“ฝ่าวิกฤติประเทศไทยด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์” ตอนที่ 2

222222

หน้าที่ที่แท้จริงของมุสลิมและคนไทยทุกคน

โอ้มุสลิมทั้งหลาย มาเถิดมาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ของเรา โอ้พี่น้องมุสลิมทั้งชายและหญิง มากันเถิดมาช่วยกันร่วมตักเตือนนะศีหะฮฺแก่พี่น้องของเราที่กำลังทะเลาะฟาดฟันกัน ในเมื่อพี่น้องเรามีปัญหาเราก็นะศีหะฮฺตักเตือนให้เขาหาทางออกให้ได้ นั่นคือเราควรจะเดินไปในทางนั้น เราจงอย่าได้ไปเติมไฟไปเข้าฝ่ายนั้นไปเข้าฝ่ายนี้ด่ากันไปด่ากันมา ถ้าเราทำแบบนี้เราอาจจะได้รับการลงโทษจากอัลลอฮฺด้วยกันทั้งหมดในเวลาไม่ช้านี้ก็เป็นได้ จำเป็นจะต้องมีคนที่มีจิตใจที่บริสุทธิ์ที่ต้องการที่จะเห็นทั้งสองฝ่ายอยู่ดีกินดีมีอนาคตที่ดี ไม่ใช่ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายเสียหายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหาย เราไม่อยากจะให้เป็นอย่างนั้น ให้ทั้งสองฝ่ายได้รับชัยชนะไปพร้อมๆกัน นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ เพราะเราอยู่ในประเทศเดียวกันหันกลับมาร่วมกันพัฒนาประเทศชาติมันจะดีกว่า เพราะเหตุนี้จงระวังให้มาก เพราะเหตุนี้แหละที่เราจำเป็นต้องชี้นำต้องตักเตือนเพื่อที่จะกล่าวขออภัยโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นจากอัลลอฮฺ ถ้าหากว่าการลงโทษนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ อินชาอัลลอฮฺ ด้วยประสงค์ของอัลลอฮฺเราจะปลอดภัยจากการลงโทษเพราะเราปฏิบัติหน้าที่ของเราแล้ว เพราะถ้าหากพวกเขาเหล่านั้นไม่สนใจในการเตือนสติของเรา เราบอกกับเขาแล้ว เราบอกกับเขาแล้วให้ทำอย่างนี้ ช่วยกันบอกเขาแล้ว ถ้าทุกคนต่างช่วยกันตักเตือน ฉันเตือนสติ คุณเตือนสติ โทรทัศน์เตือนสติ วิทยุเตือนสติ หนังสือพิมพ์เตือนสติ มีการแถลงข่าวเตือนสติทุกคน ทั้งหมดช่วยกันเตือนสติ ในการคุตบะห์วันศุกร์ (เทศนาก่อนนมาซวันศุกร์) ก็ช่วยกันเตือนสติ ถ้าหลังจากนี้แล้วพวกเขายังไม่ฟังอีก ยังหลงลืมกับการกระทำของพวกเขาอีก อัลลอฮฺก็จะทำการลงโทษและเมื่อพระองค์ลงโทษพระองค์จะช่วยผู้ที่ทำการตักเตือนให้รอดพ้นตามที่พระองค์ได้ตรัสไว้ อินชาอัลลอฮฺ

พวกเราจะปลอดภัย ไม่ใช่เพื่อที่เราจะให้ได้เปรียบใครแต่เพื่อที่เราจะได้ทำหน้าที่ของเรา เพราะอัลลอฮฺรับประกันว่าจะช่วยเหลือบรรดาผู้ที่ยับยั้งความชั่วจากการลงโทษที่จะเกิดขึ้น และอัลลอฮฺจะลงโทษเหล่าคนอธรรมเพราะพวกเขาได้ทำให้โลกนี้นั้นเสียหาย อย่างน้อยที่สุดในการทำหน้าที่ เราหวังที่จะรอดพ้นด้วยการเป็นผู้ที่ยับยั้งความชั่ว ซึ่งเราก็หวังว่าทุกคนจะจริงใจบริสุทธิ์ใจกัน ช่วยกันเจรจาหาทางออกทุกจังหวัดผู้คนทุกระดับช่วยกันเจรจาหาทางออก ต้องพูดคุยกันเจรจากันหาทางออกไม่ใช่หาทางชนให้แหลกกัน อันนั้นเราไม่เอา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบากมากตามที่เราได้เห็น เหมือนดั่งขุนเขาสองลูกกำลังปะทะชนกัน มันจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมุสลิมและมนุษย์เราบนแผ่นดินนี้ต้องพังทะลายกันได้ นี่ก็เสียหายกันตั้งเท่าไหร่แล้ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งต้องหยุดเรียน นักเรียนไม่ได้เรียนกันตั้งกี่วันแล้ว โครงการดีๆต่างๆต้องล้มเลิกไปกี่โครงการแล้ว เศรษฐกิจต้องสูญเสียไปเป็นพันพันล้านแล้ว ขอให้ทุกคนคิดดู ด้วยเหตุนี้ในนามที่เราเป็นมุสลิมเราต้องส่งเสียงให้ทุกคนช่วยกันส่งเสียง คนทุกระดับช่วยกันส่งเสียง โดยเฉพาะผู้นำต้องช่วยกันส่งเสียง ส่งเสียงเพื่อให้หาทางออก ให้นั่งเจรจากัน เราหาทางออก เราต้องมีทางออก แน่นอนทุกอย่างต้องมีทางออก ในโลกนี้ไม่มีทางตัน ทุกอย่างมีทางออกถ้าเราใช้สติปัญญาที่ดี ใช้ความมุ่งมั่น ใช้ความบริสุทธิ์ใจของเราให้จริง อัลลอฮฺจะให้ทางออกแก่เรา

