เล่า–กล่าว–ความดี | ตอน : เสียดายที่เธอไม่คลุมหิญาบ

เ ล่ า – ก ล่ า ว – ค ว า ม ดี
ตอน : เสียดายที่เธอไม่คลุมหิญาบ
หยิบมาเล่าโดย / ผู้ใดเล่าจะมีถ้อยคำที่ดีเยี่ยมไปกว่าผู้ที่ชักชวนกันไปสู่ความดีงาม
พิมพ์ครั้งแรก: สมิอฺนา เล่ม 10 (Download) 

นางสาวอัยยาอายุ 22 ปี เริ่มหิญาบมาเกือบสองปีแล้ว

แรงบันดาลใจในการคลุมหิญาบคืออะไรคะ
ความจริงแล้วตั้งใจจะคลุมหิญาบตั้งแต่เข้ามหา’ลัยแล้วค่ะ ในปีใดปีหนึ่งข้างหน้า แต่ก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะเริ่มต้นได้เร็วขนาดนี้ พอได้รู้จักพี่น้องมุสลิม ก็ได้เข้าใจอะไรมากขึ้น จากเดิมที่มีความตั้งใจอยู่แล้วก็ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น คนรอบข้างก็ช่วยกันสนับสนุน ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น เห็นผิดเห็นถูกมากขึ้น ทั้งๆที่เพื่อนรอบข้างเป็นต่างศาสนิกหมดเลย

มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราตัดสินใจคลุมทันทีมั้ย แบบว่ารอช้าไม่ได้แล้วนะ
ครั้งหนึ่งเห็นเพื่อนมุสลิมีนแข่งกีฬา (แข่งวิ่ง) ซึ่งพอเขาวิ่งเสร็จเขาก็รีบไปเปลี่ยนจากกางเกงขาสั้นเป็นขายาว ก่อนที่จะไปรับเหรียญรางวัล ตอนนั้นรู้สึกอายมากเลยค่ะ ตัวเองยังใส่กางเกงขาสั้น เสื้อแขนสั้นอยู่เลย และอีกครั้งคือมีน้องในคณะมาถามว่าพี่เป็นมุสลิมด้วยเหรอ ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก ถามตัวเองว่านี่เราเหมือนกับเขาขนาดนี้เลยเหรอ..เราควรจะทำให้แตกต่างได้แล้ว เพราะความจริงเราต่างกับเขา ทำให้ตัวเองอยากเป็นมุสลิมะฮฺที่สมบูรณ์มากขึ้น ช่วงเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ ช่วงเราะมะฎอนปี2 เริ่มหัดคลุมหิญาบบ้าง ถอดบ้าง ได้ละหมาดมากขึ้น พอเปิดเทอมก็ตัดสินใจใส่หิญาบในชุดนักศึกษาทันที ไม่อยากถอดอีกแล้ว อยากคลุมหิญาบแบบถาวรเลย

เจออุปสรรคอะไรบ้างมั้ยคะ
เจอค่ะ เพื่อนๆหลายคนก็เข้ามาถามว่าทำไมต้องเปลี่ยนด้วย เราก็กล้าที่จะพูด กล้าที่จะอธิบายให้เขาฟัง

แล้วคนครอบครัวละคะ เกิดอะไรขึ้นบ้าง กับการเปลี่ยนแปลงของเรา
ทุกคนในบ้านดีใจมากเลยค่ะ พ่อเคยพูดเปรยๆว่าอยากให้คลุมหิญาบ แต่ก็ไม่ได้บังคับอะไร พ่อน้ำตาไหลเลยค่ะ ทุกคนสนับสนุน ซื้อหิญาบมาให้น่ะค่ะ

อยากบอกอะไรกับคนที่ยังไม่คลุมหิญาบบ้างคะ
อยากให้ทบทวนว่าเราเป็นใคร เราภักดีต่อใคร สิ่งที่เราทำนั้นถูกต้องหรือยัง มันเป็นอะไรที่ไม่น่าแปลกเลยสำหรับการคลุมหิญาบในปัจจุบัน สังคมไม่ได้ปิดกั้น…แล้วเราจะปิดกั้นตัวเอง(จากความรักของอัลลอฮฺ)ทำไม ?

พี่ชารีฟะห์ นักกฏหมายอายุ 34 ปี(แล้ว)ค่ะ

คลุมหิญาบมานานแค่ไหนแล้วคะ
คลุมตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ คลุมๆถอดๆ คลุมบ้างเป็นบางโอกาส ขึ้นกับสถานที่..ตอนไปเรียนก็ไม่ได้คลุม ตอนนี้คลุมหิญาบแบบที่อัลลอฮฺบอกมาประมาณ1ปีแล้วค่ะ อัลหัมดุลิลละฮฺ ^^

อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คลุมหิญาบคะ
เมื่อก่อนไม่ได้คลุม เวลาทำอะไรแล้วรู้สึกว่าจิตใจไม่เข้มแข็ง..แต่พอได้ละหมาดอย่างสมบูรณ์ ได้หิญาบแล้วรู้สึกมั่นใจว่าเราได้อยู่ใกล้อัลลอฮฺ ได้ทำอิบาดัตต่ออัลลอฮฺเพิ่มขึ้น ได้เรียนรู้อิสลามเพิ่มมากขึ้น

ฝากอะไรถึงหิญาบบ้างคะ
การคลุมหิญาบเป็นสิ่งที่มีค่าที่ผู้หญิงมุสลิมได้ทำเป็นอย่างของสตรีทุกคนอยู่แล้วผู้ชายก็ควรมองเห็นคุณค่า ให้เกียรติและมีความรับผิดชอบต่อหิญาบด้วย และช่วยกันรักษาเกียรติของมุสลิมะฮฺด้วยเช่นกัน อยากให้ผู้หญิงมุสลิมทุกคนคลุมหิญาบให้เรียบร้อย เวลาเจออุปสรรคก็ให้คิดถึงอัลลอฮฺ ขอดุอาอ์(ขอพร)ต่ออัลลอฮฺ ขอให้ทรงตอบรับความดีของเรา ทุกวันนี้นี้มีความสุขมาก เราได้คลุมหิญาบแล้ว เราไม่ต้องทำผิดต่ออัลลอฮฺแล้ว หิญาบช่วยให้เราไม่ลืมอัลลอฮฺแล้ว

นางสาว wisalt อายุ 21 ปี เริ่มคลุมหิญาบเมื่อเราะมะฎอนปีที่แล้วค่ะ

คลุมหิญาบมานานแค่ไหนแล้วคะ
คลุมมาตั้งแต่มัธยมต้นแล้วค่ะ ตอนนั้นเรียนปอเนาะ(โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาควบคู่ความรู้สามัญ) พอ ม.ปลาย มาเรียนโรงเรียนรัฐบาล ทำให้ไม่ได้คลุมหิญาบ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังไม่ได้คลุม ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร

อะไรคือแรงบันดาลใจให้เราอยากกลับมาคลุมหิญาบอีกครั้งคะ
ตอนที่ไม่ได้คลุมหิญาบก็จะแต่งกายไม่เรียบร้อย เช่น ไม่ได้นุ่งกางเกงขายาว ตอนนั้นก็รู้ตัวว่าทำผิด รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเรา

อะไรคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
เพื่อนๆชวนไปร่วมกิจกรรมของชมรมบ้าง ไปฟังบรรยายบ้าง ทำให้คิดได้ว่าที่ผ่านมาเราทำถูกต้องหรือเปล่า เดือนเราะมะฎอนที่ผ่านมาก็เลยตัดสินใจคลุมหิญาบ..ตอนนั้นเพื่อนสนิทของตัวเองก็เพิ่งตัดสินใจคลุมหิญาบด้วย ในเมื่อคนอื่นเขาทำได้ เพื่อนเราทำได้ เราก็น่าจะทำได้

เจออุปสรรคอะไรบ้างมั้ยคะ
เจอค่ะ เจอคำสบประมาทจากเพื่อนๆบ้างว่าเราจะทำได้มั้ย ก็มีเสียใจบ้าง ก็คิดว่าเพื่อนกันไม่ควรจะพูดแบบนั้น (เห็นมั้ยคะ ว่าความรักแบบพี่น้องจริงใจกว่ากันเยอะเลย^ ^ ) เวลาเจอปัญหาก็จะเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็จะให้กำลังใจ เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ เราทำดี เดี๋ยวเขาก็จะเห็นเอง

อยากบอกอะไรกับคนที่ยังไม่คลุมหิญาบบ้างคะ
มีคนอยู่ 2 แบบน่ะค่ะ คือคนที่หลงผิดไปชั่วขณะ กับคนที่ยังไม่เริ่มต้น อยากให้คิดทบทวนหลังละหมาดทุกครั้งว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้องหรือไม่ ถ้าลมหายใจของเราหมดลงก่อนที่โอกาสที่จะแก้ไขความผิดพลาด หรือ โอกาสที่เราจะเริ่มต้นจะมาถึง เราจะตอบกับอัลลอฮฺว่าอย่างไร

ครั้งหนึ่งของ… เด็กหญิงใคร่ครวญ

ชีวิตก่อนคลุมเป็นอย่างไรบ้างคะ
ก็สนุกค่ะ เป็นเด็กที่ชอบทำกิจกรรม ทำทุกอย่าง ตั้งแต่เต้น เป็นเชียร์ นำเชียร์บ้าง แต่ที่บ่อยจนพ่อเคยขอร้องให้หยุด คือ ประกวดร้องเพลง เคยคิดจะหยุดร้องเพลงตอน ม.ปลาย แต่เพราะเกรงใจคุณครู ตอนนั้นไม่มีใครช่วยโรงเรียน เลยประกวดเรื่อยมา ส่วนหนึ่งคงเพราะไม่มีพื้นฐานศาสนา แถมเรียนโรงเรียนคริสต์ตั้งแต่อนุบาลถึงประถมหก ตอนนั้นเหมือนจะรู้จักศาสนาคริสต์ยิ่งกว่าอิสลามเสียอีก

