หรือยะลาจะเป็นเมืองเถื่อน

อะเมซิ่งยะละอีกอย่าง โดยเฉพาะในเขตตัวเมือง ก็คือ พวกวัยรุ่นขี่มอไซด์ คอยลอบทำร้ายผู้คนบนท้องถนนคับ เมื่อคืนก็เป็นครั้งที่ 4 หรือ 5 แล้วมั้งที่ต้องรับรู้เรื่องพวกนี้ จะเป็นเด็กพุทธที่คอยดักแล้วก็ไล่ฟันเด็กมุสลิมที่ขี่มอไซด์ผ่าน มีตั้งแต่เอามีดฟัน จนแม้แต่เอาหมวกกันน็อกตีหัว เอาร่มตีหัว มีหมด ยังไม่ปรากฏเหตุผลชัดเจนนักว่าทำไปเพื่ออะไร แต่ที่แน่ๆคนที่เป็นเหยื่อล้วนเป็นคนบริสุทธิ์ ที่สำคัญทุกครั้งที่เกิดเหตุตำรวจไม่เคยจัดการอะไรจริงจังสักครั้ง ไม่นานมานี้ เคยจับได้ครั้งหนึ่งขณะรวมตัวกันบนท้องถนนแถวๆถนนสิโรรส มีมีด มีดาบซามุไรขึ้นสนิม ตามรายงานข่าว ตำรวจค้นจับได้เอาไปโรงพักแล้วเรียกพ่อแม่มาตักเตือนจากนั้นก็ปล่อย อ้างว่ายังเป็นเด็ก? นี่แหละกฏหมายไทย? อีกทั้งเพื่อนผมที่เคยโดนก็ถูกลูกตำรวจเสียเองตีหัว เคยมีคนตั้งข้อสมมุติฐานว่า หนึ่ง-เป็นไปได้ว่ากลุ่มนักเลงวัยรุ่นพุทธมีเรื่องกับกลุ่มนักเลงวัยรุ่นมุสลิม ซึ่งก็ร้ายพอๆกัน จากนั้นพอฝ่ายตนเสียคนไป ก็คิดเล่นงานคนทุกคนที่นับถือศาสนาของฝ่ายอริ แม้คนๆนั้นจะเป็นแค่เด็กซื่อๆขี่มอไซด์ไปซื้อของกินในยามค่ำคืนก็ตาม เช่นที่เกิดขึ้นบริเวณคุรุ หรือแถววิทยาลัยครูยะลา ก็โดนตีหัวเอาซะดื้อๆได้เช่นกัน ข้อสมมุติฐานที่สองก็คือเด็กพุทธอาจมีอารมณ์ร่วมมาจากความรุนแรงในพื้นที่ ที่สื่อสร้างภาพความน่ากลัวของชาวมุสลิมโดยรายงานข่าวประมาณว่าเหมาว่ามุสลิมเนี่ย พวกแบ่งแยกดินแดนทั้งนั้น มุสลิมซื่อๆ แม่ลูกธรรมดาๆ เลยโดนฟันหัวไปด้วย เช่นที่ปรากฏเมื่อไม่นานมานี่ ถามว่ามันแฟร์ไหม? นี่คือเรื่องที่คนมุสลิมต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลาโดยที่ภาครัฐไม่เคยใส่ใจจริงๆ เรื่องพวกนี้เวลามุสลิมตีพุทธสื่อบอกว่าก่อการร้าย เวลาพุทธตีมุสลิมสื่อกลับบอกว่าป้องกันตัว..

จริงอยู่ ที่ทั้งคนนับถือพุทธหรือมุสลิม ต่างมีคนดี คนไม่ดี มีเด็กพุทธไม่ใช่น้อยที่เข้ามาช่วยเด็กมุสลิมให้หลบในบ้านเมื่อถูกเด็กพุทธอีกส่วนไล่ฟัน มุสลิมก็มีที่ช่วยคนพุทธไม่ให้ตกเป็นเป้าทำร้ายของผู้ก่อความไม่สงบที่อ้างศาสนา แต่ที่ต้องเล่าไปแบบนี้ก็เพื่อให้เราได้เห็นถึงข้อสังเกตประหลาดๆบางอย่างไว้ ทั้งในแง่ของเหตุผลการทำร้ายกัน และการบังคับใช้กฏหมาย ผังเมืองสวยก็สวยไป ได้รางวัลไปก็แล้วไป ถามว่าเมืองจะกลายเป็นเมืองเถื่อนแล้ว คงยังไม่มีใครรู้ตัว ใครมายะลาก็ระวังๆไว้ด้วยนะคับ เวลาเราสอนเด็ก เราต้องสอนให้เขาเห็นทั้งสิ่งที่ดีงามและสิ่งที่เลวร้าย เราจะไม่ปกปิดสิ่งที่เลวร้าย เราต้องเล่าให้เขาฟัง พร้อมทั้งบอกว่ามันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจมากแค่ไหน โตขึ้นเขาจะได้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยความคิดความอ่านของเขาเองได้ รู้จักแยกแยะสิ่งดีสิ่งไม่ดีด้วยตัวของเขาเอง.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s