จุ๊!จุ๊! ห้ามพูดนะ

“ที่ค่ายเด็ก โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาแห่งหนึ่งในจังหวัดยะลาได้ห้ามพี่เลี้ยงในค่ายพูดเรื่องปาเลสไตน์ เรื่องยิว โดยเกรงว่าจะเป็นการสอนในเรื่องความขัดแย้ง และความรุนแรง”

— จากพี่เลี้ยงคนหนึ่งที่ยังเจ็บใจไม่หาย

ขณะที่ “ชาวยิวเสี้ยมสอนลูกหลานให้

เกลียดชังและเกิดความอาฆาตรแค้นมุสลิมตั้งแต่อายุสี่ปีและมีหลักสูตรเฉพาะในสถาบันการศีกษาที่จะปลูกฝังให้เยาวชนของเขามีอุดมการณ์ที่จะต้องกำจัดมุสลิมออกไปจากแผนที่โลกทุกวิถีทาง ในขณะที่โรงเรียนของเราและคุณครูของเราหลายคนยังไม่รู้จักว่าใครคือยิวและอะไรคืออุดมการณ์สูงสุดของเขา

มันยังไม่ถึงเวลาอีกหรือที่เจ้าของโรงเรียนและผู้บริหารสถาบังการศึกษาทั้งหลายจะผ่าตัดเปลี่ยนแปลงหลักสูตรหรือสังคายนาตำราบางเล่มที่มีแต่ความเฉี่อยชาไกลจากเจตนารมณ์ของอิสลามออกไปจากสารบบของการเรียนการสอนเสียมั่ง

อย่างน้อยเยาวชนของเราจะได้รู้จักศัตรูที่แท้จริงของศาสนาเสียบ้าง ก่อนที่กองทัพของยิวจะมาเยือนที่หน้าประตูบ้านของเขา”

— @อับดุลมาลิก มูเก็ม

/////////////////

หมายเหตุ :  พี่เลี้ยงคนนั้นเป็นเพื่อนของแอดมินเอง และคงไม่ต้องบอกชื่อโรงเรียนครับ มันจะเป็นการประจานความผิดและความไร้เดียงสาเปล่าๆ เพราะความผิดนี้มันเป็นผลมาจาก”โครงสร้างทั้งหมด” มิได้เกิดมาจากคนๆเดียวหรือองค์กรใดๆ สังคมเราวางหลักสูตรผิดตั้งแต่ตาดีกา หรือ ผิดตั้งแต่การอบรมเลี้ยงดูบุตรของพ่อแม่มุสลิมเเล้ว จากนั้นเด็กๆเหล่านี้จึงค่อยๆเข้ามาชาชินยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากการไม่เอาใจใส่ของบรรดาครูสอนศาสนาในระดับปอเนาะ หรือมัธยมอีกทอดหนึ่ง ก็เท่านั้นเอง นี่ยังไม่นับว่าคือผลพวงมาจากปัญหาซ้อนปัญหาที่บรรดานักเรียนศาสนาที่ไปเรียนต่างประเทศ แต่สิ่งที่ได้มาเพียงแค่ความรู้ ทว่าว่างเปล่าจากอุดมคติและอุดมการณ์ พวกเขาไม่ได้เป็นความหวังของสังคมอีกต่อไป

สิ่งที่เกิดขึ้นในปอเนาะลักษณะนี้ จุดที่เศร้าไม่น่าจะอยู่แค่ว่า ทำไมมีอาจารย์แบบนี้อยู่–เท่านั้น แต่จุดเศร้าสำคัญอีกอันน่าจะเป็นว่า แล้วเด็กเองคิดไม่เป็นหรืออย่างไร ทำไมเด็กไม่ตั้งคำถามครู เด็กไม่รู้จักไขว่คว้า และเชยเมยตามที่ได้ถูกพร่ำสอนมาแบบเก่าๆ นั้นเอง

แอดมินเชื่อว่า การล้มระบบทั้งหมดลงจะเป็นสิ่งที่ยากเย็นมาก เพราะมันเหมือนเราจะดึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งออกมาทั้งลำต้น ยันรากแก้ว รากฝอยกะจิดริดในชั้นดินลึกลงไปเลยทีเดียว 

****แต่ยังมีอีกวิธีนั้นก็คือ การพยายามเปลี่ยนแปลงของ”ปัจเจกบุคคลผู้รู้ทัน” ณ เวลานี้เลยยิ่งดี โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว เพื่อเป็นการสร้างชนรุ่นใหม่ที่รู้เท่าทันระบบ และไม่ลงเอยด้วยการยอมที่จะสยบต่อระบบ ในวันที่เราได้เป็นผู้มีอำนาจ หรืออะไรสักอย่างที่คุมคนได้(เช่นกรณีนี้คือครู) 

แอดมินจำข้อคิดจาก ปรามุดยา นักคิดชาวอินโดนีเซียว่า “การศึกษาจะล้มเหลวอย่างที่สุด ถ้ามันเพียงแค่สร้างเด็กคนหนึ่งให้โตขึ้นมาเพื่อที่จะยอมสยบระบบเก่าๆที่เต็มไปด้วยค่านิยมที่ผิดๆ การศึกษาที่ดีจะต้องสร้างเด็กให้โตขึ้นมาที่จะกล้าทำลายความเชื่อผิดๆที่อยู่ในสังคม หรือแม้กระทั่งที่อยู่ในตัวคุณครูผู้ที่เขาเคารพก็ตาม” นี่แหละคือการแก้ปัญหาที่โครงสร้าง อันเป็นวิธีการที่จะนำมาซึ่งความจริงอันบริบูรณ์ในอนาคต 

วัลลอฮุอะลัมครับ… .
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s