อุสตาซอัชอารี, อาจารย์กุเลน สองผู้วิเศษ!!?

1482954_664753403581347_2126485907_n
‘อุสตาซอัชอารี, อาจารย์กุเลน สองผู้วิเศษ!!?’
=======

ที่มาเลเซียในอดีต..มีองค์ที่เรียกกันว่า ‘อัรกอม’ ก่อตั้งขึ้นในปี 1968 และเริ่มเป็นตัวเป็นต้นชัดเจนในปี 1971-1972 อัรกอมเป็นองค์กรทางศาสนาที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในสังคมขณะนั้น พวกเขาอยู่กันเป็นชุมชน มีชีวิตที่สมถะ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องอุปโภคบริโภค หนังสือพิมพ์ รวมถึงสถานพยาบาล โรงเรียน โรงแรม และอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างถูกสร้างขึ้นมาในชุมชนเป็นอิสระจากสังคมทั่วไป (ถ้านึกไม่ออก ให้นึกถึงสำนักสันติอโศกในไทยของสมณะโพธิรักษ์)

อัรกอมภายใต้การนำของ อุสตาซอัชอารี มุฮัมมัด เผยแพร่อิทธิพลและแนวคิดไปทั่วประเทศรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย จนผู้คนมากมายที่เลื่อมใสต่างก็เดินทางมาอยู่ในชุมชนอัรกอม อุสตาซอัชอารี เป็นนักพูด นักการศาสนาที่มีเสน่ห์ทั้งบุคลิกภาพ วิธีการพูด วิธีการดะฮฺวะฮฺ และวิถีชีวิต ท่านยังเป็นผู้ที่ส่งเสริมและพยายามให้สาวกมีภรรยามากกว่าหนึ่ง ท่านเองมีภรรยา 4 คน (แต่งงาน 5 ครั้ง) มีลูก 32 คน ในวัยหนุ่ม อุสตาซอัชอารีมีบทบาทอย่างมากในการต่อต้านแนวคิดที่เข้ามาบิดเบือนศาสนาอิสลาม ท่านจัดบรรยายเปิดโปงความชั่วร้ายของลัทธิชีอะฮฺ ผู้คนมาฟังกันอย่างล้นลาม แต่ไม่นานหลังจากนั้น ปี1994 องค์กรและชุมชนอัรกอมก็ถูกรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ดร.มหาเดร์ มุฮัมมัดสั่งแบนและทำลายล้าง บางคนบอกว่าเพราะเผยแพร่แนวคิดที่ไม่พึงประสงค์ บ้างก็บอกว่าเพราะเป็นตัวดึงคะแนนเสียงประชาชนไปจากรัฐบาล จะด้วยอะไรก็ตามแต่ ไม่นานนักชุมชนและสมาชิกก็ถูกตามรังควานจากผู้คนรอบด้าน ท่านเองพร้อมสาวกบางส่วนถูกจับในประเทศไทยและกลับไปรับโทษที่มาเลเซีย สุดท้ายอัรกอมก็เหลือแต่ชื่อที่ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์มาเลเซีย

ที่ตุรกีปัจจุบัน..มีองค์กรหนึ่งที่เรียกกันว่า ‘ฮิซเมต’ หรือ ‘คิดมะห์’ ซึ่งก่อตั้งโดยนักคิดและผู้นำด้านจิตวิญญาณชื่อดังในตุรกี อาจารย์ฟัตฮุลลอฮฺ กุเลน (แต่ตอนนี้เจ้าตัวอยู่คฤหาสน์แห่งหนึ่งในแพลซิลวาเนีย อเมริกา) สิ่งที่น่ารู้คือ ในประเทศตุรกีมี ‘บิดา’ ใหญ่ๆที่ผู้คนเขาเรียกกันอยู่สามบิดา บิดาแห่งประเทศตุรกี คือ มุสตอฟา กามาล อะตาตุรก์, บิดาแห่งการเมืองอิสลาม คือ ศาสตราจารย์ ดร.นัจมุดดีน เออร์บาแกน และบิดาแห่งงานสังคมสังเคราะห์ คือ ฟัตฮุลลอฮฺ กุเลน แม้โรงเรียนกว่าร้อยๆแห่งที่องค์กรของเขาสร้างขึ้นจะต้อนรับแต่ ‘ผู้มีเงิน’ มาเข้าเรียน แต่ท่านก็ยังมีงานสังคมในด้านต่างๆอีกมากในตุรกีและทั่วโลก เป็นองค์กรปฏิรูปสังคมที่มีอิทธิพลสูงต่อผู้คนและพรรคการเมืองด้วย