คลุมหิญาบมานานแค่ไหนแล้วคะ..
คลุมตอนปีหนึ่ง ตอนสอบปลายภาคเทอมหนึ่ง ก่อนคลุมก็คิดหนักเหมือนกัน กลัวร้อนบ้าง กลัวความยุ่งยากบ้าง แล้วที่กลัวที่สุดคือ คลุมไปแล้วไม่ละหมาด เพราะเราไม่อยากดูดีเพียงภายนอก เราวาดหวังว่าอาภรณ์นั้นจะสามารถมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้ สุดท้ายก็จำนน ดุอาอ์ขอทางนำมาตลอด แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าที่ทำเรียกดุอาอ์ เหมือนแค่คิดอยากเปลี่ยน ให้อิสลามมีมากกว่าสูติบัตรหรือบัตรประชาชน อยากให้เพื่อนรู้ว่าเราเป็นมุสลิมไม่ว่าจะไปไหน

อะไรเป็นแรงบันดาลใจสำคัญคะ
คิดว่าหลักๆเพราะอัลลอฮฺชอบให้เราเป็นคนช่างคิด คิดว่าเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน ทำไมต้องมีเกิดๆ ตายๆ อยู่ตลอดไปไม่ได้เหรอ พอเริ่มหาคำตอบ ก็เริ่มมองตัวเองว่าเราเป็นอะไร เรากำลังทำอะไรที่ตัวเองเป็นอยู่บ้างไหม ในเมื่อเราไม่ยินดีจะเปลี่ยนศาสนาให้ตรงตามวิถีชีวิต ก็มาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ตรงกับศาสนา ไหนๆ ก็ไหนแล้ว ทำมันให้ดีไปเลย คิดได้เช่นนั้นความง่ายดายก็ค่อยๆตามมา

ฝากอะไรถึงพี่น้องมุสลิมะฮฺที่ยังไม่คลุมหิญาบบ้างคะ
เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนรักตัวเอง แต่ขอให้รู้ไว้ว่าอัลลอฮฺรักเรามากกว่าที่เรารักตัวเองเสียอีก เพราะพระองค์คือผู้สร้างเรา พระองค์ออกแบบอาภรณ์มาเพื่อพวกเราโดยเฉพาะ ให้สิ่งนั้นทำหน้าที่ปกป้อง ดูแลคุณค่าของผู้หญิงทุกคน วันนี้เราให้ค่ากับหิญาบแค่ไหน ทุกวันนี้ยังย้อนถามตัวเองทุกวันนะว่าที่ใส่อยู่ เห็นว่ามันเป็นอาภรณ์ห่มกายใจ หรือแค่เครื่องประดับที่ไม่ได้มีหน้าที่อะไร นอกจากเพื่อให้ตนดูดีในสายตามนุษย์ อยากให้ทุกคนกลับมาตระหนักถึงคุณค่าและรักษาศักดิ์ศรี หากถุงเท้าและหิญาบ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของร่างกาย แสดงว่าเรายังบกพร่องในคำสั่งใช้ และห่างไกลกับกลิ่นไอสวรรค์อยู่มากโข เปลี่ยนแปลงนะค่ะคนดี เป็นกำลังใจให้ทุกคน ขอฝากพี่น้องที่อยากเปลี่ยนแปลงตนเองว่า “หากคิดจะทำดี จงอย่าคิดนาน”

นางสาวดอกไม้.. คลุมหิญาบมา 5 ปี แล้วนะ

เริ่มต้นคลุมหิญาบได้อย่างไรค่ะ
ความจริงแล้วตั้งใจจะคลุมหิญาบตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยแล้วค่ะ แต่พอสักพักเราก็ลืมความตั้งใจนั้นไป เป็นคนมีเพื่อนเยอะ ตอนเรียนมัธยมมีเพื่อนต่างศาสนิกทั้งนั้น ประมาณว่าเป็นมีมุสลิมแค่ 2 คนทั้งห้อง ในโรงเรียนมีมุสลิมน้อยมาก เราไม่มีสังคมมุสลิมเลย พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้เจอพี่น้องมุสลิมเยอะมากๆ เริ่มรู้สึกชอบสังคมแบบนี้ เวลาเห็นคนคลุมหิญาบก็รู้สึกชื่นชม อยากทำให้ได้บ้าง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงล่ะ
เริ่มต้นจากการค้นพบความขัดแย้งกับตัวเอง เดิมทีอยากจะเรียนที่มาเลเซียเพราะจะได้คลุมหิญาบ เพราะคนที่โน่นเค้าคลุมกัน เราเองก็จะได้คลุมไปด้วย อยากรู้ อยากเรียนศาสนาเพิ่มด้วย แต่อัลลอฮฺก็กำหนดให้เรามาเรียนที่นี่ ความตั้งใจเดิมดับวูบ ถามตัวเองว่า..เอ่อ ในมหาลัยนี่น่ะ เค้าเรียนศาสนากันที่ไหนหรอ? ก็เห็นว่ามีชมรมมุสลิม มีคนใส่หิญาบเดินไปเดินมาเยอะแยะ อยากรู้จักคนพวกนั้นจัง รู้สึกชื่นชม…ตอนนั้นจำได้ว่าเดินไปกรอกใบสมัครเข้าชมรมมุสลิมด้วยตัวเองเลย ไปแบบไม่คลุมหิญาบนี่แหละ (เอ่อ… แล้วไม่อายหรอค่ะ? ) อายค่ะ แต่คิดว่าตัวเองไม่ผิด ก็จะไม่กลัวอะไร

