อุยกูร์,โรฮิงญา กับความจำสั้นของมุสลิมไทย

252525

ข้อเขียนยาวๆต่อไปนี้ส่งมาจากเพื่อนแอดมิ้นคนหนึ่งฮะ แกได้ไปเยี่ยมพี่น้องชาวอุยกูร์ ที่สงขลาล่าสุด และได้ข้อคิดอะไรบางอย่างมาให้พวกเราได้อ่านกัน แอดมิ้นอ่านเเล้วก็ฉุกคิดกันได้หลายตลบ คิดว่าเพื่อนๆหลายคนก็คงคิดไม่ต่างจากแอดมิ้นและเพื่อนแอดมิ้น ตอนที่ ตม.จะไปเจอพี่น้องอุยกูร์บนเขา 200 กว่าคนนั้น ที่ข้างล่าง มีพี่น้องโรฮิงญานอนซมอยู่ 7 ร่าง ลุกขึ้นหนีก็ไม่ไหว ได้แต่นอนปล่อยให้ ตม.ยืนค้ำหัว แล้วไงครับ… โรฮิงญาไปไหน? อุยกูร์มาแทน?

พี่น้องอุยกูร์น่าจะต้องอยู่ในไทยอีกระยะหนึ่ง จนกว่าเรื่องปวดหัวๆอย่างเรื่องกฏหมายนั่นนี้จะเคลียร์ทางแล้วส่งพวกเขาไปยังแดนสวรรค์ปลายทางที่ต้องการไปได้ในที่สุด แอดมิ้นหวั่นๆอยู่ในใจว่าพี่น้อง 200 กว่าคนนี้ จะถูกลืมไปจากพวกเรามุสลิมไทยเหมือนที่พี่น้องโรฮิงญาได้รับจากพวกเราเป็นของขวัญชิ้นโบดำชิ้นสุดท้ายหลังจากส่งเงินส่งของใช้บริจาคไปก่อนหน้า จึงเห็นด้วยว่าจะต้องแชร์ข้อเขียนนี้ให้เพื่อนๆได้อ่านและส่งต่อๆกันไป จริงๆสำนึกแห่งความเป็นพี่น้องนี่มันต้องไม่สิ้นสุดน่ะครับ ข้อเขียนนี้ถือเป็นนาซีฮัตต่อพวกเราทุกคน แม้จะขมขื่นแต่ก็จงกล้าหาญที่จะรับฟัง เห็นด้วยมั้ย อย่าให้ความจำของเรามันสั้นนักเลย นะ…

==========================================

——–
อุยกูร์,โรฮิงญา กับความจำสั้นของมุสลิมไทย
(ไฟไหม้ฟาง–เจตนาแห่งความเป็นพี่น้องที่มอดไหม้อย่างรวดเร็ว)
——–

วันที่ข่าวคราวพี่น้องชาวโรฮิงญาถูกกระพือโดยสื่อทุกสำนักครั้งนั้น คงกินเวลาร่วมเกือบสองปี ผมยังจำได้ว่าช่วงเวลานั้น เราเห็นน้ำใจ ความตระหนักในสำนึกแห่งความเป็นพี่น้องและมนุษยธรรมเป็นเสมือนคลื่นสึนามิลูกใหญ่ ที่พัดพาคราบน้ำตาของชาวโรฮิงญาไปเสียหมดสิ้น เงินหลายสิบล้านบาทที่กลั่นมาจากดวงใจแห่งความกลมเกลียว ข้อมูลข่าวสาร เรื่องราวชีวิตอันแสนโหดร้ายและป่าเถื่อนที่พวกเขาได้รับจากรัฐบาลพม่าซึ่งเราจะไม่ได้ยินในโลกแห่งอารยะในแบบที่ชาวโรฮิงญาประสบถูกกระพือเล่าต่อกันทั่วโลกแห่งความจริงและโลกสมมุติ อยู่ในความสนใจของพวกเราๆอย่างใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกไซเบอร์นับจากเหตุการณ์ที่พี่น้องมุสลิมในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาถูกกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยกองกำลังเซิบร์ภายใต้การนำของอาชญากรสงคราม สโลโบดัน มิโลเซวิช แห่งยูโกสลาเวียในในอดีต

แต่ในวันนี้ เวลาผ่านไปช้าๆ ชาวโรฮิงญากลุ่มเดิมนี่ละครับ ที่เคยปลุกสำนึกความเป็นพี่น้องของเราก็ยังไม่ได้ไปไหน สภาพชีวิตพวกเขาไม่ได้แตกต่างจากวันแรกๆที่เข้ามาในประเทศไทย มีเพียงบางส่วนที่ไปถึงสวรรค์ปลายทางที่พวกเขาฝันจะไปคือมาเลย์เซีย ส่วนมากนั้น ก็กลับไปสู่นรกของวงจรอุบาทว์ของพวกค้ามนุษย์ และนรกที่หนักรองลงมาคือค่ายกักกันของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองใน จ.สงขลา ที่ดูดีประหนึ่งใบมีดอาบน้ำผึ้งงามๆนี่เอง