กลุ่มของ อ.กุเลน นั้นมีปัญหาขัดแย้งมานานกับนักการเมืองนิยมอิสลาม ตั้งแต่ยุค ศ.เออร์บาแกน แล้ว จนได้มาร่วมมือกับรุ่นลูกศิษย์ของ ศ.เออร์บาแกน อย่างนายกรัฐมนตรีตุรกีปัจจุบัน ฏอยยิบ แอร์โดก์อาน กุเลนนั้นมีแนวคิดที่จะประสานศาสนาอิสลามหรืออย่างน้อยก็ตุรกี ให้เป็นมิตรกับอิสราเอล ขณะที่ฝ่ายเออร์บาแกนนั้น ‘อิสราเอลคือศัตรูของโลกมุสลิม’ ไม่มีสถานะอื่นอีกเด็ดขาด ขณะในช่วงเวลาที่พรรคการเมืองนิยมอิสลามของ ศ.เออร์บาแกน เริ่มหดหายไปจากเวทีพร้อมกับวัยและสุขภาพที่ร่วงโรยของผู้นำ เออร์บาแกนกลายเป็นชายชราสมถะชอบสวมใส่หมวกขาวไปในที่ต่างๆ แอร์โดก์อานที่มีแนวคิดบางอย่างไม่ตรงกับอาจารย์ตัวเอง ก็ออกมาตั้งพรรคการเมืองใหม่แทนที่จะสานต่อพรรคเดิมของอาจารย์ตัวเอง

อย่างที่เรารู้กัน พรรคยุติธรรมและพัฒนา (AKP) ของแอร์โดก์อาน สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่ายทั้งในตุรกีและทั่วโลก รวมถึงฝ่ายเซคคิวลาห์เองก็เหมือนจะถูกดึงเขี้ยวเล็บออกไปจนไม่เหลือไว้ให้ระลึกถึงและบีบน้ำตาตีหน้าเศร้าอีกนั้น ต่างก็หวาดกลัว AKP และ กุเลน พันธมิตรของพรรค นโยบายระยะแรกที่เน้นปากท้องของผู้คนและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากนัก โดยเฉพาะกับอิสราเอล ทำให้กุเลนเข้ามาตีสนิทเป็นกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังในการต่อสู้กับลัทธิเคมาลิสต์ กลุ่มกุเลนยังมีสมาชิกที่เป็นรัฐมนตรีอยู่ใน AKP ด้วย

ปัจจุบัน, ไม่นานหลังจากแอร์โดก์อานนำตุรกีกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งจนแทบจะเป็นมหาอำนาจของโลกอีกแห่งในไม่ช้านี้ ก็ถูกดักขาและจ้วงแทงข้างหลังจากกลุ่มกุเลน รวมถึงดุอาอ์สาปแช่ง (ที่ปกติจะดุอาอ์ลงกาเฟร) จากกุเลนแด่แอร์โดก์อาน รัฐบาลถูกเล่นงานและฟ้องร้องคดีคอรัปชั่นกันบานเบอะ รัฐมนตรีบางคนถูกไล่ออก บางคน (ที่รู้ๆว่าอยู่กลุ่มกุเลน) ก็ขอออกไปด้วย เหมือนทุกอย่างจะถูกเตรียมไว้และแอร์โดก์อานก็รู้ตัวดีว่าจะต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้เข้าสักวัน บางคนบอกว่าเพราะแอร์โดก์อานนั้นปีกกล้าขาแข็งจนไม่หวังพึ่งกุเลนอีก จึงถูกสั่งสอนเสีย บางคนก็บอกว่าเพราะแอร์โดก์อานแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่เอาอิสราเอล และประกาศเป็นศัตรูกับทุกประเทศที่ทำร้ายอิสลาม ฝ่ายแม่ประนอมอย่างกลุ่มกุเลนจึงยอมไม่ได้กับการกระทำของนายกรัฐมนตรี จึงปั่นคลื่นใต้น้ำ จนเกิดเหตุวุ่นวานอยู่ในตุรกีในขณะนี้