กังวลมั้ยค่ะกับการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง
กังวลค่ะ เพราะตอนนั้นไม่มีเพื่อนสนิทเป็นมุสลิมเลย และในชั้นปีเรา ไม่มีคนคลุมหิญาบ ถ้าจะคลุมก็คงเริ่มต้นเป็นคนแรกและอาจจะเป็นคนเดียว กลัว กังวล แต่ใจเดิมก็อยากคลุมอยู่ดี เลยชวนเพื่อนๆในชั้นปีคลุมหิญาบด้วยกัน(ประมาณว่าหาแนวร่วม)…แต่คำตอบส่วนใหญ่คือเรายังไม่พร้อม..ตอนนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองทีละเล็กละน้อย เยอะขึ้น เลิกซื้อเสื้อแขนสั้น ซื้อแต่เสื้อแขนยาวแทน บอกเพื่อนสนิทว่าต่อไปจะคลุมพยายามละหมาดให้หิญาบนะ บอกที่บ้านด้วยค่ะ

จุดเปลี่ยนแปลงสำคัญคืออะไรคะ
เริ่มต้นจากการละหมาดค่ะ ตอนเย็นๆชอบไปออกกำลังกาย ไปเต้นแอโรบิค พอออกกำลังกายเสร็จก็จะรีบกลับมาละหมาดมัฆริบ แต่เพื่อนๆจะไปกินข้าวกัน นี่เป็นจุดแรกที่ทำให้เราเห็นว่าเวลาของคนที่ไม่ใช่มุสลิมกับมุสลิมนั้นต่างกัน ตอนนั้นพยายามละหมาดให้ครบ ทั้งตอนเที่ยง และตอนเย็น ตั้งใจไว้ว่าจะรักษาละหมาด 5 เวลาให้ครบให้ได้ แล้วจะ คลุมหิญาบทันที…

คราวนี้เริ่มมีปัญหา เพราะเพื่อนสนิทถามว่า “ทำไมแกต้องละหมาดด้วย เมื่อก่อนไม่เห็นต้องละหมาดก็ยังอยู่ได้เลย” จำได้ว่าตอนนั้นเราเสียใจมาก ถึงกับร้องไห้เลย เพราะไม่คิดว่าเพื่อนสนิทของตัวเองจะไม่เข้าใจ ตอนนั้นตอบเพื่อนกลับไปว่า..แกรู้ได้ยังไงว่าเราไม่ละหมาด เมื่อก่อนตอนเราอยู่บ้านเราก็ละหมาด เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมงสักหน่อย… บวกกับช่วงนั้นเป็นเดือนรอมฎอน เราก็ไปละหมาดทั้งๆที่ไม่ได้คลุมหิญาบให้เรียบร้อย เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเราแตกต่างกับคนอื่น รู้สึกไม่ดีเลยเวลามีคนมอง ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตกลงจะเลือกทางไหน จะเอายังไงกับชีวิตดี จะใช้ชีวิตสนุกสนานในมหาวิทยาลัยเเบบวัยรุ่นทั่วไป หรือถึงเวลาแล้วที่เราจะเริ่มต้นกับการเป็นมุสลิมที่ดี ตอนนั้นร้องไห้บ่อยมาก กลัวตาย เพราะยังไม่ได้คลุมหิญาบ ถ้าตายพรุ่งนี้จะตอบอัลลอฮฺว่ายังไง เพราะเรารู้แล้วว่าอัลลอฮฺสั่งให้ทำ แต่เราไม่ยอมทำ ขอดุอาอฺกับอัลลอฮฺตลอด ขอให้เราเข้มแข็ง ขอให้เราทำให้ได้ อย่าเพิ่งให้หนูตายตอนนี้เลย

