ขออุทิศหน้านี้ปกป้องท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อาลัยฮิวะซัลลัม

เรียบเรียงโดย Fizen

“…ฉันเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อว่าวันหนึ่งเมื่อฉันได้ยืนอยู่เคียงข้างท่าน ท่ามกล่างพี่น้องของฉันอีกหลายต่อหลายคนในวันกียามัต ฉันจะได้กล่าวแก่ท่านอย่างเต็มปากว่า “ฉันก็รักท่านเหมือนกันน่ะ”…”

ขอความสันติจากองค์อัลลอฮฺจงมีแด่ท่านผู้อ่านทั้งหลาย

เมื่อสองปีก่อน ฉันจำได้ว่ามีมนุษย์โง่เง่าคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ฟากฝั่งอันไกลโพ้น ประกาศตัวว่าจะท้าทายอำนาจของพระเจ้าด้วยการเผาคัมภีร์อัลกุรอานในวันแห่งการครบรอบ 10 ปีของเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ด้วยเหตุผลที่เขาเป็นโรคเกลียดชังต่ออิสลาม หรือ Islamophobia (โรคประสาทประเภทหนึ่งซึ่งเกิดอาการสั่นเทิ้มทั่วทั้งตัวเมื่อได้ยินคำว่าอิสลาม) และกลัวต่อกฎหมายชารีอะห์ของอัลลอฮฺ

Terry Jones คือนามของมนุษย์งี่เง่าคนนั้น เขาเป็นถึงพระนิกายโปรเตสแตนท์แห่ง Dove World Outreach Center โบสถ์เล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐฟลอริด้า ด้วยความที่เขาเกลียดอิสลามแบบเข้าไส้ เขาจึงเขียนหนังสือชื่อว่า “Islam Is of the Devil” ซึ่งกลายมาเป็นที่รู้จักหลังจากวันที่ประกาศเผาอัลกุรอาน นอกจากนี้ยังได้รับการเชิญชวนจากกลุ่ม “EDL:English Defence League” กลุ่มหัวรุนแรงที่เคลื่อนไหวต่อต้านอิสลามในอังกฤษ ให้มารวมหัวกันต่อต้านอิสลาม

การเผาคัมภีร์อัลกุรอานครั้งนั้นทำให้มุสลิมทั่วโลกต่างประณามตัวเขา


พวกเขาไม่รู้สิน่ะว่า ถึงแม้อัลกุรอานจะถูกเผาอีกสักกี่ล้านเล่ม พวกเขาก็ทำได้ไม่หมดหรอก เพราะว่าอัลลอฮฺจะทรงปกป้องพระดำรัสของพระองค์ที่อยู่ในรูปแบบคัมภีร์อัลกุรอานและรูปแบบของผู้คนที่จำพระดำรัสทั้ง 6235 อายะฮฺในหัวสมอง ไว้จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของเวลาในโลกนี้ เหตุใดหนอที่พวกเขาช่างดื้อรั้น และขลาดเขลาขนาดนั้น

2 ปีถัดจากเหตุการณ์เผาคัมภีร์อัลกุรอาน…

วันที่ 11 กันยายน 2012 (อีกแล้ว) ฉันอ่านเจอข่าวที่มีผู้ประท้วงสถานฑูตสหรัฐฯ ประจำกรุงไคโร ประเทศอียิปต์และกรุงเบงกาซี ประเทศลิเบีย ในกรุงไคโรผู้คนมารวมตัวกันหน้าสถานฑูตและทำการเผาธงชาติสหรัฐฯ พร้อมชูธงสีดำที่มีตัวอักษรภาษาอาหรับ ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่สมควรแก่การเคารพนอกจากอัลลอฮเท่านั้น และท่านศาสนฑูตมุหัมมัดคือศาสนฑูตของพระองค์” ส่วนอีกที่หนึ่งคือกรุงเบงกาซี กลุ่มผู้ติดอาวุธบุกสถานกงศุลและใช้จรวดอาร์พีจียิงเข้าไปข้างในอาคาร เป็นเหตุให้นาย Christoper Stevens ฑูตสหรัฐฯ ประจำลิเบีย และคนอื่นๆ อีก 3 นายเสียชีวิต

พวกเขามารวมตัวเพราะอะไรหรือ อะไรคือต้นเหตุแห่งการประท้วง เป็นไปได้หรือที่อยู่ดีๆ พวกเขานึกคิดสนุกอยากประท้วงใครสักคนขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลอันใด ???

พอได้อ่านฉันจึงเข้าใจ พอได้ดูฉันจึงตาสว่าง

ต้นตอของเรื่อง คือหนังเรื่องหนึ่งชื่อว่า Innocence of Muslims เป็นหนังที่สร้างขึ้นมาเผยแพร่ผ่าน Youtube เพื่อกล่าวโจมตี ดูถูก ดูหมิ่นท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อาลัยฮิวะซัลลัม ว่าเป็น คนเจ้าชู้ กะล่อน เป็นพวกรักร่วมเพศ เป็นผู้นำที่บ้าพลัง พวกเขาดูถูกเหยียดหยามท่านด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเถื่อน รุนแรง โหดร้าย ซึ่งแน่นอน เรา มุสลิมไม่มีทางเชื่อกับข้อกล่าวหาด้วนๆ นี้อย่างเด็ดขาด

11 หรือ 14 นาทีของหนังเรื่องนี้ฉายให้เห็นว่า พวกเขามีความอคติ เกลียดชังต่อท่านนบีและศาสนาอิสลามขนาดไหน ถึงกับกล่าวว่า “อิสลามเสมือนกับโรคมะเร็ง”

