เกิดอะไรขึ้นในตะวันออกกลาง

1

เกิดอะไรขึ้นในตะวันออกกลาง :
มุมมอง ศ.ดร.ฏอริก เราะมะฎอน หลานชาย อัชชะฮีด อิมามหะสัน อัลบันนา
Abdulevvel Siddiq / แปลและเรียบเรียง

จากการที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ ศ.ดร.ฏอริก รอมฎอน (Tariq Ramadan) นักคิดนักวิชาการมุสลิมชื่อดังในยุโรปขณะมาบรรยายในงานวิชาการงานหนึ่งในประเทศตุรกี ซึ่งสัมภาษณ์โดยนักข่าวของสำนักข่าวอัลญาซีเราะฮฺคนหนึ่ง จึงเห็นว่าควรจะแปลและนำเสนอมุมมองอีกมุมมองหนึ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกมุสลิมสำหรับผู้สนใจ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยพูดกันประจำว่า ลึกๆของปัญหาในโลกมุสลิมนั้นเป็น ‘วิกฤติการทางปัญญาที่มีความเป็นนามธรรม’ สูง ซ่อนอยู่ภายในปัญหาที่เห็นเป็นรูปธรรม หวังว่าเนื้อหาสั้นๆนี้จะเป็นอีกหนึ่งที่ทำให้เราได้คิดและเกิดปัญญาอันเป็นดั่งอิบาดัตอย่างหนึ่งของสมองเรา อินชาอัลลอฮฺ

.
อัลญะซีเราะฮฺ : กลุ่มเยาวชนในอียิปต์ได้รวมตัวกันออกสู่ท้องถนนด้วยความหวังในความเปลี่ยนแปลง แต่ก็เกิดการยึดอำนาจโดยทหาร บรรดาผู้นำขบวนการอิควาน อัลมุสลิมูน ที่ได้รับการสนับสนุนจากมวลชนจำนวนมากถูกตัดสินประหารชีวิต กลุ่มเยาวชนที่ออกเคลื่อนไหวบนท้องถนนเหล่านี้ที่กำลังสูญเสียความเป็นองค์กร มีทางเลือกใดบ้างที่เป็นไปได้สำหรับพวกเขา?

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : อันที่จริงในตอนเริ่มต้นมวลชนทั้งหมดนั้นต่อต้านระบอบมุบารัคอดีตประธานาธิบดีอียิปต์ พวกเขาต้องการการให้เกียรติ ความยุติธรรม และเสรีภาพ มวลชนทั้งหมดนี้ไม่ได้สนับสนุนขบวนการอิควานฯ แต่ขบวนการอิควานฯ มีความเป็นระบบมากที่สุดจากทั้งหมด พวกเขาจึงสามารถขึ้นสู่อำนาจได้หลังจากมุบารัค มวลชนคิดว่าพวกเขาจะสามารถเอากองทัพออกจากการเมืองได้ง่าย แต่ที่อียิปต์กองทัพกุมเศรษฐกิจถึงหนึ่งในสามของเศรษฐกิจทั้งประเทศ หมายถึงกองทัพนั้นคือองค์กรที่ควบคุมประเทศอียิปต์ได้อย่างน้อย 40% กองทัพซึ่งเป็นองค์กรที่มีผลประโยชน์ของตัวเองที่ต้องปกป้องในช่วงเหตุการณ์เริ่มเกิดขึ้น เลือกที่จะอยู่เฉย แต่หลังจากนั้นก็เริ่มต้นด้วยการตัดไฟฟ้า และควบคุมแหล่งพลังงานและทุนทั้งหลายและใช้มันเป็นเครื่องมือในการเล่นเกมส์การเมือง ในการเคลื่อนไหวที่มวลชนมากมายนิยมนั้น ผู้คนต้องการเห็นผลแบบรวดเร็ว กลุ่มอิควานฯได้พยายามบริหารประเทศในภาวะที่ย่ำแย่ดังที่กล่าวมา เหล่าคนรวย (ซึ่งเติบโตมาจากนโยบายเศรษฐกิจของกองทัพ) ต่างก็ออกมาสนับสนุนกองทัพด้วยการใช้สื่อและโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ คนรวยได้ลงทุนเพื่อต่อต้านกลุ่มอิควานฯ ด้วยการสนับสนุนกองทัพ สุดท้ายสังคมจึงแบ่งเป็นขั้วๆอย่างชัดเจน ตอนนี้มันค่อนข้างชัดเจนว่าผู้คนเริ่มรุ้สึกว่าตัวเองเริ่มไร้ทางออกและคิดว่าตัวเองก้าวต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว นายพลอะซีซีเป็นเผด็จการที่แย่กว่าอดีตเผด็จการอื่นๆที่พวกเขาเคยพบเจอ มันมีทางเลือกอยู่บ้าง ก็คือให้ประธานาธิบดี อับดุลฟัตตาหฺ อัซซีซี (Abdelfattah el-Sisi) ทิ้งอำนาจเสีย แต่ทว่านานาชาติได้ทำในสิ่งที่ตรงข้ามจากนั้น นานาชาติยิ่งสนับสนุนให้เขาเข้มแข็งขึ้นด้วยหนทางต่างๆ ศาลอียิปต์ก็ตัดสินประหารชีวิตอย่างต่อเนื่อง ปัญหาทั้งหมดถูกจำกัดให้ถูกมองว่าเป็นแค่ปัญหาความมั่นคง