เจออุปสรรคมั้ยคะ
แน่นอนหล่ะว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดคำถามจากผู้คนมากมาย…เพื่อนๆ ก็เข้ามาถามว่าทำไมต้องละหมาด ต้องคลุมหิญาบด้วย เมื่อก่อนไม่ทำยังอยู่ได้เลย ตอนนั้นรู้สึกเสียใจมาก เริ่มมั่นใจว่ายังไงเราก็ต้องแตกต่างกับเค้า ในเมื่อเราเป็นมุสลิม ตอนนั้นก็พยายามศึกษาอิสลามเพิ่มเติม ไปฟังบรรยายบ้าง อ่านหนังสือศาสนาบ้าง เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมมุสลิมบ้าง เมื่อเรามีความรู้และมั่นใจในสิ่งที่เรารู้ เมื่อนั้นศรัทธาของเราก็จะเข้มแข็งขึ้น ไม่ว่าจะเจออุปสรรคใดๆ ทำความผิดใดๆ ทำความดีใดๆ ก็มั่นใจว่าอัลลอฮฺนั้นอยู่กับเรา ช่วยเหลือเรา ชีวิตในทุกวันนี้…ตอบคำเดียวว่า อัลหัมดุลิลลาฮฺ

ฝากอะไรถึงพี่น้องมุสลิมะฮฺที่ยังไม่คลุมหิญาบบ้างคะ
สวรรค์ของอัลลอฮฺนั้นราคาแพงค่ะ ทุกคน ทุกชีวิตต้องผ่านการทดสอบ วันนี้แค่ต่อสู้กับตัวเองเท่านั้น เราต้องทำให้ได้ อัลลอฮฺรักคุณน่ะค่ะ ลองไปหาหนังสือศาสนามาอ่านเล่นๆสักเล่ม จะเจอคำถามที่ต้องตอบตัวเองอีกมากมาย ขออัลลอฮฺทรงช่วยเหลือน่ะค่ะ พึงระลึกไว้เสมอว่า ความตายนั้นใกล้เข้ามา และการฟื้นคืนชีพหลังความตายนั้นคืดความจริง อัลลอฮฺรักคนที่พยายาม สู้ๆน่ะค่ะ

คุณแม่มือใหม่ ปิดหน้ามาหลายปีแล้ว

วิกฤติของหิญาบคืออะไรคะ
เกิดจากความไม่เข้าใจหิญาบและไม่พยายามทำความเข้าใจ ซึ่งปกติแล้วคนที่ยังคลุมหิญาบไม่เรียบร้อย เวลาเห็นคนที่คลุมหิญาบผืนใหญ่ หรือเห็นคนที่ปิดหน้า..แน่นอนว่าต้องเกิดคำถามกับตัวเองอยู่แล้ว ว่าหิญาบของเราแตกต่างกับของเค้าอย่างไร หนุ่มสาวสมัยนี้คลุมหิญาบตามความต้องการของตัวเอง แต่ไม่ได้ถูกต้องตามที่อัลลอฮฺสั่งใช้

คุณพ่อชำนาญการ

อยากบอกอะไรกับพี่น้องมุสลิมะฮฺที่ยังไม่คลุมหิญาบบ้างคะ
อยากให้คลุมหิญาบทุกคนเลยนะ เมื่อก่อนภรรยาของบังก็ไม่คลุมนะ บังก็บอกให้เค้าคลุมหิญาบให้เรียบร้อย…รีบคลุมสิ ต่อไปนะ จะรู้สึกได้เลยว่าเราปลอดภัย อบอุ่น สร้างความมั่นใจ ความเข้มแข็งให้กับตัวเอง คลุมหิญาบแล้วอัลลอฮฺจะยิ่งรักเรามากขึ้นนะ น่าภูมิใจมากเลยนะ กับการได้เป็นที่รักของอัลลอฮฺน่ะ รีบคลุมหิญาบเลยสิ

คนชอบคิดการใหญ่

วันนี้อยากบอกอะไร กับพี่น้องมุสลิมะฮฺคะ
อยากบอกกับคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่คิดว่าตัวเองยังไม่ดีพอ มีหลายคนที่คิดจะคลุมหิญาบหรืออยากปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการศาสนามากขึ้น แต่ก็กลัวถูกเพื่อนแซวว่า “เคร่ง” บ้าง “เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว” บ้าง และคำพูดอีกสารพัดที่จะทำให้เราเสียความมั่นใจและล้มเลิกความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในที่สุด มีหลายคนอาจจะคิดว่าตัวเองยังไม่ดีพอ จึงละอายที่จะคลุมหิญาบผืนใหญ่เพื่อให้ปกปิดมิดชิดไปจนถึงการคลุมหน้า พี่น้องค่ะ…แผนการของชัยฏอนนี่แนบเนียนและแยบยลมาก ๆ เลย มันเป็นมารร้ายตัวจริงที่ชอบขัดขวางเราให้กลัวนู่นนี่จนเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองและทำให้เรากลัวต่อการทำความดี จงระลึกไว้เสมอว่าความดีใหญ่ ๆ ก็เริ่มต้นจากการทำดีทีละเล็กละน้อยนี่แหละ การคลุมหิญาบที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมุสลิมะฮฺในการเปิดประตูสู่ความดีงามต่าง ๆ อีกเยอะเลย มันจะช่วยให้เรารักษากิริยามารยาท การวางตัว และที่สำคัญคือจิตวิญญาณภายในของเราด้วย (อินชาอัลลอฮฺ)

