ชาวอโศกในวันนี้ กับชาวมะดีนะตุลสลามในอนาคต

111112111111

ชาวอโศกในวันนี้ กับชาวมะดีนะตุลสลามในอนาคต

หลายคนคงเคยได้ยิน “โครงการมะดีนะตุลสลาม” นะครับ
แต่มีกี่คนเอ่ย ที่เคยได้ยิน ชุมชนอโศก ??

พอดีผมได้อ่านสกุ๊ปพิเศษชิ้นหนึ่งในนิตยสาร ฅ.คน ฉบับล่าสุด ว่าด้วยชุมชนชาวอโศกที่ จ.อุบลราชธานี เรียกว่าราชธานีอโศก ชุมชนนี้เป็นชุมชนพึ่งตนเองและออกแนวพุทธนิยมทางเลือก (เฉกเช่น ท่านพุทธทาสภิกขุ หรือหลวงปู่ชา คือไม่กราบไหว้พระพุทธรูป เป็นต้น) สำคัญคือเป็นชุมชนขนาดใหญ่ และมีเช่นนี้อีกในหลายจังหวัด เป็นชุมชนพึ่งตนเอง มีระบบสาธารนูปโภค โรงเรียน ร้านค้า โรงปุ๋ย แปลงผัก ทุ่งนา บ้านสุขภาพหรือโรงบาลชุมชน ตลอดจนการผลิตยาสีฟัน แชมพู เสื้อผ้า หรือทุกๆปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์นั้น ผลิตเองทั้งหมด เงินทองและความร่ำรวย คนที่นี่ไม่รู้จัก ทุกคนรู้จักกันหมด ค่ำไหนกินข้าว นอนบ้านเพื่อนได้หมด คล้ายๆชุมชนอัรกอมในอดีต ที่มาเลเซียเลยก็ว่าได้ครับ

ชาวอโศกถือความพอดี และการลด (ทุกอย่าง) ที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตเป็นสำคัญ พวกเขานิยมสวมใส่เสื้อผ้ามอฮ่อม (แต่ไม่ได้บังคับ) พูดจาสุภาพอ่อนน้อม และมีชื่อที่สมณะหรือนักบวชในชุมชนตั้งให้โดยดูจากพฤติกรรมและอุปนิสัยของผู้นั้นนานพอควร และมีความหมายที่ลึกซึ้งทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ได้บังคับให้มีเช่นกัน เช่น เย็นยิ่ง (เพราะเป็นคนใจร้อน โมโหง่าย เลยตั้งชื่อนี้เพื่อเตือนสติ) แก่นฟ้า ขวัญดิน เย็นยิ่ง ถ่องแท้ พอแล้ว เจ็ดแก้ว เขียว เป็นต้น

ที่จริงผมก็ได้ยินและรับรู้เรื่องเหล่านี้มานานนะครับ อย่างคำว่า สันติอโศก (ชุมชนอโศกที่กรุงเทพฯ) การแต่งกายแบบท่านจำลอง ศรีเมือง กระทั่งตอนเรียนมหา’ลัย ผมก็เคยนึกสนุกออกจากห้องแลป ไปลงทะเบียนเรียนวิชาทางสังคมของ นศ.ป.โท ก็มีพี่คนหนึ่งที่เคยไปอยู่ชุมชนอโศก เขาก็เคยเล่าให้ฟังว่าที่นู่นอยู่กันยังไง ทุกครอบครัวมีบ้านไม้ยกใต้ถุน โดยที่สามารถสร้างบ้านใหญ่หรือเป็นปูนได้ แต่ทุกคนก็คิดว่ามันไม่ใช้สิ่งจำเป็น ไม่มีทีวี ไม่มีใครอยากดู ยกเว้นทีวีตามศูนย์กลางชุมชนไว้ดูข่าวคราวโลกภายนอกบ้าง ทุกคนนอนเร็ว 2-3 ทุ่ม ตื่นตี 3-4 สวดมนต์และฟังพระเทศน์ เช้าออกทำงาน 9 โมงมาสวดมนต์กินข้าวเช้า พบปะพูดคุยตามประสาพี่น้องในชุมชน จากนั้นก็แยกย้ายออกทำงานต่อ ทุกคนมีงานหมด ไม่ว่าจะเป็นครู (เรียกว่าคุรุ) เป็นหมอ เป็นช่าง ซึ่งหลายคนก็เคยเป็นวิศวกรเงินเดือนหมื่นๆ เศรษฐีเงินล้าน ก็ทิ้งชีวิตในเมืองและการแสวงหาสิ่งสมมุตินั้นทุกอย่าง แล้วเข้ามาอยู่ในชุมชนชาวอโศก ถือศีลอย่างเคร่งครัด อะไรต่างๆนาๆเหล่านี้ก็เพื่อเตือนสติคนในชุมชนว่า…ชีวิตนั้น แท้จริงแล้วไม่มีอะไรเลย เราทุกคนต่างต้องตายไปเป็นเถ้าถ่าน เอาอะไรไปไม่ได้ ดังนั้นตอนที่ยังมีชีวิต จงเป็นกัลยาณมิตรหรือเพื่อนที่ดีต่อกันเถิด