บั้นปลายก่อนสิ้นชีวิตของ อุสตาซอัชอารี มุฮัมมัด นั้น ไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวมากนัก แต่ภาพที่ปรากฏออกมาบ้างในบางเวลาและเป็นที่รู้กันนั้น เขาก็เปลี่ยนจากเดิมไปมาก จากองค์กรที่ชื่อ ‘อัรกอม’ ก็เปลี่ยนเป็น ‘Global Ikhwan’ ท่านเองจากที่เคยใส่เสื้อโต๊ปสีจืดๆเก่าๆ ผ้าสารบั่นสีพื้นๆแลดูสกปรกด้วยซ้ำถ้าดูแบบลวกๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นเสื้อผ้าและสารบั่นที่ดูดี สีฉูดฉาด ประดับประดาด้วยสีทองและสีเงิน

มีคำสอนแปลกๆทั้งในระยะแรกและภายหลังออกมาจากเขาเช่น

1.) การส่งเสริมให้แต่งสี่นั้นแลดูดีอยู่หรอก แต่คำสอนเบื้องหลังนั้นยังมีอีกคือ อุสตาซอัชอารีตัฟซีรอายะฮฺในซูเราะฮฺอันนิสาอฺที่อนุญาตให้แต่งสี่ได้นั้นผิดแปลกไปจากนักตัฟซีรคนอื่นๆมาก คือต้องเริ่มนิกะฮฺกับภรรยาอย่างต่ำคนละสองคนก่อน หนึ่งคนนั้นไม่ได้ จากนั้นถ้ามีความยุติธรรมเหลือล้นก็ค่อยเพิ่มสามและสี่ ท่านยังออกหนังสือวิธีการร่วมเพศแบบนบี โดยยกย่องว่านบีมุฮัมมัดนั้นคือผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเซกซ์ตัวจริง (Tukoh Sex) นะอูสุบิลลาหิมินสาลิก นอกจากนั้นยังมีคำแนะนำให้สาวกกล่าวขณะร่วมเพศว่า “Abuya tulong” หมายถึง “ท่านอัชอารีช่วยด้วย” โดยกล่าวซ้ำๆ ขณะร่วมเพศกับภรรยา

2.) เรื่องการเชื่อฟังของภรรยา ภรรยานั้นจะเป็นสิทธิและต้องเชื่อฟังเรา (สามี) เฉพาะในห้องนอนเท่านั้น แต่เมื่อออกไปนอกบ้านแล้วจะเป็นสิทธิของญะมาอะฮฺแทน นี่จึงเป็นจุดหนึ่งที่สร้างความแตกแยกในครอบครัวมุสลิม เพราะเมื่อผู้เป็นสามีได้รับรู้และพยายามจะถอนตัวจากคำสอนและญะมาอะฮฺที่ผิด ภรรยาจะไม่ไปด้วย และพร้อมจะหย่าขาดจากสามี

3.) ญะมาอะฮฺยังสอนให้สมาชิกเชื่อว่ามีอิมามมะฮฺดีเกิดขึ้นแล้วชื่อ ชัยค์ มุฮัมมัด อัสสุฮัยมี ชาวอินโดเนเซีย, ในปี 2010 ที่อุสตาซอัชอารีเสียชีวิต ไม่มีสาวกคนไหนเชื่อเช่นนั้น บางคนเชื่อว่าผู้นำตัวเองจากไปแค่กายหยาบ แต่กายละเอียดคือวิญญาณนั้นยังอยู่ หรือบางส่วนยังเชื่อไปอีกว่า อุสตาซอัชอารีนั้นยังไม่ตาย แต่หายไปจากมาเลเซีย (สาวกบอกว่าตอนนี้อยู่ที่ถ้ำกะฮฺฟี) และจะกลับมาอีกครั้งก่อนวันสิ้นโลกโดยเป็นเยาวชนจากเผ่าตะมีมีในสมัยนบี มาพร้อมกับชัยค์สุฮัยมีซึ่งเป็นอิมามมะฮฺดี เรื่อยไปจนถึงเชื่อว่าท่านเองนั่นละเป็นอิมามมะฮฺดีของเหล่าสาวกตัวจริง! และอีกคำสอนพิลึกกึกกืออีกมาก