พี่สาว – น้องสาว

น้องสาว: เธอ…มีเรื่องจะปรึกษาหน่อยสิ
พี่สาว: อืมมม…ว่ามา
น้องสาว: รู้สึกว่ายังไม่อยากคลุมหิญาบตอนนี้อ่ะ ยังไม่พร้อม
พี่สาว: ทำไมเหรอ เห็นบอกพี่ว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วจะคลุม ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ
น้องสาว: ยังไม่อยากคลุมตอนนี้อ่ะ ก็คลุมหิญาบแล้วต้องเรียบร้อย ยังอยากทำกิจกรรมโน่นนี่ รุ่นพี่ที่คณะเค้าบอกว่าคลุมหิญาบแล้วจะทำกิจกรรมลำบาก แล้วขึ้นแสตนด์เชียร์ก็ไม่ได้ ค่อยคลุมได้มั้ย? เทอมหน้าหรือปีหน้าได้มั้ย?
พี่สาว: อืมม…แล้วไม่เสียดายเวลาที่ไม่ได้ละหมาดเหรอ?
น้องสาว: ทำไมล่ะ? ทำไมถึงละหมาดไม่ได้?
พี่สาว: การใช้ชีวิตในมหาลัยไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก การคลุมหิญาบจะช่วย
ดูแลและปกป้องเธอ หิญาบจะบอกตัวเธอและบอกคนอื่นเองว่าเธอต้องละหมาด ต้องกินอาหารหะลาล เต้นไม่ได้ หรือเธอยังอยากทำความผิดแบบเดิม ผิดซ้ำๆ…
บางที โอกาสในการแก้ไขก็อาจช้าไปนะ ใครจะไปรู้กำหนดของลมหายใจ
น้องสาว: (ร้องไห้)
พี่สาว: พี่บังคับให้เธอคลุมหิญาบไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องของเธอกับอัลลอฮฺ เธอก็รู้แล้วว่าอัลลอฮฺสั่งให้ผู้หญิงมุสลิมแต่งตัวยังไง แต่พี่ขอพูดได้มั้ย? ขอพูดในฐานะที่พี่เป็นพี่สาวของเธอ เธอเป็นน้องสาวที่พี่จะต้องปกครอง พี่มีสิทธิพูดใช่มั้ย?
น้องสาว: …อืม
พี่สาว: พี่เสียใจนะที่เธอบอกแบบนี้ ผิดหวังด้วย คิดว่าเธอตั้งใจแล้ว ไม่น่าจะเปลี่ยนใจ คิดว่าเราจะช่วยกัน…อีกหลายเรื่องนะที่เราต้องเริ่มต้นและจริงจัง ไม่ใช่แค่หิญาบหรอกหรือเธอคิดว่าไง เรามีเวลาอีกนานงั้นเหรอ?
การคลุมหิญาบเป็นเพียงการเริ่มต้นเล็กๆ แต่เป็นการเริ่มต้นของอะไรอีกหลายๆอย่าง เดี๋ยวพอเธอคลุมหิญาบแล้วเธอจะเข้าใจเอง เธอเป็นลูกสาว ถ้าเธอไม่คลุมหิญาบนี่นอกจากตัวเธอเองทำผิดต่ออัลลอฮฺ แล้วยังทำให้พ่อมีความผิดด้วยนะ ถ้าเธอคลุมหิญาบเรียบร้อย อย่างน้อยเธอก็จะได้ภูมิใจว่าตัวเองไม่ได้สร้างความผิดให้แก่พ่อแม่ ..ลองคิดดูใหม่นะ คิดให้ดีแล้วค่อยมาบอกพี่
น้องสาว: (ร้องไห้)
พี่สาว: (ฉันทำให้น้องสาวของตัวเองร้องไห้อีกแล้ว แต่เธอจะรู้มั้ยว่าฉันเองเจ็บปวดและเสียใจยิ่งกว่า เพราะไม่มีใครและผู้ใดจะปกป้องเธอได้ นอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น…ฉันแค่อยากบอกเธอถึงหนทางสู่ความรักของอัลลอฮฺก็แค่นั้น…เพราะฉันเองก็เดินลำพังไม่ไหวหรอก แค่อยากให้เธอเดินไปด้วยกัน…น้องสาวที่รักของฉัน)

นางสาวมะม่วงอายุ 22 ปี หิญาบมาเกือบ 4 ปี แล้วคะ

ดูเหมือนว่ากว่าพี่จะได้คลุมหิญาบในทุกวันนี้ เป็นเรื่องยากมากเลยน่ะคะ
ใช่เเล้ว การคลุมหิญาบเป็นเรื่องยาก ถึงเเม้ตอนนี้พี่จะคลุมหิญาบเเล้วก็ตาม ตอนปีหนึ่งพี่เคยคิดว่าการคลุมหิญาบเป็นเหมือนโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยากเเสนยาก

ตอนเริ่มต้นคลุมหิญาบทำอะไรอยู่
ตอนนั้นนั่งอ่านวารสารอยู่ในห้องละหมาดคนเดียว แล้วก็อ่านเจออายะฮฺหนึ่งที่อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ว่า “และโลกนี้มิใช่อื่นใดเว้น แต่เป็นการละเล่นและเป็นการสนุกสนานรื่นเริง และแท้จริงโลกหน้านั้นคือชีวิตที่แท้จริงหากพวกเขารู้” (อัลกุรอาน สูเราะฮฺ อัล-อันกะบูต: 64)

แค่นั้นก็คลุมเลยหรือคะ
ก็ไม่ทันทีขนาดนั้นหรอกค่ะ ก็ตอนที่อ่านเจออายะฮฺนี้น่ะ เป็นช่วงสอบของปี1เทอม1 พอดี อ่านแล้วโดนใจ เพราะที่พี่ยังไม่คลุมไปเรียนนั้นด้วยกลัวว่าถ้าคลุมไปเรียนแล้ว คือคลุมจริง คลุมตลอด ถ้าไปเที่ยวทะเลก็จะเล่นน้ำไม่สนุก ถอดหิญาบไม่ได้ ใส่ชุดว่ายน้ำไม่ได้ มีคอนเสิร์ต งานดนตรี งานรื่นเริงก็ไปไม่ได้ ถ้าไปแล้วคลุมหิญาบอยู่ก็คงจะแปลกมากสิ(ยิ้ม)

งงจังเลยค่ะ พี่พูดเหมือนกับว่าในตอนนั้นพี่พร้อมที่จะคลุมหิญาบแล้วแต่ยังไม่คลุมเพราะกลัวจะเที่ยวไม่สนุก
น้องเข้าใจถูกแล้วจ๊ะ ตอนเข้ามาปี 1 พี่ก็ไม่เคยคิดว่าพี่จะใส่หิญาบ แต่ทุกงานชมรมที่มีคนชวน พี่ก็จะไป ถ้าไม่มีใครชวนพี่ก็ไม่ไป บางครั้งที่ไปก็คลุมหิญาบ บางครั้ง ก็ไม่คลุม เวลาที่ไม่คลุมก็จะมีคนมองมาก ตอนนั้นพี่ก็เขินๆ แต่คิดว่ามาแล้วก็ต้องเข้าไป คงไม่มีใครคิดจะมีปัญหา และผลออกมาก็ดีนะ มีคนเข้ามาทำความรู้จักกับพี่หลายคน คงประมาณว่าอยากให้พี่คลุมมั้ง และก็ให้ผ้าคลุมผมพี่ ให้หนังสือศาสนาพี่ พี่ก็อ่าน ในตอนแรกอ่านแล้วพี่ก็ไม่รู้สึกอะไรกับข้อความในนั้นนะ แต่คนที่ให้พี่มามักจะบอกว่าเล่มนั้นดีมาก เล่มนี้อ่านแล้วซึ้ง พี่เลยอ่านใหม่ ให้รู้สึกอะไรบ้างให้ได้ แต่ที่พี่ได้มาคือความเจ็บที่หัวใจ แน่นหน้าอกไปหมด แต่ก็แป๊ปเดียว เช้าไปเรียน…
พี่ก็เป็นผู้หญิงเฉยๆเหมือนเดิม

เอ่อพี่คะ…พี่ตอบไม่ค่อยจะตรงคำถามเลยคะ
มาอัฟด้วยจ๊ะ เริ่มถึงช่วงที่พี่เป็นโรค(หิญาบ)ลักปิดลักเปิดแล้วกัน คือคลุมเฉพาะนอกห้องเรียนน่ะ ก่อนจะเริ่มเป็นโรคนี้ ก็บอกเมทว่าเราจะคลุมหัวแล้วนะ กลางคืน ก็เอาผ้าคลุมมาลองใส่ ให้เมทช่วยติดเข็มกลัดบ้าง ช่วยดูให้บ้างว่าสวยมั้ย และก็ใส่ในห้อง เมทถามว่าไม่ร้อนหรือ พี่ก็บอกว่าร้อน เลยอยากให้ชิน ช่วงนั้นก็บอกเพื่อนเรียนในกลุ่มด้วย เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร และเพื่อนในกลุ่มก็เห็นว่าเราไปงานชมรมบ่อย สนิทกับพี่ๆมุสลิมหลายคน เค้าก็คงเข้าใจว่าทำไมเราอยากจะคลุม เป็นอย่างนั้นซักเดือนหนึ่งได้มั้ง ก็เริ่มใส่ออกข้างนอก ไปกินข้าว ไปตลาด ไปห้าง แต่ยังไม่ใส่ไปเรียน ใส่ตอนแรกเขินมาก เจอเพื่อน เพื่อนก็จำไม่ได้อีก แต่พี่คิดว่าถ้าเพื่อนจำไม่ได้มองไม่เห็น พี่ก็จะทัก เพื่อนจะได้รู้ว่าพี่มีการเปลี่ยนแปลง(ยิ้ม) และเพื่อนก็น่ารักกว่าที่คิดมาก และก็ถามนู่นถามนี่ตามที่สงสัย พี่ก็ตอบจริงจังบ้าง เล่นๆแต่จริงบ้าง แล้วแต่สถานการณ์หรือคนถามไป พี่ยังตลกตัวเองเลยตอนนั้นไม่รู้คิดได้ยังไงว่าคลุมแล้วจะสนิทกับเพื่อนน้อยลง คลุมแล้วเพื่อนจะไม่อยากคบ การเรียนจะมีปัญหา แต่ถึงคิดอย่างนั้นพี่ก็ยังคลุมลักปิดลักเปิดต่อไป เพราะไม่อยากมีอาหารแน่นหน้าอก หายใจอึดอัด เวลาละหมาดหรือขอดุอาอ์อีก