แต่ถ้าหากว่าเราช่วยกันใช้อารมณ์ ฝ่ายนั้นใช้อารมณ์ฝ่ายนี้ใช้อารมณ์ อารมณ์นั้นจะสร้างไฟเท่านั้นเอง อารมณ์จะสร้างไฟที่ลุกลามเป็นความหายนะ ไม่ได้ให้อย่างอื่นไปนอกจากนี้ ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องคิดให้จริงเพื่อที่จะให้การนะศีหะฮฺของเรานั้นมีผลออกมา ให้มีประโยชน์ทั้งในระดับภาคใต้ของเราหรือในระดับทั่วประเทศ เราจึงขอเรียกร้องโดยเฉพาะจากพี่น้องที่เป็นมุสลิม ต้องทำหน้าที่ให้ดี โอ้มุสลิมเอ๋ย หน้าที่ของเราคือต้องทำการปฏิรูปให้เกิดสันติภาพเมื่อเกิดความขัดแย้ง ไม่ใช่เราไปสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยมีเป้าหมายที่จะให้อีกฝ่ายต้องถึงขั้นพังพินาศ นั่นไม่ใช่หน้าที่ของเรา ถ้าหากฝ่ายหนึ่งกล่าวว่าอีกฝ่ายทำความชั่วและเราต้องการจะหยุดยั้งความชั่วโดยอ้างอิงคำสั่งของนบีฯข้างต้นที่ผมได้กล่าวไปแล้ว การห้ามปรามความชั่วนั้นก็มีเงื่อนไขของมันคือ”ต้องละทิ้งการห้ามความชั่วถ้าหากว่าเกรงจะเกิดสิ่งที่ชั่วกว่า” เรานั้นจำเป็นจะต้องละทิ้งการห้ามความชั่วถ้าหากว่าการห้ามนั้นจะทำให้เราตกอยู่ในสภาพที่ชั่วกว่าที่เป็นอยู่ การที่เราจะไปฆ่ายุงตัวหนึ่งแล้วไปเผามุ้งนั้นมันไม่ถูกต้อง การที่มุ้งไหม้ไปนั้นเป็นอันตรายต่อเรามากกว่าถูกยุงกัดซะอีก ดังนั้นจงคิดแต่เพียงที่จะกำจัดยุงก็พอ อย่าได้ไปเผามุ้งที่เรานอนข้างในเลย บรรดาอิหม่ามอุลามาอฺหลายท่านจึงเตือนเราว่าเวลาที่จะปฏิเสธห้ามปรามความชั่วต้องพิจารณาดูให้ดีว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานั้นมันจะชั่วกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ ถ้าหากว่ามันยิ่งเกิดความชั่วยิ่งกว่าสิ่งที่เราจะห้าม แบบนี้ทำไม่ได้ นี่คือมติเอกฉันท์ของบรรดานักวิชาการมุสลิม บรรดาอุลามาอฺมีมติว่า “ถ้าหากไม่มีทางอื่นใดนอกจากทางที่ชั่วกว่าเท่านั้นที่จะระงับความชั่วที่เป็นอยู่ การรระงับความชั่วด้วยทางที่ชั่วกว่ามันจึงถือเป็นสิ่งที่ชั่วช้าเช่นเดียวกัน”