.
อัลญะซีเราะฮฺ : แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีสภาวะที่เราได้พูดถึงทั้งหมด เราก็ยังพูดถึงกลุ่มเยาวชน มันไม่มีทางเลือกที่เป็นไปได้อื่นเลยหรือให้พวกเขา? พวกเขาต้องเลือกเป็นพวกหัวรุนแรงที่ใช้ความรุนแรง? หรือพวกเขาต้องลองวิธีการเดิมอีกครั้ง?

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : การเลือกทางเดิมเหมือนที่เคยสำเร็จในครั้งมุบารัคน่าจะดีที่สุด แต่มันจะไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อนอีกต่อไป ในภูมิภาคตะวันออกกลางมันมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มประเทศตะวันตกกับประเทศตะวันออกอย่างประเทศจีนอยู่ ในสถานการณ์แบบนี้เราต้องเลิกคิดการเป็นคนที่คิดทำอะไรแบบมักง่าย นายพลอัซซีซีตอนนี้ปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาแทบเต็มรูปแบบ การคิดจะล้มเผด็จการนี้โดยการสร้างกระแสให้มวลชนนิยมดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก

.
อัลญะซีเราะฮฺ : คุณทำให้เราเห็นภาพแห่งความสิ้นหวังมากๆ

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : ใช่ครับ แต่มันคือความจริงที่เกิดขึ้น ผมเสียใจ

.
อัลญะซีเราะฮฺ : แล้วคุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป?

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : ผมคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปอีกสักระยะ อย่างน้อยก็ในระยะที่ไม่ได้สั้น

.
อัลญะซีเราะฮฺ : ขอเปลี่ยนไปเป็นเรื่องเยเมน มีคนมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่เยเมนมันคือสงครามระหว่างลัทธิทางความเชื่อ คุณเห็นด้วยไหม?

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : จำเป็นต้องเข้าใจประเทศเยเมนไปพร้อมๆกับประวัติศาสตร์และยุทธภูมิศาสตร์ของประเทศนี้ ประเทศเยเมนถึงจะเป็นประเทศที่ยากจนแต่ก็เป็นประเทศที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เราจะเห็นได้ว่าจู่ๆก็มีกลุ่มอัลกออิดะฮฺจากอัฟกานิสถานและปากีสถานมาโผล่ในเยเมน การที่เยเมนสูญเสียความมั่นคงมันจะทำให้กลุ่มประเทศในคาบสมุทรทั้งหลายเข้าสู่ภาวะอันตรายได้ ประเทศเยเมนเองก็เคยมีประวัติแบ่งเป็นเยเมนเหนือและเยเมนใต้ การจะเล่นเกมส์การเมืองในประเทศนี้ผ่านรอยร้าวจากการเคยถูกแบ่งก็มีความเป็นไปได้ ในวันนี้มีการอธิบายว่ามันเกิดปัญหาจากกลุ่มชีอะฮฺซัยดีซึ่งมีความใกล้เคียงกับซุนนี แต่ถูกอิหร่านสนับสนุน แต่สิ่งนี้ไม่เพียงพอที่จะให้ความหมายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและการบอกว่าสาเหตุมาจากนิกายหรือลัทธิที่ขัดแย้งกันก็เป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้น เราต้องไม่ลืมความจริงที่เกิดขึ้นระหว่างซาอุดิอารเบียและอิหร่านที่ปรากฏในซีเรีย เราไม่ปฏิเสธความจริงว่าทั้งสองนั้นทำการหล่อเลี้ยงความขัดแย้งระหว่างนิกายหรือลัทธิทางความเชื่อ แต่สิ่งที่เป็นสิ่งสำคัญหลักในเรื่องคือผลประโยชน์ทางยุทธภูมิศาสตร์ ด้วยเหตุนี้เองทั้งภูมิภาคจึงตกอยู่ในสภาพที่อ่อนไหวและได้เกิดคำถามว่าใครจะเป็นผู้เล่นบทบาทใหม่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหล่าประเทศมหาอำนาจจากภายนอกเล่นบทบาทในพื้นที่ตะวันออกกลางบนพื้นฐานความมั่นคงเป็นหลัก และในระหว่างที่เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้น อิสราเอลก็สูบทรัพยากรต่างๆของแผ่นดินปาเลสไตน์ด้วยการสร้างนิคมต่างๆอย่างคล่องตัว

