ท่านศาสนทูตกับเจ้าแมวน้อยมุอัซซะอ์

https://www.youtube.com/watch?v=18Oi4TzCBzo

ท่านศาสนทูตกับเจ้าแมวน้อยมุอัซซะอ์

ท่านนบีมุฮำมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซสัลลัม) เป็นผู้ที่มีความเมตตาอ่อนโยน และชื่นชอบแมวเป็นอย่างมาก ท่านมีแมวตัวโปรดตัวหนึ่งชื่อ ‘มุอัซซะอ์’ และมีเรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับท่านกับเจ้าแมวมุอัซซะอ์ว่า ครั้งหนึ่ง เมื่อมีเสียงอะซานดังขึ้น ในขณะที่มุอัซซะอ์กำลังหลับใหลอยู่บนผ้าชิ้นงามผืนหนึ่งของท่านนบีฯ ซึ่งท่านต้องการจะสวมใส่ผ้าผืนนั้นไปทำละหมาด ท่านนบีฯเกรงว่าหากท่านดึงผ้าออก อาจจะเป็นการรบกวนและทำให้มุอัซซะอ์ตื่นขึ้นได้ ดังนั้น ท่านจึงตัดผ้าส่วนที่เหลือที่ไม่ถูกทับแล้วเอามาใส่และปล่อยให้มุอัซซะอ์นอนต่อไปบนผ้าอีกส่วน

ท่านนบีมุฮำมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซสัลลัม) มีความผูกพันกับแมวเป็นอย่างมาก ยามเมื่อท่านกล่าวเทศนาแก่บรรดาเศาะหาบะฮฺ ท่านจะให้มุอัซซะฮ์นั่งอยู่บนตัก และท่านยังเคยดื่มน้ำส่วนที่เหลือหลังจากที่ให้แมวของท่านดื่ม ท่านยังเคยอาบน้ำละหมาดจากน้ำเดียวกันกับที่ให้แมวดื่มด้วย…

เหล่านี้ ดูประหนึ่งว่าสิ่งที่ท่านนบีฯปฏิบัติต่อแมวเป็นอย่างดีนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรจากผู้คนที่รักแมวทั้งหลายในปัจจุบัน แต่อยากจะให้ผู้ที่รักแมวลองคิดทบทวนดูว่า ***พวกเขากล้าที่จะดื่มน้ำแก้วเดียวกันกับแมวหรือไม่ โดยไม่เกรงว่าจะมีเชื้อโรคติดต่อไปยังร่างกายพวกเขา (เป็นที่เชื่อกันว่าการดื่มน้ำส่วนเหลือจากแมวนั้นไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่ย่างใด) ซึ่งตรงนี้แหละ ฉันคิดว่าจะเป็นการพิสูจน์ตัวเรา ว่ารักแมวมากๆเท่ากับท่านนบีมั้ย ^^

‘อัลอิสลาม’ นั้นช่างเป็นสิ่งที่ดูจะหมิ่นเหม่เกินไปถ้าจะบอกว่าเป็นเพียงศาสนา คุณตาเมาดูดีชอบใช้คำว่า ‘ดีน’ แทนคำว่าศาสนาหรือเรลิเจี่ยน เพราะอิสลามนั้นมันมากกว่าคำว่าศาสนา มันคือวิถีชีวิต คือความงดงามในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ทั้งที่มีต่อผู้คนรอบข้างในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ปัจเจกชนข้างบ้านจนถึงสังคมที่เขาต้องปฏิสัมพันธ์ด้วย ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซสัลลัม) เองก็เป็นศาสนทูตที่ไม่เหมือนเลยแม้แต่น้อยกับผู้ประกาศศาสนาอื่นบนโลก มุฮัมมัดถูกทำให้เกิดอย่างมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ชีวิตในวัยเด็ก ตลอดจนเข้าสู่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ ล้วนเป็นมนุษย์ธรรมดาดั่งที่อัลกุรอานพยายามตอกย้ำ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็น ‘แบบอย่าง’ แก่มนุษย์ด้วยกันซึ่งล้วนแต่ไม่ใช่ผู้วิเศษวิโศที่ไหน

ศาสนทูตมุฮัมมัดเคยถูกอัลลอฮฺตำหนิ (ในซูเราะฮฺอะบะซา) ท่านเคยทุกข์ เคยเศร้า เคยยิ้มและร้องไห้เมื่อผู้คนแห่งเมืองฏออีฟขว้างหินใส่ท่าน ท่านเคยถูกภรรยาผู้เป็นที่รักอย่างท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ (เราะดิยัลลอฮุอันฮา) โอบกอดและปลอบประโลมจากความกลัวในครั้งที่รับวะฮฺยูครั้งแรก ท่านเคยน้อมรับคำชี้แนะจากบรรดาเศาะหาบะฮฺ เช่นวิถีในการรบจากท่านซัลมาน อัลฟารีซี (เราะดิยัลลอฮุอันฮุ) บุคลิกภาพของท่านช่างงดงาม ดั่งที่ ดร.ซะการียา บะชีร ได้สาธยายไว้ใน ‘ตะวันขึ้นที่มะดีนะฮฺ’ ถึงบุคลิกของท่านผ่านการอ้างอิงจากเนื้อหาใน ‘บิดายะฮฺ วันนิฮายะฮฺ’ ของท่านอิบนิกะษีร ความงดงามนี้มิได้มีต่อมนุษย์เท่านั้น ดั่งที่เราได้อ่านไปข้างต้นว่าแม้แต่แมวท่านก็ปฏิบัติต่อกันด้วยดีประหนึ่งว่ามันคือแขกผู้มีเกียรติที่กษัตริย์จากที่ไหนสักแห่งส่งมาเยี่ยมเยียนนบีอะไรขนาดนั้น

มาชาอัลลอฮฺมากๆเลยนะ ฉันนึกไม่ออกเลยจริงๆ ถ้าท่านศาสนทูตของเราคือผู้วิเศษ ผู้มีรัศมีเปล่งแสงออกมาจากหลังหัว สามารถบินหรือลอยบนน้ำได้ หรือคุณลักษณะวิเศษต่างๆที่ไม่ใช่มาจากคำสั่งของพระเจ้าเเล้ว เราจะมีแบบอย่างอันงดงามจากไหนให้ได้เลียนแบบ ชุโกรต่ออัลลอฮฺและเศาะละวาตท่านท่านนบีของเราเถิดนะ อามีนนนนนน…

ยาสีฝัน
21/7/2556
นึกหยิบมาเล่า พอดีนั่งเล่นกับแมวก่อนละศิลอด ^^
คลิป : เจ้าแมวเข้ามาหา ชัยคฺ ดร.อุสามะฮฺ อัลอัซฮารี
อ้างเรื่องแมวจาก : http://pictures-of-cats.org/islam-faith.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s