คุณรู้หรือไม่ วันที่ 15 พฤษภาคม 1948 คือวันอะไร?

15

มันคือวัน Nakba Day (يوم النكبة) แปลว่า วันแห่งความหายนะ คือวันที่กองทัพไซออนิสต์ได้รับอนุญาตให้เข้าปาเลสไตน์จากอังกฤษและสหประชาชาติตามมติใน ‘คำประกาศบัลฟอร์’ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 1917 ของ รมต.ต่างประเทศอังกฤษ อาร์เธอร์ บัลฟอร์ ที่เขียนจดหมายถึงลอร์ดรอธไชด์ ยิวผู้มีอิทธิพลในประเทศที่พยายามกดดันให้อังกฤษมอบแผ่นดินปาเลสไตน์ให้แก่ชาวยิวนับล้านๆที่เร่ร่อนอยู่ทั่วโลก

15 พฤษภาคม 1948 กองทัพไซออนิสต์ได้ยาตราเข้าสู่ปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการตามคำสั่งของเดวิด เบนกุเรียน ซึ่งต่อมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอิสราเอล การรุกรานในวันนั้นได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่ชาวปาเลสไตน์กว่า 8 แสนคน ซึ่งต้องถูกขับไล่ออกจากบ้านเรือนของตัวเอง โดยหมู่บ้านของพวกเขาถูกทำลายไปทั้งสิ้น 1 พันกว่าหมู่บ้าน นับตั้งแต่นั้นเจ้าของบ้านอย่างชาวปาเลสไตน์นับล้านๆคน ก็ต้องหนีความโหดเหี้ยมของไซออนิสต์ ไปยังที่ต่างๆ อย่างจอร์แดน 2 ล้านคน, เลบานอน 427,057 คน, ซีเรีย 477,700 คน ส่วนที่เหลือก็ถูกบีบและขับไล่ไปกระจุกอยู่ในเขตเวสต์แบงค์หรือปาเลสไตน์ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน 788,108 คน และในฆ็อซซะหรือฉนวนกาซ่าอีก 1.1 ล้านคน

ในวันแห่งความหายนะนี้ มีการสังหารหมู่และทำลายบ้านเรือนครั้งใหญ่ที่องค์กรก่อการร้ายไซออนิสต์หรืออิสราเอลในเวลาต่อมาได้กระทำต่อชาวปาเลสไตน์ที่เคยอยู่อย่างสงบสุขมาก่อนพร้อมๆกับชาวยิวบางส่วนที่อยู่มาก่อนหน้านานมาแล้ว วาลิด คอลิดี (Walid Khalidi) นักเขียนชาวปาเลสไตน์ได้บรรยายเหตุการณ์ในวันนั้นไว้ในหนังสือ ‘ทั้งหมดกลายเป็นซากศพ’ (All That Remains) ของเขาว่า

“ในตอนจบของสงครามปี 1948 หมู่บ้านทั้งหมด 1,000 หมู่บ้าน ไม่เพียงแค่ถูกลดจำนวนประชากรแต่ยังถูกทำลายด้วย บ้านของพวกเขาเป็นดังภาพ-ถูกคุกคาม ขณะที่ในหลายๆแห่งยากที่จะเข้าไป ในวันนี้ นักเดินทางที่ช่างสังเกตจะสามารถเห็นร่องรอยของการมีอยู่ของพวกเขา ตามถนนและทางหลวงของอิสราเอล ซึ่งเป็นร่องรอยที่หลบหนีจากคนเดินผ่านไปมาอย่างไม่สนใจ (หมายถึงคนที่เดินผ่านอย่างไม่สนใจจะไม่สังเกตเห็น) ประกอบไปด้วย พื้นที่ที่เคยมีการต่อสู้ ผ่านเนินเขาเล็กๆ ต้นมะกอกและต้นผลไม้อื่นๆที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ แนวต้นแคคตัสและต้นไม้อื่นๆขึ้นรก ตอนนี้และต่อจากนี้บ้านที่พังทลายทิ้งเศษซากไว้ ปล่อยปละละเลยมัสยิด/โบสถ์ กำแพงพังทลายตลอดทางของหมู่บ้าน แต่หลักใหญ่ของเหตุการณ์ในวันนั้นคือ ซากศพที่กระจัดกระจายปนกับหินและเศษอิฐเศษปูนตลอดภูมิประเทศที่ถูกหลงลืม”

ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ผู้มีชีวิตรอดหรือบรรดาทายาทของพวกเขาที่เหลือชีวิตรอดจากการสังหารหมู่มาได้จากวันแห่งความหายนะนั้น ก็ได้แต่ภาวนาว่าสักวันพวกเขาจะได้กลับไปยังบ้านเกิดและไขกุญแจบ้านของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งแม้ว่ามันอาจไม่มีอยู่อีกแล้วก็ตาม.. เด็กน้อยที่กรีดร้องจากความน่าสะพรึงกลัวของทหารที่เข้ามายิงพ่อแม่ และระเบิดบ้านของพวกเขาในวันนั้น คือคุณปู่คุณย่าบางคนในวันนี้ที่ยังมีชีวิตและความหวังทุกครั้งเมื่อได้จ้องมองลูกกุญแจบ้านที่บรรพบุรุษพวกเขาหรือตัวเขาเองนำติดตัวออกมาด้วยเมื่อครั้งถูกขับไล่ออกจากบ้านตัวเองในปี 1948

พวกเขายังมีความหวังเสมอ เพราะนี่คือคำมั่นสัญญาของอัลลอฮฺ มันคือวันที่มุสลิมจะชนะ คือวันที่แม้พวกยิวไซออนิสต์จะหลบอยู่หลังต้นไม้หรือก้อนหิน แม้พวกเขาจะโค่นต้นมะกอกไปกว่า 8 แสนต้นเพื่อปลูกต้นฆ็อรก็อตขึ้นมาแทนมากแค่ไหนก็ตาม ต้นไม้และก้อนหินอื่นๆในวันนั้นก็จะบอกให้มุสลิมรู้ถึงที่ซ่อนตัวของผู้รุกรานเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อินชาอัลลอฮฺ

ที่สำคัญคุณรู้หรือไม่..เพียง 1 วัน ก่อนวันแห่งความหายนะนั้น ยังเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งคือ…The National Day of Israel หรือ วันชาติของอิสราเอล หรือวันก่อตั้งประเทศอิสราเอล ที่พวกเขาจะออกมาร้องรำทำเพลงฉลองชัยในทุกๆปีอีกด้วย พูดง่ายๆคือวันนี้เราร้องรำทำเพลงฉลองชัยที่ได้ก่อตั้งประเทศ พรุ่งนี้เราไปไล่ฆ่าพวกปาเลสไตน์ 8 แสนคน!!

ด้วยสลามและดุอาอ์ โอ้..ชาวปาเลสไตน์
16/7/2557

ภาพประกอบ : I Acknowledge Apartheid Exists

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s