.
อัลญะซีเราะฮฺ : คุณรู้สึกสิ้นหวังกับเรื่องซีเรียหรือไม่?

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : ผมรู้สึกผิดหวังตั้งแต่เริ่มแรกของเหตุการณ์ ตอนเริ่มเกิดเรื่องผมกล่าวว่า “พวกเขาจะตกลงกันไม่ได้ในเรื่องซีเรีย” และความจริงมันก็เกิด เมื่อตอนแปดเดือนแรกที่เกิดเรื่อง ยุโรปและรัฐบาลโอบามาได้บอกกับรัฐบาลซีเรียให้ทำการปฏิรูปประเทศ หลังจากนั้นพวกเขาก็บอกให้รัฐบาลซีเรียปล่อยมือ หลังจากนั้นก็เกิดการต่อต้านรัฐบาลที่เกิดขึ้น บัชชารฺ อะสัดก็เจ้าเล่ห์และฉลาดด้วยการผลักดันให้กลุ่มหัวรุนแรงแบบอัลกออิดะห์เข้าไปอยู่ฝ่ายเดียวกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ซึ่งบัชชารฺก็ใช้ข้ออ้างนี้ในการสร้างสถานะให้ตัวเองเป็นพันธมิตรกับกลุ่มอเมริกาและตะวันตกในการต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงและเขาก็ยังเล่นบทบาทด้วยข้ออ้างนี้ ตอนนี้ฝ่ายอเมริกาเขาอธิบายเหตุการณ์ซีเรียว่ามันคือการปะทะในระดับต่ำที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หมายความว่าอาวุธยังขายกันได้ ธุรกิจการเงินยังทำกันได้และผลประโยชน์ต่างๆยังรักษากันได้ ยังเดินกันได้ แต่ไม่มีใครสนใจคนที่ตายเลย และยิ่งไปกว่านั้นปัญหานี้ยิ่งทำให้ภูมิภาคไร้ความมั่นคง สถานการณ์นี้มันจะไม่จบในเร็ววันเพราะพวกเขายังจำเป็นต้องพึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากเหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ สหรัฐอเมริกาก็จะมีความชอบธรรมในการรักษาการคงอยู่ของตัวเองในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาจะให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นทางให้เกิดการปะทะระหว่างประเทศต่างๆ พวกเขาจะกล่าวแก่ประเทศต่างๆในภูมิภาคได้ว่า “พวกคุณกำลังถูกคุกคาม” แม้กระทั่งประเทศตุรกีซึ่งเป็นประเทศที่มีกิจการต่างประเทศที่เข้มแข็งยังต้องประสบปัญหาเรื่องพรมแดนที่อ่อนไหวง่าย นี่มันจะกลายเป็นวัฏจักรที่หมุนเวียนนำความพินาศมาสู่ภูมิภาค แต่ว่าอเมริกา อิสราเอล และยุโรปจะได้รับประโยชน์จากการเมืองแบบนี้อย่างน่าพอใจสำหรับพวกเขา ความไม่มั่นคงของภูมิภาคจะทำให้มหาอำนาจจากข้างนอกมีโอกาสในการสร้างตัวละครใหม่ๆหรือรูปแบบใหม่ๆที่จะให้เห็นภาพลักษณ์ทางการเมืองของสังคมในรูปแบบต่างๆในระยะยาว

.
อัลญะซีเราะฮฺ : ในสภาพที่น่าหดหู่นี้ ผู้คนในภูมิภาคซึ่งหมายรวมถึงมุสลิมควรทำอย่างไร?

