อะไรคือความรู้

Islam-Southeast-Asia

อะไรคือความรู้

โดย อิมามฆอซาลี/แปลโดย สากีนะห์ บอซู

เกลาเนื้อหาโดย ทีมสมิอฺนา

โอ้ลูกรัก! ไม่ทราบกี่วันกี่คืนและกี่เดือนที่เธอได้อดหลับอดนอนเพื่อทบทวนความรู้และอ่านหนังสือ ฉันไม่ทราบว่าอะไรเป็นเหตุที่ให้เธอเป็นเช่นนั้น หากเธอหวังเพียงเพื่อดุนยา เกียรติยศ ตำแหน่ง หรือเพียงให้โลกเชยชม ก็พูดได้เลยว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก แต่หากเธอทำไปหวังเพื่อที่จะสร้างสรรค์ชะรีอะฮฺ(หลักการ) ของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) หรือเพื่อให้จริยธรรมของเธอนั้นสูงส่ง แน่นอนเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่ง

โอ้ลูกรัก! ขอให้เธอใช้ชีวิตตามที่เธอต้องการ แต่จงจำไว้เถอะว่าเราเกิดมาต้องตาย จงรักเถอะต่อคนที่เธอรัก แต่อย่าลืมว่าวันหนึ่งเธอก็จะต้องจากเขาไป จงทำเถอะในสิ่งที่เธออยากจะทำ แต่อย่าลืมว่าในทุกการกระทำนั้น จะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าที่สุด

โอ้ลูกรัก! เธอได้รับอะไรบ้างจากการที่เธอได้ร่ำเรียนวิชาทางการแพทย์ กาพย์กลอน บทกวี จักรวาล วรรณกรรม และไวยากรณ์ นอกเสียจากว่าเธอได้หมดอายุไปอย่างไร้สาระเท่านั้น  หากเธอได้ลืมนึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ จริงๆแล้ว ในคัมภีร์อินญีลได้ระบุไว้ว่า ท่านนบีอีซา (อะลัยฮิสลาม) ได้กล่าวว่า“ตั้งแต่วินาทีแรกที่ศพได้วางไว้บนหาบ จนถึงหลุมฝังศพ อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ได้ป้อนคำถามถึง 40 คำถาม คำถามแรกคือ “โอ้ บ่าวของเรา เจ้าได้ทำความสะอาดสายตาของสิ่งที่ถูกสร้างเกี่ยวกับตัวของเจ้าเป็นเวลาสิบๆปี แต่เจ้าไม่สามารถทำความสะอาดสายตาของเราแม้แต่นาทีเดียว และทุกๆวัน เราก็ได้เพ่งพินิจที่หัวใจของเจ้าพร้อมกับตรัสว่า เจ้าได้ทำอะไรเพื่อสิ่งอื่นนอกจากเราบ้างหรือเปล่า? ทั้งๆที่เจ้าได้รับความดีจากเรา ทำไมเจ้าทำเป็นหูหนวก เจ้าไม่ได้ยินหรือ?”

