บ.ก.กล่าวซักนิด/สมิอฺนาจูเนียร์ เล่ม3

Capture

(หนึ่ง)

                ไม่กี่วันก่อนที่ผมจะมานั่งเขียนต้นฉบับบทบรรณาธิการ ผมมีความคิดที่จะเดินทางไปเยี่ยมบ้านพักคนชรา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้ว ได้เคยไปเยี่ยมบ้างเป็นครั้งคราว ถามว่าผมเดินทางไปบ่อยไหม ? ตอบเลยว่า ไม่บ่อยหากว่าเทียบกับช่วงม.ปลายที่ตอนนั้นไปบ่อยมาก แต่ว่า ตั้งแต่ย้ายก้นตัวเองจากปัตตานีให้มาพำนักพักอาศัยที่หาดใหญ่ มาเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่สังคมเรียกมันว่าใบปริญญา ปรากฏว่าผมไปเยี่ยมสถานที่แห่งนั้นน้อยมาก น้อยจนน่าใจหาย

(สอง)

                ผมชอบที่จะขี่รถเครื่องไปไหนมาไหนคนเดียวเสมอๆ เพราะผมถือว่าการเดินทางเพื่อหาความท้าทายใหม่ๆเป็นความสุขหนึ่งในไม่กี่อย่างของคนโสด (ฮา) ระหว่างทางที่ได้เดินทางก็ได้พบสิ่งต่างๆมากมาย ขอยกสักเรื่องมากล่าวให้ได้รับทราบกันนะ ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นชายแก่คนหนึ่งที่ร่างกายของเขาประดับประดาด้วยกับผืนผ้าน้อยชิ้นที่ขาดวิ่น ในมือแบกถุงใสใบเขื่องสีขาวที่ภายในนั้นบรรจุขวดน้ำที่ผู้คนไม่สนใจมันแล้ว หลายครั้งแกเดินไปตามท้องถนนด้วยกับฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่าแล้วหยุดอยู่ตรงหน้ากองสมบัติที่เต็มไปด้วยถุงพลาสติกบรรจุอาหาร กล่องกระดาษ เอกสารทางวิชาการที่ไม่ต้องการแล้ว แล้วก็ล้วงมือลงไปหยิบขวดน้ำเปล่าสี่ถึงห้าขวดที่อยู่ลึกสุดของถังขยะ-ขวดน้ำนั่นแหละ คือสมบัติเพียงไม่กี่ชิ้นที่แกต้องการ ผมเคยหยุดรถเพื่อสังเกตท่าทางการเดินของแก โดยเฉพาะในช่วงที่ชายแก่คนนี้แบกขวดน้ำไว้บนหลังแล้วเดินผ่านร้านอาหารริมทางสักร้าน ผมเห็นแกแอบใช้สายตาชำเลืองมองไปยังอาหารต่างๆเหล่านั้น ไม่รู้ว่าเพราะโลกหยุดหมุนหรืออะไรกันแน่ ผมถึงรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นแกเดินช้าลง ช้าจนเกือบจะหยุดอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนั้นและเพราะเหตุอันใดไม่ทราบได้อีกเช่นกันที่ทำให้แกรีบเดินห่างออกมาโดยเร็ว อาจจะด้วยความรู้สึกเจียมตัวหรือสายตาเหยียดหยามจากคนรอบข้างก็ไม่อาจทราบได้-ผมคิดว่าเป็นอย่างหลังนะ

เชดโด้!! ผมควรจะขอบคุณต่ออัลลอฮฺให้มากเลยครับ สำหรับตำแหน่งนักบุญที่ผมได้รับมันมาจากสังคมรอบข้าง นักบุญที่เลือกจะทำงานศาสนาเฉพาะอะไรที่ตรงกับจริตของตัวเอง นักบุญที่เลือกปฏิเสธความลำบากและทำหน้าที่เฉพาะช่วงที่เรามีเวลาว่างเหลือจากการแชทไลน์และ/หรือส่องเฟซชาวบ้าน

(หนึ่ง)

                ผมใช้เวลาบนรถเครื่องประมาณ 15 นาทีเห็นจะได้ สำหรับการเดินทางไปยังบ้านพักหลังนั้น เมื่อขับไปถึง ผมจอดรถไว้ที่ชั้นล่างและถอดรองเท้าวางไว้บนชั้น จากนั้นจึงเดินขึ้นไปยังชั้นสองของตัวอาคารเพื่อไปจ๊ะเอ๋กับป๊ะๆที่นั่งรออยู่ บางเวลาก็มีคนนั่งอยู่ แต่ในหลายเวลาก็ไม่มีใคร อาจเพราะออกไปเดินเล่นกระมัง ที่นี่จะมีป๊ะคนหนึ่งที่จะนั่งรอคนอื่นๆอยู่เสมอ ผมชอบที่จะเดินเข้าไปคุยกับป๊ะเขานะ คุยด้วยแล้วรู้สึกมีความสุข ไม่ใช่ผมนะที่มีความสุข ป๊ะเขาต่างหากที่มีความสุข สุขใจที่มีคนหนุ่มอย่างผมมาเยี่ยมถึงที่ จากนั้นไม่นาน เราก็จะได้เห็นป๊ะหลายๆคนแต่งตัวหล่อๆ เคราขาวๆค่อยๆเดินเรียงกันเข้ามา หลายๆคนปะพรมเครื่องหอมไว้ตามตัว ทุกคนตบแต่งหน้าตาของตัวเองด้วยกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เสียงหัวเราะที่ดังลั่นเมื่อพวกเขาพบหน้ากัน

สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในใจผมคือความสุขที่ได้เห็นใครหลายๆคนเดินเรียงกันมาเพื่อพบปะกัน มาเพื่อพูดคุยกัน นั่งฟังใครซักคนหยิบแว่นตาขึ้นมาสวมแล้วอ่านหนังสือเล่มเก่าๆสั่งสอนและตักเตือนผู้คน แต่อีกความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆโดยไม่มีใครรู้ คือความรู้สึกคิดถึงเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่เพิ่งจะเตะบอลเสร็จในช่วงเวลาอาทิตย์อัสดง ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่คนหนุ่มสาวอย่างเพื่อนๆของผมจะเดินเรียงหน้าเข้ามาแล้วตั้งแถวหน้ากระดาน จากนั้นก็ทำในสิ่งที่ควรจะกระทำที่สุดในบ้านพักหลังนี้ ตั้งแถวประหนึ่งอาคารแกร่งและแสดงออกถึงความนอบน้อมของจิตวิญญานอย่างพร้อมเพียง

‘ให้ตายเหอะ พวกมุงหายไปไหนกันหมดวะ ? ’

ผมสบถประโยคนี้ขึ้นมาในใจอย่างนี้จริงๆ

 

                                                                                                                                                                       บ.ก.น้องหมี
22/9/56

ปล.อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s