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : นักปรัชญาชาวอัลญีเรีย มาลิก บินนบี (Malek Bennabi) ได้กล่าวไว้ว่า “เราตกเป็นอาณานิคมเพราะว่าเรานั้น (มีสภาพที่ควร) ตกเป็นอาณานิคมได้เอง” ผมมักจะพูดถึงประโยคนี้บ่อยๆ เราถูกแบ่งแยก–เพราะว่าสภาพเรามันเหมาะสมแก่การแบ่งแยก เราถูกแบ่งเป็นขั้ว–เพราะสภาพเรามันเหมาะแก่การถูกแบ่งเป็นขั้ว ผมมักจะตอบแบบคร่าวๆอย่างนี้ ใช่ครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าความจริงเรามีสีที่แตกต่างกันของกลุ่มคนในภูมิภาค เช่น เป็นสุนนีหรือเป็นชีอะฮฺ แต่เราก็มักจะตกสู่การเป็นเหยื่อในการหล่อเลี้ยงความรุนแรงด้วยการให้ความร่วมมือของตัวเราเอง สภาวะเช่นนี้เคยปรากฏมาแล้วในสงครามระหว่างอิรักกับอิหร่าน การออกสู่ท้องถนนของผู้คนในประเทศบาห์เรนถูกอธิบายในแง่เดียวว่ามันคือการต่อต้านพวกสุนนีของพวกชีอะฮฺ สื่อสนุกที่จะอธิบายแบบนี้ เราก็ยอมรับการอธิบายเหตุการณ์แบบนี้โดยไม่ตั้งคำถามให้รอบคอบ ความจำเป็นของเราคือเราต้องการ ‘นักคิดวิเคราะห์ทางปัญญา’ เราต้องการ ‘นักวิชาการที่เป็นวิชาการ’ และเราต้องการ ‘การทำงานของภาคประชาชน’ เราต้องการองค์กรและโครงสร้างใหม่ๆที่จะมาเข้าใจและปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมในการเคลื่อนไหวแบบใหม่ แต่แน่นอนสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ รัฐบาลทั้งหลายที่มีอยู่ไม่ได้ตอบโจทย์ของผู้คนและไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของผู้คน แม้กระทั่งการปกป้องผลประโยชน์ในระดับภูมภาคก็ไม่ได้เป็นเป้าหมายของรัฐบาลเหล่านี้ ในขณะเดียวกันเราต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลเหล่านี้ล้วนปกป้องผลประโยชน์ของมหาอำนาจนอกภูมิภาคแทบทั้งสิ้น

.
อัลญะซีเราะฮฺ : คุณบอกว่าเราต้องการพึ่งการทำงานภาคประชาชน นักคิดวิเคราะห์เชิงปัญญา นักวิชาการที่เป็นวิชาการ แต่ฉันคิดว่า ยกตัวอย่างเช่นเรื่องกลุ่ม ISIS ฉันคิดว่าการที่พวกเขาอ้างอิสลามนั้น นักคิดนักวิชาการอิสลามเองยังไม่ให้การแสดงออกในคำตอบที่ชัดเจนอย่างเพียงพอ เขาอธิบายกันเพียงว่า “นี่มันแผนของพวกตะวันตก” หรือไม่ก็กล่าวว่า “นี่มันไม่ใช่อิสลามที่ถูกต้อง” เขาอธิบายกันง่ายๆแค่นี้ ฉันคิดว่าอย่างนั้น คุณเห็นด้วยไหม?