โอ้ลูกรัก! ความรู้ที่ไม่ได้ปฏิบัตินั้นเป็นสิ่งที่บ้า และการปฏิบัติที่ไม่ได้มาจากความรู้นั้นเป็นสิ่งที่งมงาย ดังนั้นขอให้รับรู้เถอะว่าความรู้อย่างเดียวไม่สามารถช่วยเธอให้หลุดพ้นจากสิ่งเลวร้ายได้เลย และไม่สามารถนำพาเธอไปสู่หนทางการเคารพภักดีต่อพระเจ้าเลย และในวันอาคิเราะฮฺก็ไม่สามารถปกป้องเธอให้พ้นจากนรกญะฮันนัมได้เลย ในเวลานี้ เธอไม่ปฏิบัติในสิ่งที่อัลลอฮฺให้ปฏิบัติและเธอยังละเลยเพิกเฉย แต่พอถึงวันอาคิเราะฮฺเธอก็จะพูดว่า “โอ้อัลลอฮฺ! ได้โปรดให้ข้าพเจ้า
กลับไปยังโลกดุนยาอีกครั้งเถอะ แล้วข้าพเจ้าจะกระทำแต่คุณงามความดี” คำตอบที่ได้มาก็คือ “โอ้ คนโง่! เจ้าจากมาจากที่นั่นแล้ว แล้วจะกลับไปอีกทำไม?”                                        โอ้ลูกรัก! ขอให้พวกเธอมีความตั้งใจ และความตั้งใจนั้นขอให้เป็นมงกุฎแห่งวิญญาณ ความพ่ายแพ้ขอให้เป็นแค่อารมณ์ใฝ่ต่ำ (นัฟซู) และความตายขอให้เป็นอาภรณ์ของชีวิต เพราะสถานที่ที่เธอจะพำนักอย่างยาวนานต่อไปคือกุโบรฺ เพราะสมาชิกในกุโบรฺนั้นได้เฝ้ารอเธอทุกนาทีและวินาที ในวันหนึ่งข้างหน้าเธอก็จะได้พบกับพวกเขา ขอให้เธอจงรอบคอบ อย่ากลับไปพบพวกเขาด้วยการไม่นำเสบียงอะไรไปเลย

ท่านอบูบักรฺ อัศศิดดิก (รอฎิยัลลอฮุอันฮฺ) ได้กล่าวว่า  “ร่างกายนั้นเปรียบเสมือนกรงนกหรือคอกสัตว์ ฉะนั้นขอให้เจ้าจงพิจารณาว่า แล้วเจ้าจะอยู่ตรงส่วนไหน? ถ้าเจ้าคิดถึงนกตระกูลสูง แน่นอนตอนที่เราได้ยินเสียงกึกก้องประกาศในวัน  กิยามะฮฺว่า ‘จงกลับไปยังพระเจ้าของเจ้าเถอะ แน่แท้ เจ้าจะได้บินไปถึงสุดยอดของสวรรค์’ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ (ศ็อลฯ) ได้กล่าวถึง สะอัด บิน มาอัส ว่า อัรชฺของอัรเราะห์มานได้สะเทือนก็เพราะความตายของ สะอัด บิน มาอัส” ในอีกรายงาน วันหนึ่ง มีคนๆหนึ่ง ได้นำนมมามอบแก่ท่านหะสัน อัลบัศรี (รอฮิมะฮุลลอฮฺ) เมื่อท่านได้จับเหยือกแก้ว ท่านก็ได้สลบทันที และไม่ได้สติเป็นเวลานาน เมื่อท่านฟื้นขึ้นมามีคนถามท่านว่า “ทำไมท่านถึงเป็นเช่นนั้น?” ท่านก็ตอบว่า “ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าฉันได้นึกถึงสภาพของชาวนรกที่ได้วิงวอนให้ชาวสวรรค์รินน้ำให้แก่เขาถึงแม้เพียงหยดเดียวก็ตามหรืออะไรก็ได้ที่อัลลอฮฺได้ประทานรุสกีแก่ชาวสวรรค์”

โอ้ลูกรัก! หากเธอคิดว่าความรู้ที่ปราศจากการปฏิบัติ  (อามาล) นั้น เพียงพอแล้วสำหรับเธอ ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่สูญเปล่า เช่นเดียวกันกับคำประกาศของอัลลอฮฺก็คงจะสูญเปล่าเช่นกัน  อัลลอฮฺได้ทรงตรัสเสมอว่า “มีผู้ขอหรือไม่? มีผู้ขออภัยหรือไม่และมีผู้ทำการเตาบัตหรือไม่?” ได้รับการรายงานว่ามีเศาะฮาบะฮฺของท่านนบีกลุ่มหนึ่งได้เอ่ยนาม อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร ให้ท่านนบีมูฮัมมัด (ศ็อลฯ) ฟัง ท่านก็ได้กล่าวว่า “ผู้ที่ประเสริฐที่สุดก็คือผู้ที่ละหมาดในช่วงกลางคืนและจงอย่านอนให้มากใน
ช่วงกลางคืน เพราะถ้านอนมากจะทำให้คนๆนั้น จะอยู่ในสภาพที่ยากจนในวันกิยามะฮฺ”

