหลังการตายของนายพล โจเซฟ ตีโต, สโลโบดัน มิโลเซวิช ผู้นำคนถัดไปที่เป็นคอมมิวนิสต์หัวรุนแรง รื้อฟื้นความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ต้องการให้บอสเนียเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเซิร์บที่ใฝ่ฝัน จึงส่งกองกำลังทหารเข้าเข่นฆ่าประชาชนและนำมาสู่โศกนาฏกรรมที่เซเบรนิกา เมืองชายแดนเซอร์เบีย-บอสเนียฯ ข้างต้น

หนังสือ ‘บอสเนีย เฮอร์เซโกวินา แดนมิคสัญญี’ ผลงานของ ดร.กิติมา อมรทัต ผู้ล่วงลับ (ขออัลลอฮฺเมตตาท่าน) ที่เขียนก่อนโศกนาฏกรรมที่เซเบรนิกา แต่ก็ศึกษาค้นคว้าและตีแผ่รายละเอียดของเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เกิดได้อย่าง ละเอียดที่สุดก็ว่าได้ จึงนับว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเล่มที่น่าหามาอ่านมากๆ เพื่อเก็บและทบทวนบทเรียนที่เกิดขึ้น รวมถึงได้รู้ถึงเล่ห์กลขององค์กรระดับโลกอย่างสหประชาชาติในเวลานั้น ที่มีีเอี่ยวในการเข่นฆ่าประชาชนอยู่ก็มาก ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมลิ้นสองแฉกไม่ยอมให้ทหารมุสลิมจากประเทศอื่นเข้ามาอยู่ ในกองกำลังรักษาสันติภาพ แต่ยอมให้ทหารรัซเซียที่เป็นมิตรกับเซิร์บเข้าร่วมได้ พร้อมๆกับนโยบายคว่ำบาตรการใช้อาวุธในบอสเนียแต่เซิร์บกลับได้รับอาวุธจาก บัลแกเรียและเซอร์เบียอยู่เนื่องๆ และแม้ทุกวันนี้ รัตโก มาลาดิช ในวัย 70 กว่าก็ยังไม่ถูกตัดสินคดี เพียงเพราะอ้างว่ายังอยู่ในการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของเหยื่อสังหารใน ครั้งนั้น จะมีอะไรน่าแปลกใจซะอีกสำหรับพติกรรมขององค์กรพวกนี้ ที่ไม่ได้จริงใจมาตั้งแต่เริ่มต้นของการแก้ปัญหา

ทุกวันนี้โลกมุสลิมเต็มไปด้วยปัญหา อิหร่านกับอเมริกาก็ต้องการตะวันออกกลางจึงเที่ยวก่อสงครามตัวแทนไปทั่ว เมียร์มาต้องการรัฐยะไข่จึงไล่ฆ่าชาวโรฮิงญา จีนต้องการแผ่นดินเกิดของอุยกูร์จึงไล่ฟันจนต้องระเห็จเร่ร่อนมาไทยและ รัฐบาลไทยก็ร่วมก่ออาชญากรรมด้วยการส่งผู้ลี้ภัยกลับไปยังจีนอีก เวลาเราดูข่าวพวกนี้แล้วบางทีที่สุดแล้วก็ได้แต่เจ็บใจเพราะทำอะไรเขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยการได้รับรู้ข้อมูลและสามารถเล่าต่อให้เด็กๆ ให้ลูกหลานฟัง ก็นับเป็นการปลูกฝังความคิดในเรื่องการรักเพื่อนมนุษย์ และรังเกียจคนเลว แม้เขาจะมีตำแหน่งอะไรก็ตามแต่ในรัฐบาล ขึ้นได้ บางทีปัญหาทุกอย่างจะจบลงได้ก็ต่อเมื่อคนเลวพวกนี้ตายๆไปทั้งหมดนั่นละ แม้จะรู้ว่าไม่มีวันก็ตาม.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s