ผมเองไม่เคยเห็นชุมชนนี้จริง แต่ได้สัมผัสพี่คนนั้น ก็เชื่อละ ว่าสภาพแวดล้อมที่นั่นมันสร้างคนให้เป็นแบบนี้ พี่คนนั้นเป็นคนสุภาพ ทั้งกิริยาท่าทาง การแต่งกายอย่างมิดชิด ไม่แต่งหน้า ไม่ทำผม แต่หวีเรียบร้อย พูดจาอ่อนน้อม และก้มหน้าเขินอายตลอดเวลา ตรงข้ามกับพี่อีกคนที่ใส่กระโปร่งสั้น ซึ่งมีชีวิตอยู่ในเมือง แน่นอน 2 คนนี้ ถือพุทธคนละแนวคิดกันเลย

นั่นคือ “ชาวอโศก”

ไม่นานมานี่ ผมมีโอกาสผ่านบริเวณที่เขากำลังสร้างอาคารใน “โครงการมะดีนะตุลสลาม” ที่ปัตตานี สิ่งที่ผมเห็นคือโครงสร้างทางวิศวกรรมใหญ่โตในพื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตา กอปรกับก่อนหน้านี้ก็ได้เห็นคลิปโมเดลจำลอง มัสยิดของโครงการ ที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับมัสยิดนะบะวีย์ ที่เมืองมะดีนะฮฺ แน่นอนว่าใครที่ได้เห็นคลิปแล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธถึงความใหญ่โตของมัน มีสวนน้ำหน้ามัสยิด เฉกเช่นที่ทัชมาฮาล เหมือนกษัตริย์ซาอุ กับ กษัตริย์ชาห์เยฮัน มาสร้างเองเลยทีเดียว

นั่นคือมัสยิดของโครงการ คงไม่ต้องนึกถึงหมู่บ้าน เช่นบ้านจัดสรร หรือโรงพยาบาล อะไรๆต่างๆที่จะตามมา ภายใต้แนวคิดในการสร้างหมู่บ้านมุสลิมที่มีความเป็นอิสลาม เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะครับ ที่เราก็กำลังจะมี “โครงการสร้างชุมชน” ขึ้นมาเช่นกันกับพี่น้องชาวพุทธ ซึ่งเขาได้สร้างหมู่บ้านอโศกมานานแล้ว

ผมคิดว่าสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งและอาจเป็นเป้าหมายหลักที่ซ่อนอยู่ของทั้งสองโครงการหรือการสร้างชุมชนของสองศาสนานี้ก็คือการ “สร้างคน” นั่นเอง ภายใต้ความพอดี การลด และการไม่ต้องการสิ่งที่ฟุ่มเฟือยสำหรับ “ชีวิตจริง” ตลอดจนบ้านทำจากไม้ มีการสวดมนต์และฟังพระเทศน์ในหลายๆเวลาตลอดทั้งวัน รวมถึงเสื้อมอฮ่อมเก่าๆ และไม่จำเป็นก็ไม่ใส่รองเท้าของชาวอโศกนั้น ก็เพื่อการนี้ เพื่อฝึกให้ “คน” ได้พัฒนาเป็น “มนุษย์” ตามทัศนและแนวความคิดความเข้าใจของศาสนาตัวเอง