โอ้ลูกรัก! ขอให้เธอตื่นทำการละหมาดในช่วงกลางคืนเพราะนั่นคือคำสั่งเมื่อเวลาของศุบฮฺมาเยือน แล้วก็ขอให้เตาบัต เพราะนั่นได้แฝงการซูโกรและผู้ที่ขออภัยโทษ (เตาบัต) ในเวลาศุบฮฺนั่น หมายถึงการรำลึกถึงอัลลอฮฺ, ท่าน เราะสูลุลลอฮฺ (ศ็อลฯ) ได้กล่าวไว้ว่า “เสียงที่อัลลอฮฺทรงโปรดนั้นมี 3 เสียง คือ เสียงไก่ขันในเวลาใกล้ศุบฮฺ เสียงคนที่กำลังเตาบัต (ขออภัยโทษจากอัลลอฮฺ) และเสียงของคนที่อ่านอัลกุรอานในเวลาใกล้ศุบฮฺ”

ท่านซุฟยาน อัศเศารียฺ ได้กล่าวว่า “อัลลอฮฺได้สร้างลมที่พัดผ่านในเวลาใกล้จะศุบฮฺ ด้วยการนำการซิกิร (การรำลึกถึงอัลลอฮ์) และอิสติฆฟาร (การขออภัยโทษ) ต่ออัลลอฮฺ

ท่านยังได้กล่าวอีกว่า “เมื่อเวลากลางคืนเยือนเข้ามาเสียงประกาศก็ได้เริ่มขึ้นจากใต้อัรซฺของพระเจ้าว่า ‘ตื่นเถอะจงตื่นชาวอิบาดะฮฺ’ หลังจากนั้นพวกเขาก็ตื่นและทำการละหมาดตามจำนวนเราะกาอะฮฺที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ พอถึงช่วงกลางดึก ผู้ทำหน้าที่ประกาศก็ประกาศอีกว่า ‘จงตื่นเถอะบรรดาผู้เคารพภักดี’ และพวกเขาก็ได้ตื่นขึ้นมาทำการละหมาดและขออภัยจากอัลลอฮฺ และเมื่อแสงรุ่งอรุณปรากฏ ผู้ประกาศก็ได้ประกาศอีกว่า ‘จงตื่นเถอะผู้ที่ละเลยในการดำเนินชีวิต’ และพวกเขาก็ตื่นเสมือนกับศพที่ฟื้นจากกุโบรฺฉันใดก็ฉันนั้น”

โอ้ลูกรัก! แก่นแท้ของความรู้คือเธอต้องเข้าใจด้วยความถ่องแท้ ว่าอะไรคือความหมายของคำว่า “การเคารพภักดี” และ “ความซื่อสัตย์” และจงรับรู้เถอะว่า “ฏออัต” และ “อิบาดะฮฺ”นั้น หมายถึงการยอมจำนนต่ออัลลอฮฺในทุกๆ คำบัญชาและละเว้นข้อห้ามของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การกระทำหรือจิตใจ หมายความว่า ขอให้ปฏิบัติตามกฎของอัลลอฮฺในทุกๆบทบัญญัติที่ให้ปฏิบัติหรือละเว้นในข้อห้ามที่ไม่ให้ปฏิบัติ  ดังเช่นหากเธอถือศีลอดในวันอีดและวันตัซรีก เธอก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้เนรคุณ หรือเธอใส่เสื้อผ้าที่ได้มาจากการเอาของคนอื่นมาเป็นของเธอเอง หรือจากการรับของคนอื่นมาใส่ในการทำละหมาดก็ได้ชื่อว่าบาป และนี่คือตัวอย่าง

