ชาติกำเนิด‬

3

‪#‎ชาติกำเนิด‬
Mfahmee Talib / เขียน

หลายครั้งที่ผมนั่งคุยกับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ต้องดูแลผู้ป่วยจากประเทศอาหรับ ซึ่งเดินทางมารับการรักษาตัวที่เมืองไทย นอกจากเรื่องนิสัยของอาหรับที่เอาใจและเข้าใจยากแล้ว เรื่องแปลกๆที่เอามาเล่าเป็นเรื่องขำขันเรื่องหนึ่งที่ผมต้องอ้าปากค้าง คือเรื่องสวัสดิการการดูแลรักษาพยาบาล ของชาติอาหรับแต่ละรัฐ ในการดูแลประชาชนของตัวเอง

ในบรรดาประเทศอาหรับที่ร่ำรวยมหาศาลจากการขายน้ำมันไปทั่วโลก ประเทศที่มี income หรือรายได้จากบ่อน้ำมันอย่างเดียวก็สามารถเลี้ยงประเทศทั้งประเทศ ทำให้การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้านอื่นๆเป็นไปอย่างเชื่องช้า (คนรวยที่หาเงินมาได้ง่ายๆ มักคิดว่าตนไม่ต้องดิ้นรนอะไรอีก) การแพทย์ก็เช่นกัน ในโลกอาหรับ จะหาคนระดับผู้ออกนโยบายที่สนใจจะพัฒนาทุ่มเทเพื่อยกระดับมาตรฐานการแพทย์เป็นไปได้ยาก ประเทศเล็กๆอย่างอาหรับเอมิเรต กาตาร์ คูเวต มีประชากรจำกัด แค่คุณเป็นประชากรอาหรับประเทศเหล่านี้ คุณไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายอะไรเลย ก็จะมีงานมีตำแหน่งให้ทำ เป็นข้าราชการในกระทรวงนู่นนั่นนี่ ลองจินตนาการดูว่า กาตาร์ที่มีประชากรแค่สามแสนคน แต่ต้องดำเนินการทุกสิ่งอย่างเช่นเดียวกับรัฐอธิปไตยอื่นๆในโลก บางทีประชากรที่ทำงานได้ทั้งหมดอาจไม่พอต่อตำแหน่งข้าราชการในประเทศด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้วิชาชีพที่เรียนยากๆ อย่างแพทย์ วิศวะ จึงใช้วิธีคิดและได้มาแบบคนมีเงิน คือมีเงินซะอย่าง จ้างคนมาจากต่างประเทศเลย ให้เข้ามาทำงานในประเทศ จะดิ้นรนลำบากเรียนเองไปทำไม มีเรื่องอื่นที่ต้องใช้หัวคิดน้อยๆ ความอดทนอดกลั้นน้อยๆ ให้ได้ทำอีกเยอะ

โรงพยาบาลในประเทศอาหรับเหล่านี้ จึงสามารถดูแลผู้ป่วยได้ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น เมื่อจนปัญญาสุดความสามารถ ก็ต้องส่งต่อไปรักษายังประเทศที่ดีกว่า ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับอานิสงค์จากสิ่งนี้มานานหลายปี ครั้งแรกที่มีคนบุกเบิกกตลาดคนไข้อาหรับในเมืองไทย คงไม่มีใครคิดว่ามูลค่าตลาดจะขยายไปเป็นหลักหมื่นๆล้านเหมือนเช่นปัจจุบัน

ผู้ใหญ่ที่ผมเคารพท่านหนึ่ง เคยเล่าให้ฟังถึง ‘ค่า’ ของคนอาหรับ เมื่อเขามารักษาตัวในรพ.ที่เมืองไทยว่า..ส่วนมากแล้วคนไข้พวกนี้จะถูกส่งมาทำกายภาพบำบัด ซึ่งต้องใช้เวลานานแรมเดือนแรมปี นอกจากค่ารักษาที่รัฐบาลจ่ายให้หมดทุกอย่างฟรีแล้ว คนไข้หนึ่งคนจะได้รับ pocket money ไว้ใช้อีกเดือนละ 200,000 บาท ญาติหรือผู้ติดตามคนที่หนึ่ง ได้ 200,000 บาท หากมีการจ้างผู้ติดตามคนที่สอง ก็เพิ่มให้อีก 100,000 บาท ในแต่ละเดือน–อย่าลืมนะครับ จำนวนเงินที่ว่าน่ะ ‘ต่อเดือนและสำหรับค่าครองชีพในไทย’ สรุปแล้วรัฐบาลเศรษฐีน้ำมันเหล่านี้ จ่ายให้ถึงเดือนละ 500,000 บาท โดยที่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการรักษากับ รพ. และที่สำคัญทั้งหมดล้วนเป็น ‘รพ.เอกชนชั้นหนึ่ง’ ของเมืองไทยด้วย

นี่คือค่าของคนในโลกใบเดียวกัน

..กับชาวโรฮิงญา ผู้มีชาติกำเนิดต่างจากคนอาหรับ แม้จะเป็นมุสลิมเหมือนกัน ผู้ที่โลกทั้งใบนี้ไม่มีที่ใดต้อนรับพวกเขา กลุ่มชนที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนไม่ใช่มนุษย์ในศตวรรษที่ 21 เพื่อเรียกร้องสิทธิความเป็นมนุษย์ในแบบฉบับที่โลกสมัยใหม่ให้คุณค่าแก่มนุษย์ ที่เรียกว่าสิทธิพลเมือง พวกเขาต้องนั่งเรือลอยลำกลางทะเลลึกนานนับเดือนหนีจากนรกที่ร้อนที่สุดสำหรับพวกเขา เพื่อหาสวรรค์แห่งใหม่ ซึ่งบางครั้งสวรรค์อาจจะเป็นแค่ป้ายติดหน้าประตูและข้างในก็กลายเป็นนรกที่ร้อนน้อยกว่าจากนรกขุมแรกเท่านั้นเอง