อาจารย์ฟัตฮุลลอฮฺ กุเลน ตอนนี้อยู่ที่อเมริกา ทุกครั้งของการบรรยายยังมีผู้มาเข้าฟังอย่างเนืองแน่นไม่เปลี่ยนไปเลย ท่านไม่แต่งงาน ไม่กินเนื้อ อยู่สมถะ แน่นอน ภาพที่ปรากฏและคำสอนต่างๆมีอะไรยังไงบ้าง ยังไม่ค่อยได้รับรู้กันอย่างละเอียดเช่นของอุสตาซอัชอารี และที่รับรู้ได้อยู่ จริงเท็จอย่างไรก็ไม่ทราบได้ แต่ที่ชัดเจนก็คือท่านถูกเหล่าสาวกยกให้เป็น ‘วะลียุลลอฮฺ’ เข้าทำนองเฉียดๆผู้วิเศษ ต้องเชื่อฟังไปแล้ว ท่านก็ไม่ปฏิเสธด้วย

คนที่เคยไม่ธรรมดาในด้านความรอบรู้และบุคลิกสองคน ประดุจน้ำผึ้งในป่าดงดิบที่ใครๆก็อยากจะลิ้มรสพบเจอ เมื่อถูก ‘กระบวนการ’ บางอย่าง ทำให้ไม่ธรรมดาเหนือไปกว่านั้น ก็จะกลายเป็นยาพิษดีๆนี่เอง พิษที่ถูกปล่อยออกมาจะมีผลกระทบต่อใครต่ออะไรบ้างนั้น คงไม่ยากจะคาดเดา แต่สิ่งที่ยากจะคาดเดาก็คือพวกเขามีสาวกมากมายที่พร้อมจะ ‘เชื่อผู้นำโดยไม่ต้องคิดต่อ’

พวกเขาเชื่อว่าอุสตาซอัชอารีเป็นอิมามมะฮฺดี ทั้งๆที่มีหะดีษมากมายถึงการปรากฏของอิมามมะฮฺดีนั้นคือเกิดมาเหมือนมนุษย์ ไม่ใช่เกิดมานานแล้วหายตัวไปและจะเกิดมาใหม่ ซึ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อของชีอะฮฺล้วนๆที่บอกว่าลูกของอิมามอัสการี อิมามคนที่สิบนั้น ได้หายตัวไปเพื่อจะมาปรากฏตัวเป็นอิมามคนที่ 12 (ทั้งที่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ อิมามอัสการีไม่มีลูก) แม้กระทั่งปัจจุบันที่อุสตาซอัชอารีได้จากไปแล้ว ก็ยังมีผู้คนที่เชื่อว่าท่านคืออิมามมะฮฺดี และแน่นอนสำหรับสาวก อ.กุเลน พวกเขาเชื่อในความเป็นวะลียุลลอฮฺของท่านจนหมดใจ ไม่ถามและไม่เถียงอะไรทั้งนั้น สาวกเหล่านี้พร้อมจะทำทุกวิธีทางตามสิ่งที่ผู้นำสั่งลงมา

‘อัรกอม’ นั้นสิ้นฤิทธิ์ไปนานนมแล้ว แต่ ‘ฮิซเมต’ ยังอยู่ที่นี่ ตุรกีและทั่วโลก พวกเขาจะทำทุกวิธีทางเพื่อเลื่อยเก้าอี้แอร์โดก์อานให้หักเป็นสองท่อนให้จงได้ ก็ขนาดดุอาอ์สำหรับศัตรูอิสลามที่เป็นกาเฟรก็ถูกนำมาใช้กับแอร์โดก์อานแล้ว น่าติดตามและร่วมกันดุอาอ์แด่นายกรัฐมนตรีหัวอิสลามท่านนี้กันนะคับ..เราะญับ ฏอยยิบ แอร์โดก์อาน

หมีมลายู,
เขียนจากความทรงจำ
29/12/2556

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s