ดังนั้นการฟาดฟันกันที่เราเห็นในเวลานี้ระหว่างทั้งสองเป็นมุนกัรฺ (สิ่งที่ไม่ดี) ทั้งสอง เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนวิถีในการเปลี่ยนแปลงมันตามคำสอนของนบีฯ คือใครที่มีอำนาจก็ให้ใช้อำนาจในการเปลี่ยนแปลง ใช้อำนาจตามวิถีทางที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดทางออก เราไม่มีเจตนาที่จะให้ใครได้ใครเสีย เจตนาของเราคือให้ทุกฝ่ายเป็นฝ่ายที่ได้ ทุกฝ่ายมาเจรจาให้ทุกฝ่ายได้ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเสีย ถ้าเจรจาจะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียเราก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะเราต้องการความดีงามเราต้องให้เกียรติกับความดีงาม คนทำดีเราต้องให้เกียรติ ทุกคนที่ทำความดีเราต้องให้เกียรติ สิ่งที่ดีต้องรักษาไว้ สิ่งที่ไม่ดีค่อยขจัดไปด้วยกันด้วยวิธีที่นิ่มนวลที่สุด ไม่ใช่ด้วยวิธีที่รุนแรงที่จะนำพาการลงโทษของพระเจ้าให้ได้เห็นกันอย่างมากมาย นั่นคือวิธีแก้ของมุสลิม ถ้าหากจะเข้าไปร่วมชุมนุมกับเขาด้วยอีกจงเข้าร่วมในฐานะ “อันนาศิหุลอะมีน” (ผู้ตักเตือนที่ซื่อสัตย์) ในฐานะผู้ตักเตือนที่น่าเชื่อถือ เราต้องยึดคำสอนของท่านนบีฯ นั่นคือท่านคือผู้ตักเตือนที่ซื่อสัตย์ได้รับความไว้วางใจ ถ้าจะเข้าร่วมกับทุกฝ่ายก็จงเข้าร่วมในฐานะผู้ที่ช่วยหาทางออก ไปช่วยกระซิบในหูของบางคนที่มีอำนาจในแต่ละฝ่ายเพื่อให้หาทางออก นี่คือหน้าที่ของเราที่จะต้องรับผิดชอบต่อหน้าอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ถ้าเราไม่ทำเช่นนั้นเราจะเป็นคนที่ทำบาปต่ออัลลอฮฺ การทำสิ่งที่มิชอบนั้นคือบาป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือวิธีการก็ยิ่งบาปเข้าไปอีก ดังเช่นที่เกิดขึ้นมีกลุ่มสตรีที่ไปเต้นรำต่อหน้าบุรุษถึงแม้จะสวมปกปิดแล้วก็ไม่ได้

โอ้ลูกหลานของเรามุสลิมทั้งหลาย จงอย่าได้ออกไปเลยสตรีทั้งหลายสถานที่นั้นไม่ใช่สถานที่ของพวกเธอ ถ้าจะแสดงออกก็แสดงออกจากที่ของเราอย่าออกไปเต้นรำให้เหล่าบุรุษชมเล่น ถ้าจะแสดงออกกันในหมู่สตรีไม่เป็นไร อย่าทำแบบนั้นกันเถิด ถึงแม้จะใส่หิญาบแล้วก็ทำไม่ได้ เพราะเหตุนี้ขอให้เราทุกคนมาช่วยกันหาทางออก พี่น้องทุกคน ลูกหลานทุกคน เหล่าผู้นำมุสลิมทั้งหมด วันนี้เป็นวันที่เราต้องจับตาดูเป็นพิเศษเกรงว่าจะเป็นเหตุให้ไฟจากทั้งสองฝ่ายลุกลาม เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้เรานั้นเป็นต้นเหตุที่จะทำให้พระองค์ยกการลงโทษของพระองค์ถ้าหากว่าพระองค์จะลงโทษในครั้งนี้ ให้อัลลอฮฺยกการลงโทษของพระองค์ในครั้งนี้จากคนที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม จากชาวไทยทั้งปวงให้เกิดความปลอดภัยไม่เกิดความหายนะในประเทศที่เรามีผลประโยชน์ร่วมกัน อินชาอัลลอฮฺ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันอาจจะทำลายความพยายามในกระบวนการเจรจาสันติภาพในภาคใต้ของเรา ถ้าการเจรจาสันติภาพต้องพังลงมันจะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ดีอีกต่างๆนานา ดังนั้นผมจึงขอเรียนเชิญเราทุกคนร่วมกันนะศีหะฮฺ ผมขอนะศีหะฮฺตัวผมเอง บรรดาผู้นำ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และคนทุกฝ่าย นักพูดของทุกพรรคทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม ขอเรียกร้องให้ทุกคนใช้สติปัญญา จงกลับไปสู่สิ่งที่เราศรัทธา ถ้าศรัทธาต่อประชาธิปไตยก็กลับไปหาประชาธิปไตยที่แท้จริง ถ้าศรัทธาต่ออิสลามก็กลับไปหาอิสลามที่แท้จริง อินชาอัลลอฮฺ.. สุดท้ายนี้ผมขอสั่งเสียตัวผมเองและทุกท่านให้เชื่อฟังและยำเกรงต่ออัลลอฮฺเพื่อที่พวกเราจะได้ประสบความสำเร็จ.

———
อ้างอิง :
แถลงการณ์ ชัยค์ ดร. อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี (อัพโหลดขึ้นเมื่อ 1/12/2556)
http://youtu.be/eA-C0nk6PRs

บรรยายธรรมประจำสัปดาห์ (มัญลิสอิลมีย์) โดย ชัยค์ ดร. อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา (วันที่ 30/11/2556, ปารามิแต ยะลา (ภาษามลายู))
http://youtu.be/5aa0njyLnko

เพิ่มเติม :
ความหมายอัลกุรอานในแต่ละอายะฮฺจะใช้ตามตัฟซีรบะฆอวีย์ ของอิมาม อบูมุฮัมมัด หุสเสน บิน มัสอูด อัลบะฆอวีย์ เป็นเสียส่วนใหญ่
——–

ป.ล.ขอให้พี่น้องช่วยกันเผยแพร่นะครับ ญะซากัลลออฺคอยรอน

>>ย้อนอ่านตอนที่ 1<<

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s