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : ครับ ผมเห็นด้วยกับคุณ การกล่าวว่า “ดาอิชหรือไอสิสเป็นแผนหลอกลวง เป็นของปลอม” มันไม่ให้จุดยืนที่มั่นคงอะไรเลยแก่เรา เราหยุดเพียงแค่นี้ไม่ได้ เราจำเป็นต้องตอบด้วย ‘คำตอบที่เป็นอิสลามิค’ พวกเขาทำให้สาสน์อิสลามถูกสื่อออกมาเพี้ยน พวกเขาอ้างอิงแหล่งฟัตวาและอ้างอิงนักวิชาการอิสลามในช่วงศตวรรษที่ 7 อย่างอิมามอิบนุตัยมียะฮฺ ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีอิทธิพลต่อกระแสสะละฟี แต่พวกเขาอ้างอิงอิมามอิบนุตัยมียะฮฺอย่างผิดเพี้ยน เราจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาในการให้คำตอบทางศาสนาในเรื่องทั้งหมดนี้ แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องมีการวิเคราะห์ทางการเมืองด้วยเหตุผลทางรัฐศาสตร์ด้วย เราต้องถามว่าพวกเขามาจากไหน? ใครช่วยเหลือพวกเขา? พวกเขาก่อตัวขึ้นอย่างไร? เราต้องพึ่งการตั้งคำถามที่รอบคอบลึกซึ้งในการวิเคราะห์สิ่งนี้ทั้งหมด การกล่าวเพียงว่า “พวกเขามาจากยุโรป” มันไม่ใช่คำตอบของปัญหานี้ เพราะพวกเขาก็มาจากประเทศมุสลิมเองเช่นกันก็มี ใช่ครับ มีเหตุผลที่เพียงพอสำหรับการที่ตะวันตกและเหล่าเผด็จการในภูมิภาคจะใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือ เหล่าเผด็จการมักจะใช้องค์กรในลักษณะนี้เป็นเครื่องมือในการสร้างเหตุผลความชอบธรรมให้แก่ตนเอง แต่การโยนความผิดทั้งหมดให้กับตะวันตกและเหล่าเผด็จการย่อมไม่ใช่ทางออกของปัญหานี้ การใช้ตรรกะของความถูกรังแกกดขี่ การมัวยกความผิดให้คนอื่น การไม่ทบทวนตัวเอง ทั้งหมดนี้ แต่ไม่ใช่เพื่อการประนามเพียงอย่างเดียว การที่ไม่สามารถต่อต้านสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย ‘การอธิบายแบบอิสลามที่เข้มแข็ง’ ที่อ้างอิงการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้ง การไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์อย่างที่ควรจะทำ ทั้งหมดมันมีความหมายว่าเราทำหน้าที่ของตัวเองไม่ดี

.
อัลญะซีเราะฮฺ : สุดท้ายนี้ขอถามว่า การที่ผู้คนเข้าร่วมกับกลุ่ม ISIS นั้นมีเหตุผลทางสังคมอะไรบ้างที่อยู่เบื้องหลังการไปเข้าร่วม?

ดร.ฏอริก เราะมะฎอน : มีสามสาเหตุครับ หนึ่งคือความเข้าใจศาสนาแบบตื้นๆ แบบจำกัดแคบอยู่กับคำว่า “พวกเรา-พวกเขา” “หะลาล-หะรอม” “อิสลาม-กาฟิร” ความเข้าใจที่วางกรอบแบบคับแคบและตื้นเขิน ทำให้อิสลามถูกทำให้เพี้ยน สาเหตุที่สองคือสาเหตุจากปัจจัยทางสังคมเชิงเศรษฐกิจ ความเข้าใจเกี่ยวกับอิสลามที่เป็นลบในยุโรป การไม่มีพื้นที่ให้ตัวเองในสังคม การถูกขัดขวางและผลคือการสิ้นหวัง อันดับที่สามคือสาเหตุต่างๆทางจิตวิทยา อันที่จริงกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุโจมตีในมาดริดและอังกฤษ พวกเขาเพิ่งจะเริ่มทำศาสนกิจได้ไม่นาน บางทีก็เคยทำอิบาดัตมาสักพักหนึ่งแล้วก็ทิ้งไป แล้วมาเริ่มทำใหม่ (หมายถึงพึ่งจะเริ่มเคร่งกับตัวเองใหม่ๆ–ผู้แปล) มันมีความเข้าใจผิดๆที่ว่า “ถ้าหากทำสิ่งนี้คุณก็จะได้รับการอภัยจากบาปทั้งหมดที่ผ่านมา” ดังนั้นการจะวิเคราะห์ปัญหานี้จึงจำเป็นจะต้องอธิบายความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆทั้งหมดนั่นเอง.

วัลลอฮุอะลัม

ภาพประกอบ / http://www.illionweb.com/3-questions-tariq-ramadan/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s