เราค่อยลบพวกเขา และลืมพวกเขาทิ้ง เหมือนว่าเรื่องที่เราเคยร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตายในวันที่เห็นภาพเด็กๆ คนแก่ ล่องเรือแบบไร้จุดหมายเมื่อครั้งนั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลย หน่วยงานที่เข้ามาดูแลชาวโรฮิงญาที่เริ่มแรกมีนับสิบองค์กร จนทุกวันนี้นับหัวคนที่ยืนหยัดและหลงเหลืออยู่ในการดูแลชาวโรฮิงญาได้ เพจ เครือข่ายช่วยเหลือโรฮิงยา จังหวัดสงขลา ดูแลโดยอาจารย์ท่านหนึ่งในสำนักจุฬาที่สงขลา ผู้ชายที่ความจำเรื่องโรฮิงญาดีกว่าใครเพื่อน ในขณะที่คนอื่นๆถอยห่างจากข่าวคราวความทุกข์ร้อนของโรฮิงญา อาจารย์ท่านนี้ (ซึ่งผมเรียกบัง) กลับเป็นคนๆเดียว (อย่าให้นับเป็นองค์กรเลยครับ) ที่ยืนหยัดอยู่เงียบๆ ทำงานเท่าที่แรงตัวเองมี ปะทะกับขบวนการค้ามนุษย์ที่ใหญ่คับฟ้าและไร้มนุษยธรรมที่สุดอย่างเช่นการค้ามนุษย์ ซึ่งสามารถกระทำได้อย่างง่ายดายในประเทศแห่งนี้

งานการเดิมของบังถูกแทนด้วยภารกิจของโรฮิงญาเป็นหลัก สำหรับคนขี้ลืมอย่างพวกเราๆทั้งหลาย ตอนนี้โรฮิงญาไม่ได้ไปไหนครับ อยู่ที่ ตม.สะเดา ตม.ปาดังเบซาร์ อยู่ใน รพ.สะเดา อยู่ รพ.ปาดังเบซาร์ อยู่ตามค่ายกักกัน

มนุษย์ที่สภาพความเป็นอยู่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าคอกวัว! ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเนี่ยแหละครับ รวมๆประมาณ 1000 คนครับ (อ่านว่า—หนึ่งพันคน) และคนเหล่านี้ ตายกันเกือบทุกเดือน ทั้งในค่ายกักกัน ทั้งระหว่างการขนสั่งไปที่ต่างๆ พวกค้ามนุษย์ให้นอนในคอกที่ทำจากไม้ไผ่ แออัดยัดเยียดกันในคอก ไม่ให้ยืดแขนยืดขา กินข้าววันละสองมื้อ เรื่องน้ำท่าแปรงฟันไม่ต้องพูดถึง ใครที่หนีถ้าจับได้จะถูกเอามาเฆี่ยนตี ส่วนในคุกสภาพแย่ไม่แพ้กัน คุกสำหรับคนหกสิบคน ถูกยัดทะนานในแออัดในนั้นถึงสี่ร้อยคน น้ำท่าไม่เคยอาบ ที่ดีกว่าเพียงอย่างเดียวคือไม่มีใครโดนเฆี่ยนตีเท่านั้นเอง

ฟางเส้นใหม่ที่เผาไหม้อย่างรวดเร็วคือมุสลิมที่อ้างว่าเป็นชาวตุรกีย์ที่ถูกจับในพื้นที่สงขลา การจับกุมครั้งนี้มาจากการเข้าปิดค่ายกักกันของชาวโรฮิงญา (ซึ่งตามจับอยู่เรื่อยๆ แต่ข่าวเบาๆไปหน่อย) แต่บังเอิญเจอคนสองร้อยคนที่ไม่ใช่โรฮิงญา ภาพเด็กเล็ก ผู้หญิง กลายเป็นฟืนไฟชั้นดีที่ถูกจุดอีกครั้ง และหวังว่าคงพอเป็นแสงสว่างเล็กๆที่พอทำให้เรามองเห็นโรฮิงญาที่เราเคยลืมไปแล้วบ้าง อย่าลืมนะครับ…คลิปข่าวที่ออกมา ก่อนที่ ตม.และนักข่าวจะขึ้นไปพบพี่น้องที่อ้างว่าเป็นชาวตุรกีย์กว่า 200 คนนั้น ที่ข้างล่าง ตม.เจอใครก่อน พวกเขาเจอชาวโรฮิงญา 7 คนนอนเสือกสนและอ่อนเปลี้ยแทบจะลุกขึ้นเดินไม่ไหว ได้แต่นอนให้ ตม.ยืนค้ำหัวถามไถ่ อะไรทำให้มนุษย์ด้วยกันถึงดูตกต่ำได้ถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่เราต่างก็อ้างว่าอยู่ในยุคแห่งโมเดินร์ หรือหนักเข้าไปอีกคืออ้างว่าอยู่ในยุคโพสต์โมเดินร์ ก็ยังมี… ทั้งหมดนี้ ผมสรุปข้อมูลจากการประชุมการติดตามสถานการณ์กรณีโรฮิงญาล่าสุด ข้อมูลจาก นพ.อนันตชัย ไทยประทาน และ อาจารย์อิสมาแอล หมัดอะดัม ครับ

ป.ล. จะมีการประชุมเรื่องโรฮิงญาในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ที่มัสยิดกลาง จ.สงขลา ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย อยากให้เราไปร่วมฟังกันครับ โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษา

——–

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s