ระลึกถึง “ค่ำคืนแห่งปูโละปูโย”

13

ระลึกถึง “ค่ำคืนแห่งปูโละปูโย”
29 มกราคม 2555
สถาณการณ์ชายแดนใต้เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง
เลือดที่หลั่งริน ยังไม่ใช่เลือดของอุมมะฮฺ ??

ณ ค่ำคืนที่ดูจะเงียบสงบ พวกเขากำลังจะออกไปละหมาด
โดยไม่คาดคิดว่า ข้างหน้านั้น พวกเขาจะถูกเจ้าหน้าที่กราดยิงใส่รถกระบะ
เมื่อทหารพรานบนเนินแห่งนั้นเรียกให้พวกเขาจอดรถ
พวกเขาจอดบนเนินดินเเดง
อย่างไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ พวกเขาให้เพื่อนที่พูดไทยได้พูด
“เรากำลังจะไปละหมาดญะนาซะฮฺ(ละหมาดให้แก่ศพ)ครับ”

“พูดคุยกันได้ประมาณไม่ถึง 10 นาที ผมมองเห็นทหารพรานคนดังกล่าวยกปืนขึ้นมา
แล้วเล็งมายังรถ ผมคิดในใจว่า ทหารจะยิงพวกเราเหรอ”

“ไม่ทันใด เสียงปืนดังขึ้นจากด้านซ้ายของรถ มีอาสาสมัครทหารพรานอีกคน
ยืนอยู่บนเนินยิงกราดเข้าใส่รถในตัวรถ และกระบะหลัง ผมก้มลงใต้พวกมาลัยรถ
กระสุนเฉียดแผนหลังด้านซ้าย รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันที
ทหารพรานได้ตะโกนให้คนที่อยู่บนรถหนี แต่ระหว่างนั้นก็ได้กราดยิงแบบไม่ยั้งมือ”

ท่ามกลางความวุ่นวาย มีเสียงหนึ่งเล็ดลอดออกมา ผ่านดงกระสูน
“ยิงให้ตายให้หมด…ยิงให้ตายให้หมด”

“ผมจึงตัดสินใจเปิดประตูรถกระโดดไปข้างทาง ที่มีแต่พงหญ้าที่มีแต่หนาม
แล้วหนีสุดชีวิต โดยไม่สนว่าตัวเองโดนกระสุนยิงเฉียวแผ่นหลังข้างซ้าย
และทหารก็วิ่งขนานตามมาบนถนน ทหารตะโกนอะไรสักอย่างกับผม แต่ผมไม่เข้าใจ”

เราจะไม่ขอสาธยายกระทู้นี้ มากมายนัก
อยากให้ภาพและข้อความได้สื่อถึงท่านเอง…
อยากให้พวกเราทุกคนที่ยังมีความเป็นมนุษย์ ได้ระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
และอีกหลายเหตุการณ์ในทำนองเดียวกัน ไม่ว่าความโหดเหี้ยมไร้ความเป็นมนุษย์
จะเกิดมาจากกลุ่มโจรใต้ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับสั่งการ หรือระดับคุมผลประโยชน์ หรือระดับลูกน้อง ที่ทำตามคำสั่งเลวๆ
ความสูญเสียที่ตามมา ภรรยาต้องเป็นหม้าย ลูกต้องเป็นเด็กกำพร้า
ครอบครัวขาดรายได้ ที่จนอยู่เเล้วก็ยิ่งจนเข้าไปอีก
ความสงบที่เคยมีมา ถูกปลุกปั้นให้เป็นความหวาดกลัว และบรรยากาศอึมครึม

เราเองไม่มีอำนาจในการที่จะเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ได้
ไม่มีพลังที่จะต่อกรกับกลุ่มผลประโยชน์ที่เอาแผ่นดินแม่เรา
และเอาความเป็นเพื่อนระหว่างพุทธกับมุสลิมที่เคยมีมา เป็นเครื่องเล่นบูชาผลประโยชน์
ไม่มีความสามารถที่จะบอกกล่าวความจริงทั้งหมด ให้คนในประเทศส่วนอื่นได้รับรู้
ที่เราทำได้ ก็เพียงแค่บอกกล่าวให้คนหนึ่งคนได้รู้ เพื่อให้เขาได้คิด ได้ตระหนัก
และทำอะไรสักอย่าง และบางทีเขาก็จะบอกคนอื่นต่อไป

เราเชื่อเสมอว่า
“คนอ่อนแอที่มีสติปัญญา ที่รวมตัวกันเป็นฝูงชนอันมหึมานั่นเเล่ะ คือเครื่องมือสำคัญในการโค่นความชั่วร้ายที่มีอยู่ ไม่ว่าความชั่วร้ายนั้นจะถูกทำให้มีหน้ามีตาดีแค่ไหนก็ตามในสังคมอันผุพังนี้”

เราเชื่อเช่นนั้น และเรากำลังทำให้ความเชื่อนั้นเกิดขึ้นจริง

แอดมิ้น
6/2/2556

หมายเหตุ : ที่จริงตั้งใจจะลงกระทู้นี้เมื่อวันที่ 29/1/2556 ในวาระครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ แต่ด้วยการงานที่รัดตัวจึงได้มาลงวันนี้แทน เป็นเจตนาและคำมั่นสัญญาที่พวกเราได้ให้ไว้กับเด็กชายบนรถกระบะในค่ำคืนนั้น ซึ่งความหวาดกลัวที่ต้องกระโดดหนีจากห่ากระสูนของทหาร ยังไม่จางหายไปไหน เด็กชายมีท่าทางสั่นๆมองซ้ายมองขวา ระแวงต่อคนทุกคนที่เดินเข้ามาหา พวกเราบอกน้องชายคนนี้ว่า เราจะไม่ทำให้เรื่องมันเงียบไปแน่นอน เราต้องทำอะไรสักอย่างแน่ ทำ…ทั้งๆที่อ่อนแอและไร้อำนาจพอๆกันนี่เเหละ เราสัญญาไอน้องชาย…

ข้อมูลเพิ่มเติม :
http://www.isranews.org/
http://www.fatonionline.com/

กระทู้เก่า เมื่อครั้งทีมสมิอฺนา ไปเยี่ยมปูโละปูโย
https://smiana.wordpress.com/2012/03/04/ปูโล๊ะปูโย/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s