เมื่อคนที่เขารักต้องจากไป

แน่นอนว่าความตายเป็นเรื่องสะเทือนใจ และสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของคนๆหนึ่งก็ไม่มีใครสามารถทำลายได้ แต่ว่าด้วย “อุดมการณ์ในการต่อสู้” นั้น มันมีความแตกต่างกัน เห็นคนไทยชอบเอาการต่อสู้ของชาวอียิปต์วันนี้ไปเปรียบเทียบกับตัวเอง

คนอียิปต์นั้นสู้เพื่อพระเจ้า แต่คนเสื้อแดงนั้นสู้เพื่ออะไร? คนอียิปต์เขามีความหวังในชัยชนะนี้ เพื่อเป็นใบเบิกทางสู่อัลอักศอ ดินแดนแห่งบรรดานบี คนเสื้อแดงล่ะ? ชาวอียิปต์สู้เพื่อเอากฏหมายของพระเจ้ามาแทนกฏหมายประชาธิปไตย แต่คนเสื้อแดงนั้นสู้เพื่อเอาประชาธิปไตย(แบบที่ตัวเองเข้าใจ) เพื่อมาทดแทนประชาธิปไตยอีกอันที่มีอยู่ (ซึ่งคนอีกกลุ่มเข้าใจว่าถูก) มิใช่หรือ… และนายพลอัซซีซีที่ฆ่าคนอียิปต์อยู่ตอนนี้ก็ว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน

**ฟังสำนักข่าวของไทยสำนักหนึ่งที่มีนักเรียนจบจากอเมริกาเป็นคนเด่นๆประจำสำนักเเล้ว ชวนให้มึนงงและน่าสมเพส ทางที่ดีไม่ควรเอาอุดมการณ์ลาอิลาหะอิลลัลลอฮฺที่ยิ่งใหญ่ของชาวอียิปต์มาเป็นพวกเดียวกันกับอุดมการณ์ทะแม่งๆและมึนงงของตัวเองเลย

คนๆหนึ่งย่อมเสียใจเมื่อคนที่เขารักต้องจากไป ไม่ว่าเขาจะมาจากฝ่ายไหน
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ อย่าเอาแนวคิดการเมืองของตนมาผสมปนเปเลย มันสกปรกเกิน

600 กว่าศพกับการสังหารหมู่สองวันในอียิปต์ ผู้คนยังคงหลั่งไหลออกมาตามท้องถนน ตอนนี้น้ำแข็งกำลังขาดแคลน เขาเอาไปห่อรวมกันกับศพเพื่อไม่ให้ศพเน่าเร็วในช่วงหน้าร้อน ชายคนนี้สูญเสียน้องชายไปจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ หลังจากห่อศพน้องชายพร้อมน้ำแข็ง และมีพระคัมภีร์อัลกุรอ่านอยู่บนศพ เพื่อรอการทำพิธี เขาให้สัมภาษณ์ BBC ด้วยน้ำตาปริ่ม ๆ ว่า

“คุณไม่มีทางปัดความรับผิดชอบต่อการสังหารครั้งนี้ได้ มันเป็นการสังหาร คุณฆ่าประชาชนของตนเอง คุณหนีความผิดไม่พ้นหรอก กฎหมายยังมีอยู่ ศาลระหว่างประเทศก็ยังมีอยู่ ประชาชนจะใช้ทุกช่องทางที่สงบและสันติเพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ทุกคนที่อยู่ในรัฐบาลจะต้องเข้ารับการไต่สวนต่อการสังหารหมู่ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ครั้งนี้”

“You are not going to get away with it. This is a murder. You killed your own people. You can’t get away with it. There’s a law. There is International Court. And people will pursue all peaceful means to hold these people accountable. Everybody in this government should be held accountable for the massacre that is happening right now.”

แค่เปลี่ยนบริบทมาที่เมืองไทยเมื่อปี 2553 ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคงคล้ายกัน…

http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-23720275

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s