—-
ที่จริงเวอร์ชั่นเต็มของหนังเรื่องนี้ยาวสองชั่วโมงและมีการฉายเพียงครั้งเดียว ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ชื่อว่า Sam Bacile เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกาเชื้อสายยิวตามที่ตนกล่าวสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์อย่างลับๆ ให้กับหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal หนังเรื่องนี้ใช้งบประมาณในการสร้าง 5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาวยิวกว่า 100 คน หากจะพิจารณาจากตัวเงินแล้วถือว่าหนังเรื่องนี้ใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย เพราะฉากแต่ละฉากดูไม่เป็นมืออาชีพเลย
—-

“เจ้าคือมุสลิมคนแรก” ชายที่สวมบทบาทเป็นมุหัมมัดในหนังพูดกับลา หรือการอ้างเนื้อหาในอัลกุรอานอย่างผิดเพี้ยน หรือฉากที่ชายสองคนกำลังพูดถึงนบีมุหัมมัดและท่านอุมัรว่าเป็นเกย์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือเนื้อหาเพียงบางส่วนที่บรรจุอยู่ในหนังเรื่องนี้ ช่างเป็นความคิดที่สกปรกเหลือเกิน

การดูถูก ดูหมิ่น บิดเบือน ใส่ไคล้ และการให้ร้ายต่อนบีมุหัมมัดและศาสนาของอัลลอฮฺ เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยการนำเสนอรูปแบบต่างๆ โดยในอดีตนั้นอาจจะเป็นการแต่งตำราโดยนักบูรพาคดีเป็นการส่วนใหญ่ เช่น Divine Comedy งานเขียนของดังเตที่โจมตีว่าร้ายต่อท่านนบี ต่อมาในยุคหลังๆ เมื่อสื่อมีความหลากหลาย พวกเขาก็ทำมาในรูปแบบของการวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนเผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์ อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศเดนมาร์ก หนังสือพิมพ์ Jyllads-Posten ได้นำภาพการ์ตูนล้อเลียนท่านนบี ศ็อลฯ ซึ่งทำให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักจากมุสลิมทั่วทุกมุมโลก หรือบางทีพวกเขาทำในรูปแบบของภาพยนตร์ หนังสารคดี คลิปวิดีโอ เช่นเรื่อง Innocence of Muslims(หนังที่กำลังพูดถึง), Holding the Line: In Defense of Prophet Mohammed (หนังสารคดีที่ดูหมิ่นศาสนาอิสลาม) , Mohammed-The Beacon for Mankind และเรื่องอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

กี่มากครั้งแล้วที่พวกเขาใส่ร้ายท่านนบีของเรา
กี่มากครั้งแล้วที่พวกเขาดูถูกเหยียดหยามศาสนาของเรา พี่น้องของเรา

เราเพียงแต่รู้เหตุการณ์แต่ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากนัก ตอนที่ฉันกำลังเขียนบทความนี้อยู่ เพื่อนคนหนึ่งโพสต์รูปภาพชายมุสลิมชาวอังกฤษกำลังถือกระเป๋ากระดาษข้างในบรรจุหนังสือชีวประวัติของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลฯ แจกจ่ายให้แก่ผู้คน(โดยเฉพาะผู้ที่มิใช่มุสลิม)ที่เดินผ่านในห้างสรรพสินค้า ข้างถนนคนเดิน และตามซอกซอยหลังจากวันที่หนังเรื่องนั้นออกฉาย เมื่อดูแล้วรู้สึกประทับใจมากๆ อยากเข้าไปมีส่วนร่วมกับพี่น้องฝั่งกระโน้น

—-
หลังจากดูรูปภาพนั้น ฉันจึงนั่งทบทวนชีวิตของตัวเอง ตั้งคำถามให้กับตัวเองว่าเราเคยปกป้องใครสักคนที่เรารักมั้ย ใครสักคนที่เรากล่าวถึงอยู่ตลอด
—-

ฉันกล่าวกาลิมะหฺชาฮาดะหฺทุกวันๆละอย่างน้อยที่สุด 10 เวลา ฉันไม่เคยซาบซึ้งเท่าวันนี้มาก่อน ฉันรู้แล้วว่าการเติมเต็มความหมายให้กับท่อนที่สองของกาลิมะหฺชาฮาะหฺ จะต้องทำด้วยความรักที่มีต่อท่าน จะต้องทำด้วยการปกป้องข้อกล่าวหาร้ายๆ ที่มายังตัวท่าน จะต้องทำด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของท่านในทุกเวลาและทุกบริบท ฉันเข้าใจแล้ว ฉันเข้าใจแล้ว อัลฮัมดุลิลลาหฺ

ฉันเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อว่าวันหนึ่งเมื่อฉันได้ยืนอยู่เคียงข้างท่าน ท่ามกล่างพี่น้องของฉันอีกหลายต่อหลายคนในวันกียามัต ฉันจะได้กล่าวแก่ท่านอย่างเต็มปากว่า “ฉันก็รักท่านเหมือนกันน่ะ”

พี่น้องที่รักของฉัน หากพบข้อผิดพลาดประการใดในบทความชิ้นนี้ โปรดบอกฉัน อย่าให้ฉันเป็นคนที่มืดบอดต่อความรู้ที่มีประโยชน์เลย

วัสสลาม

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s