“โครงการมะดีนะตุลสลาม” ก็เช่นเดียวกัน ผมเชื่ออย่างนั้น ในครั้งหนึ่งที่พวกเรามีโอกาสได้พบกับผู้ใหญ่ในโครงการท่านหนึ่ง จึงได้แอบถามอย่างอ้อมๆถึงการ “สร้างคน” หรือ “ตัรบียะฮฺคน” ในท่ามกลางทีเซอหรือโฆษณาต่างๆ รวมถึงคลิปมัสยิดขนาดมหึมานั้นด้วย แต่ปรากฏว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นก็ไม่ได้ให้คำตอบแก่เราเลย แน่นอน บางทีท่านอาจไม่เข้าใจคำถามของพวกเราก็เป็นได้

แต่ผมเข้าใจว่า ท่านคงไม่คิดว่าการตัรบิยะฮฺคน ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของเราหรอก ?

ผมเองเป็นแค่คนบนฝั่งและคอยยืนให้กำลังใจคนบนเรือที่ชื่อ “มะดีนะตุลสลาม” ไม่บังอาจกระโดดขึ้นเรือและเอาเท้าราน้ำหรอกครับ ผมไม่ร้ายขนาดนั้น ออกจะน่ารักน่าชังเสียอีก ที่ขอเป็นกัลยาณมิตร คอยสะกิด คอยถามไถ่ คอยติเพื่อก่อ มิใช่ด่าเอาๆ นี่

ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมเขียนไปอย่างเร่งรีบนี้ ก็เพื่อให้เราได้มองเขาแล้วกลับมามองเรา มองชุมชนอโศกในวันนี้ (ไปหา ฅ.คน ฉบับนี้มาอ่านให้ได้นะ) และชุมชนมะดีนะตุลสลามของเราในอนาคต ว่าจะเป็นเช่นไร จะยืนอยู่ยังไงในท่ามกลางโลกแห่งทุนนิยมและความเน่าเฟะของสังคม จะสร้างคนตอนไหน จะสร้างก่อนหรือหลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว ???

ข้อเขียนทั้งหมดนี้ ผมเขียนขึ้นท่ามกลางความคิดความอ่านที่สับสน อาจจะผิด อาจจะถูก และการมีมัสยิดใหญ่โตมหึมาอลังการ หรือบ้านจัดสรรงามๆ ก็อาจจะเพิ่มอีมานในใจเราได้ ใครจะไปรู้ สุดท้ายท้ายสุด อยากจะฝากข้อคิดเตือนสติผมเองและพี่น้อง ทั้งตอนนี้ และตอนที่มะดีนะตุลสลามเสร็จสิ้นแล้ว ด้วยข้อความต่อไปนี้…

…ครูของผมท่านหนึ่ง ได้รับเกียรติจากกรรมการโครงการมะดีนะตุลสลาม ให้ไปดูงานและถามไถ่คำปรึกษา ครูมาเล่าให้ผมฟังว่า “เขาถามว่าควรจะเพิ่มเติมอะไรอีกไหมในโครงการ” ครูว่าแกนึกไม่ออก เพราะไม่เคยเจออะไรใหญ่โตขนาดนี้ แกเลยถามสั้นๆกลับไปว่า “แล้วกุโบร์ อยู่ตรงไหนหรอครับ” ผมจำไม่ได้ว่าคณะกรรมการตอบกลับว่าไง…

น่าคิดนะครับ..
เราควรสร้างคน สร้างอาคารบ้านเรือน ทุกๆอย่างในชีวิตนี้ ก็เพื่อความสะดวกสบายในหลุมแคบๆตอนที่เราตายก่อนไปวันอาคีรัตนี่ครับ วันนี้เราจึงต้องพิพากษา พิจารณาตัวเองแล้วละครับว่า คน วัตถุ อาคารบ้านเรือน และวิถีชีวิตแบบไหน ที่จะทำให้เรานึกถึงความตาย นึกถึงอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ ที่มีความลึกและความมืดเป็นเอกลักษณ์ เราได้สร้างสิ่งต่างๆเพื่อสนองตอบเจตนารมณ์แห่งพระเจ้าอันนี้แล้วหรือยัง วัลลอฮุอะลัม

หมีมลายู
22/5/2556

ภาพ : จากนิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 8 ฉบับที่ 7 (90) พฤษภาคม 2556

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s