ทำไมแน่นหน้าอก หายใจอึดอัดละคะ
ก็พี่รู้สึกไม่ดีนี่นา เป็นมุสลิม รู้หลักการศาสนาเรื่องคลุมหิญาบนี้ดี สังคมไม่ได้ห้ามคลุม ในสังคมมีคนคลุมหิญาบอยู่จริงๆแต่พี่ไม่ยอมคลุม ไปมองว่ามีคนไม่คลุมตั้งเยอะแทน คนในชมรมก็ชอบว่าพี่ด้วย รู้ตัวหรือเปล่าว่าทำให้พี่เจ็บ แต่ถ้าพี่ไม่เจ็บพี่ ก็คงยังไม่คลุม พี่ดีใจมากที่คำตักเตือนทำให้พี่รู้สึกเจ็บ เจ็บแน่นในหัวใจ เพราะมันคือสิ่งที่แสดงว่าคำตักเตือนนั้นไม่ได้เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาและพี่มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลง

ตอนที่มั่นใจว่าจะคลุมทำไงบ้างคะ
พอพี่ได้อ่านเจออายะฮฺนั้นแล้ว ก็ตั้งใจว่าจะคลุมหิญาบตอนปิดเทอมหรือจะเรียกว่า เริ่มใส่มาเรียนตอนเทอม 2 พอพี่คิดได้ปุ๊ปพี่ก็ไปบอกเพื่อน บอกพี่ บอกที่บ้านถึงความตั้งใจนี้ทันที บอกทุกคนเท่าที่จะบอกได้ เพราะพี่กลัวว่าถ้าพี่รู้อยู่คนเดียว พี่ก็จะอ่อนแอและล้มเลิกไปอีก ในตอนนั้นก็มีหลายคนถามพี่ว่าทำไมไม่เริ่มคลุมทันทีเลยล่ะ จะได้มั่นใจชัวร์ๆว่าคลุมเป็นปัจจุบันไม่ใช่อนาคต พี่ก็บอกไปว่าพี่ตั้งใจจะคลุมเทอมหน้า ให้สอบเทอมนี้เสร็จก่อน ก็อีกประมาณสี่ห้าวัน

แล้วก่อนหน้านี้ไม่เคยมีคนถามพี่หรือคะ ว่าทำไมไม่คลุม
มีจ๊ะ พี่ตอบไปหลายแบบ แต่แบบหนึ่งที่พี่จะหลีกเลี่ยงไม่ตอบเลยก็คือ การตอบว่ายังไม่พร้อม เพราะมันไม่ใช่คำตอบที่จะยุติการสนทนาได้ แต่มันคือคำตอบที่ใช้สร้างคำถาม ทำไมไม่พร้อม แล้วจะพร้อมเมื่อไหร่ ไม่พร้อมอย่างไร ยิ่งฟังก็ยิ่งยุ่งยากใจ พี่ไม่ค่อยชอบคำถามเหล่านี้นักเพราะพี่คิดว่าทุกคนที่คลุมคือทุกคนที่พร้อม เเต่พี่ก็พยายามที่จะแก้โจทย์ให้ได้ เพราะพี่รู้ว่าทุกโจทย์มีคำตอบเสมอ และเราไม่จำเป็นต้องแก้โจทย์เพียงลำพังคนเดียว เราสามารถขอคำแนะนำหรือปรึกษาจากคนที่รู้มากกว่า คนที่เชี่ยวชาญกว่าหรือเเม้แต่คนที่อ่อนด้วยกว่าได้ แล้วอัลลอฮฺก็จะช่วยให้เราแก้โจทย์นั้นได้สำเร็จเเน่นอน อินชาอัลลอฮฺ… ก็จริงนะคะ เหมือนหลังสอบอาจารย์ถามว่าข้อสอบเป็นไงบ้าง เเม้เเต่คนที่ได้คะเเนนเต็มก็ยังบอกว่าข้อสอบยาก เเสดงว่าข้อสอบยากไม่ได้แปลว่าต้องทำไม่ได้ เเละคนที่ทำได้ก็ต้องอัลหัมดุลิลลาฮฺ จ๊ะ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะหฺมะตุลลอฮฺ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s