เมื่อผู้คุ้มครองหะรอมัยน์คุ้มครองฆาตกรสังหารผู้ก้มสุญูด

6

เมื่อผู้คุ้มครองหะรอมัยน์คุ้มครองฆาตกรสังหารผู้ก้มสุญูด

“ระบอบกษัตริย์” มิใช่ระบอบที่เลวร้ายเท่าไรนัก ถ้าเราคิดเสียว่านี่คือการเดินทางของตักดีร เพราะมิฉะนั้น ท่านมุอาวิยะฮฺ บิน อะบีสุฟยาน (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ) ก็คงจะต้องถูกประณามอย่างไม่เหลือชิ้นดีแล้วจากโลกมุสลิม แต่พฤติกรรมของคนบางคนที่จะไม่วิจารณ์ในระบอบนี้แม้แต่น้อย ก็เพียงเพราะตัวเองประหนึ่งทำนองว่าเคยปักธงไว้เเล้วว่าเป็นราชวงศ์สะลาฟี ก็ทำให้เกิดการปิดปากเงียบงันต่อทุกกรณีที่ความจริงและธาตุแท้บางอย่างปรากฏเช่นในครั้งนี้ ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีก เมื่อบางท่านกลับเลือกใช้วิชาอคติบังตาเข้าห้ำหันอิควานด้วยความเข้าใจว่าเพราะใช้ประชาธิปไตยไม่ใยดีต่อชารีอะฮฺ จนอัลลอฮฺได้ลงบะลาอ์เข้าใส่พวกเขาผ่านลูกหลานฟิรเอาน์ที่มีนายพลอะซีซีเป็นผู้สืบทอดมรดกนั้น จึงฉาบฉวยและเป็นการถุยน้ำลายขึ้นฟ้ารดหน้าตัวเองดีๆนี่เอง เป็นน้ำลายที่หมักมมความอคติและความไม่ชัดเจนในเรื่องอุควะฮฺต่อกลุ่มมุสลิมด้วยกันมานานนม

ความพยายามในการที่จะปกป้องและกอดระบอบกษัตริย์ที่ตัวเองเคยรับประกันโดยไม่ดูบริบทของเวลา อีกทั้งพยายามเชื่อมโยงคำพูดของชัยค์บินบาซว่าใครที่ด่าว่าระบอบปกครองของซาอุเท่ากับว่ามีปัญหาต่ออะกีดะฮฺนั้น ก็เป็นการเชื่อมโยงเหตุการณ์แบบหยาบๆเพื่อตบตาคนทั่วไปที่ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าที่ชัยค์บินบาซพูดแบบนั้น ก็เพราะยุคนั้น (คิงไฟซอลเป็นกษัตริย์) มีความพยายามที่จะเอาอิสลามมาใช้อย่างมากที่สุดก็ว่าได้นับตั้งแต่ยุคที่ ท่านมุฮัมมัด อิบนุซะอูด ร่วมปกครองกับ อิมามมุฮัมมัด อิบนุอับดุลวะฮาบ (ขออัลลอฮฺโปรดปรานคนทั้งสอง)

วันนี้ ปรากฏการณ์คำพูดและความช่วยเหลือของราชวงศ์ซาอุฯ ต่อรัฐบาลอันธพาลของนายพลอะซีซีในการสังหารหมู่มุสลิม เผามัสญิด และกราดยิงผู้ชุมนุมขณะที่กำลังละหมาดอยู่ เพียงเพื่อเด็ดต้นกล้าแห่งระบอบอิสลามที่แท้จริง(แม้จะยังไม่สมบูรณ์) และกลัวว่าระบอบนี้จะย่างกรายเข้ามาหาตัวเอง ถล่มราชวังใหญ่โตและตัดขาเก้าอีสีทองของตัวเองครั้งนี้ กลับทำให้มีหลายสิ่งหลายอย่างโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ สำนวนที่ว่า “น้ำลดตอผุด” จึงสมควรยิ่งที่จะเอามาใช้แก่กลุ่มคนที่ยังคงสงวนท่าทีในการต่อต้านรัฐประหารอียิปต์ เพียงเพราะยังไม่มีคำฟัตวาหรือความเห็นที่ชัดเจนจากบรรดากีบารหรืออย่างไรแน่? จึงยังคงสับสนในเรื่องง่ายๆที่เด็กได้เห็นก็ตอบได้เเล้วว่าโหดร้ายและต้องประณามมากเพียงไร

บางที หลายเรื่องทีเดียวที่ต้องมีการรื้อข้อมูลเสียใหม่ อิมามอิซซุดดีน อับดุลสะลาม หัวหน้าอุละมาอ์ที่กล้าแข็งข้อและต่อต้านผู้ปกครองที่อธรรมในสมัยอับบาสิยะฮฺ บะดีอุซะมาน ซะอี้ด นูรซี อุละมาอ์ใหญ่ในอดีตของราชวงศ์ออตโตมานที่กล้าเผชิญหน้าและกล่าวตักเตือนคอลีฟะฮฺของตัวเองเมื่อพระองค์กระทำผิด หรือแม้กระทั่งอิมามอิบนุตัยมิยะฮฺ ที่ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอีกเเล้วนั้น พฤติกรรมเช่นอุละมาอ์เหล่านี้หายไปไหนหมดจากอุละมาอ์ที่เยาวชนบางคนในไทยยกย่องนักยกย่องหนา แน่นอนว่าการนิ่งเงียบต่อความอธรรม ไม่ใช่ความต้องการของอุละมาอ์เหล่านี้แน่ แต่เพราะระบอบปกครองของตนเองมันมีปัญหานั้นเอง ระบอบปกครองอิสลามแบบไหนหรือที่ขัดขวางการลุกขึ้นมาพูดของเหล่าอุละมาอ์ ระบอบปกครองอิสลามแบบไหนหรือที่กล้าที่จะยืนอยู่ข้างฆาตกรที่กราดยิงบรรดาผู้คนที่กำลังรุกั้วว์และสุญูด ??? ต้องรื้อความเข้าใจใหม่ในหลายๆเรื่องเลย มันเหมือนมีการใส่กระดุมผิดรูตั้งแต่ต้นหรือเปล่า อะไรๆหลายอย่างมันจึงไม่มีค่าอย่างที่ตนต้องการเท่าไร

ปรากฏการณ์ในอียิปต์ มีความเศร้า น้ำตาและเสียงร่ำไห้ดังระงมไปทั่วท้องถนนก็จริง แต่ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้แหละ อัลลอฮฺก็ได้บอกกับเราในหลายๆเรื่องที่ยากจะถูกเปิดเผยหากทุกอย่างเป็นปกติ คำพูดของ เจ้าชายอะมีร ชะกีบ อัรสะลาน อาจจะเข้าใจยากก็จริงว่า มุสลิมจะเป็นศัตรูที่น่ากลัวและโหดเหี้ยมที่สุดของอิสลามได้อย่างไร… แต่ขอให้เราคิดเถอะว่าทุกอย่างมันเป็นไปได้… ก็ในเมื่ออิบลีสมันเคยเข้าเฝ้าและเห็นอัลลอฮฺมาแล้ว มันยังอยากจะเข้านรก นับประสาอะไรกับมนุษย์ที่ชัยฏอนมันเข้ามาวิ่งเล่นในเส้นเลือดได้ทุกเมื่อทุกเวลาเล่า วัลลอฮุอะลัม

แอดมิ้น
17/8/2556

คำสั่งเสียจากกษัตริย์ไฟซอล

 

ทหารอียิปต์กราดยิงคนกำลังละหมาด

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s