ผมเห็นภาพในสังคมอินเตอร์เน็ต ที่คนกลุ่มหนึ่งแชร์ชุดภาพที่มีชื่อว่า ‘ที่นี่ดูไบ’ ที่มีรูปภาพความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเพือยที่สุดที่มนุษย์จะทำได้ (สำหรับโลกในเวลานี้) รถหุ้มทองคำ สุสานรถสปอร์ต ตึกสูงที่สุดในโลก ชีวิตเด็กๆที่แฮปปี้ไม่มีวันสิ้นสุดกับสวนสนุกแสนล้านของพวกเขา

และขณะเดียวกัน ภาพอีกชุดหนึ่งก็ถูกแชร์ตามๆกัน คือรูปของคนโรฮิงญาที่ไม่มีเรือยอร์ช มีแต่เรือไม้เก่าๆเกือบจะผุพัง บนเรือก็แออัดยัดเยียดไปด้วยเด็ก ผู้หญิง และคนสูงวัย ที่บ้านเรือนของพวกเขาโดนเผาไปหมดแล้ว คนเหล่านี้สักพักเห็นอีกทีก็อยู่ในหลุม ถูกฝังกันหมดแล้ว หลุมก็อยู่ในป่าลึก มีคอกไม้เหมือนที่ชาวบ้านเอาไว้ขังวัวขังควาย แต่ครานี้ถูกสร้างไว้เพื่อขังคนตัวเป็นๆที่ชื่อโรฮิงญา หากรัฐบาลไม่ถูกกดดันจากตปท. ก็ไม่รู้จะมีวันที่มนุษย์ในเมืองจะเข้าไปขุดพบ และให้มนุษย์หน้าคอมพิวเตอร์ร้องไห้ไหม

นี่คือโลกใบเดียวกัน ที่เราร่วมกันอยู่

ที่น่าเศร้าใจก็คือความสับสนงุงงนในจุดสูงสุดหรือคุณค่าที่แท้จริงสำหรับ ‘ประชาชาติเดียวกัน’ ที่ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวกัน รักและศรัทธาในมูฮัมหมัดเราะสูลุลลอฮฺ มหาบุรุษผู้กล่าวธรรมเทศนาต่อหน้าประชาชาติของท่าน ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺไว้ว่า

“โอ้ประชาชนทั้งหลาย พวกท่านจงรำลึกและจดจำในสิ่งที่ฉันพูด พวกท่านต้องรำลึกเสมอว่ามุสลิมทุกคนนั้นมีฐานะเป็นพี่น้องกัน พวกท่านทั้งหลายต่างมีความพอใจ ในสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบที่เรามีอยู่เสมอหน้ากัน พวกท่านแต่ละคนล้วนแต่เป็นสมาชิกของสังคมพี่น้องเดียวกัน จงปกป้องตัวของท่านให้ห่างไกลจากความอยุติธรรมในทุกกรณี”

ท่านนบีมูฮัมมัด ได้เน้นย้ำอีกครั้ง ถึงสถานะเดียวกัน ของประชาชาติของท่านอีกว่า

“โอ้ท่านทั้งหลายจงสดับฟังถ้อยคำของฉันให้ดี จงรู้เถิดว่ามวลมุสลิมนั้น ย่อมเป็นพี่น้องกันและจงรู้เถิดว่า บรรดามุสลิมก็คือภราดรภาพอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีสิ่งไดที่เป็นของพี่น้องมุสลิมด้วยกันจะเป็นของมุสลิมโดยถูกต้อง นอกจากว่าเขาผู้นั้นจะให้โดยเต็มใจและไม่คิดมูลค่า เพราะฉะนั้นจงอย่ากระทำการอยุติธรรมต่อตัวของท่านเอง โอ้พระผู้เป็นเจ้า..ข้าพระองค์ได้ประกาศสัจธรรมออกเผยแพร่แล้ว โอ้องค์พระผู้อภิบาล..ขอได้ทรงโปรดเป็นพยานให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”

เวลานี้ อะไรเล่าที่แยกประชาชาติเดียวกันของมูฮัมมัดออกเป็นเสี่ยงๆ เสี่ยงหนึ่งอยู่บนหอคอยงาช้างที่สร้างด้วยทองคำ และอีกเสี่ยงหนึ่งจมอยู่ในโคลนตมใต้ตีนของช้างตัวเดียวกันนั้นเอง

อะไรอีกเล่าที่แยกประชาชาติของมูฮัมมัดออกจากกัน..
หากท่านศรัทธาต่ออัลลอฮและมูฮัมมัด..
หากท่านศรัทธาต่อวันแห่งการตอบแทน..
ขอให้ท่านอย่าได้เป็นผู้หนึ่งที่ทอดทิ้งผู้รักษาศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวกับท่าน..

.

Ref. :
https://www.facebook.com/MFahmee.T?fref=ts
ภาพประกอบ :
http://www.abc.net.au/am/content/2013/s3801497.htm
http://www.sl-rasch.de/p_1601-hilal.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s