โอ้ลูกรัก! เป็นที่ถูกต้องที่สุดหากคำพูดของเธอและการปฏิบัติของเธอได้ปฏิบัติตามแบบฉบับของชะรีอะฮฺ  (กฎหมายอิสลาม) เพราะความรู้และการปฏิบัติที่ไม่ได้มาจากบรรทัดฐานของซะรีอะฮฺนั้นหลงผิดทั้งสิ้น ขอให้ทราบเถอะว่า  ลิ้นที่ปลดปล่อยและจิตใจที่ปิดตายพร้อมกับได้ละเลยและทำตามอารมณ์ใฝ่ต่ำนั้น โชคร้ายยิ่งนัก หากเธอไม่สามารถสยบอารมณ์ใฝ่ต่ำด้วยการญิฮาด (ต่อสู้ในหนทางอิสลาม) อย่างจริงจัง แน่นอนจิตใจของเธอก็จะไม่สามารถอยู่ได้ภายใต้นูรหรือรัศมีแห่งอัลลอฮฺได้เลย

ขอให้ลูกๆรับรู้อีกเถอะว่า มีอีกบางคำถามที่เธอได้ถามแต่ไม่สามารถตอบได้และจะขอนำไปตอบในหนังสือ “อิหฺยาอุลูมุดดีน” ส่วนตรงนี้ จะขอกล่าวเพียงบางส่วนเท่านั้น นั่นก็คือคุณสมบัติ 4 ประการ ที่พึงมีในตัวของเธอเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบ

หนึ่ง— การยึดมั่นหรืออิอฺติกอดที่บริสุทธิ์และถูกต้อง ที่ไม่แฝงไปด้วยอุตริกรรมทางศาสนา (บิดอะฮ์)

สอง— เตาบัต หรือการขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺด้วยความตั้งใจ โดยไม่หวนกลับไปทำความผิดนั้นๆอีก

สาม— ขอความโปรดปรานต่ออัลลอฮฺ ในข้อสงสัยที่มีอยู่ในใจ กระทั่งได้รับรู้เกี่ยวกับซะรีอะฮฺที่สามารปฏิบัติได้ด้วยดี

สี่— ขอความรู้เกี่ยวกับโลกอาคิเราะฮฺจากอัลลอฮฺ ซึ่งสามารถปลดปล่อยเราพ้นจากเคราะห์ร้ายของโลกดุนยาได้

มีเรื่องราวหนึ่งซึ่งถูกเล่ากันมาว่า ท่านชิบลี (รอฮิมาฮุลลอฮฺ)ได้รับใช้ครูบาอาจารย์ถึง 400 คน เขาได้กล่าวว่า

“ฉันได้อ่านและศึกษาอัลหะดีษถึง 4,000 บท แต่ฉันก็ได้เลือกหะดีษเพียงหนึ่งบทเท่านั้น และฉันก็ได้ปฏิบัติตามหะดีษบทนี้เพียงบทเดียว เพราะฉันได้พิจารณาแล้วว่า ความสุขและความปลอดภัยของฉัน มันได้แฝงอยู่ในหะดีษบทนี้ พร้อมกันนั้น หะดีษบทนี้ยังได้ครอบคลุมถึงความรู้ของคนในอดีตและปัจจุบัน  ด้วยเหตุนั้นเพียงพอแล้วสำหรับเป็นที่ยึดมั่นของฉัน” หะดีษที่ท่านชิบลีกล่าวถึงก็คือ  ท่านเราะสูลุลลอฮฺ (ศ็อลฯ) กล่าวแก่เศาะฮาบะฮฺว่า “ขอให้เจ้าปฏิบัติเพื่อโลกดุนยา เท่าๆกับความสามารถที่เจ้ามีอยู่ และจงปฏิบัติต่ออัลลอฮฺ เท่ากับลมหายใจที่เจ้ามีอยู่ และจงปฏิบัติเพื่อที่เจ้าจะได้ห่างจากไฟนรก เท่ากับความสามารถของเจ้าที่จะปกป้องจากการทรมานของไฟนรก”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s