สเป็คเยาวชนมุสลิมที่อิสลามต้องการ

ผมว่าเยาวชนเมื่อเขาถูกทำให้ล้มเหลวโดยกระบวนการศึกษาเนี่ย 
พวกเขาก็ต้องหาทางออกแก่ตัวเอง... 

1- รู้คุณค่าของเวลา แสดงว่าคนติดยานี่จบเลยข้อนี้ เพราะคนที่ติดยาปัญญาไม่ทำงาน กระบวนการคิดไม่มีระบบ และการค้นหาชีวิตเชิงลึกจบสิ้นไปแล้ว
2-เยาวชนยังควรต้องทำให้ตนเองเป็นนักค้นหา(ต้องมีห้องสมุดของตัวเอง) ด้วยการอ่าน การคิด และการเดินทาง
3-ทำตัวให้มีคุณค่าต่อสังคมตลอดเวลา จะเป็นเรื่องของการสอนเด็ก อยู่ค่ายเด็ก หรืองานช่วยเหลือคนยากจน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาอยู่เพื่อผู้อื่น
4-ต้องร่วมงานกับองค์กรที่ยืนหยัดเพื่อคุณค่าของมนุษย์ สิ่งสำคัญคือต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการขัดเกลาที่เราเรียกว่าการตัรบียะฮฺ

++โจทย์ 3 ข้อที่ถ้าไม่มีคำตอบให้ ก็อย่าได้เปิดโรงเรียน++

ครูไม่มีสำนึกของศาสนาอยู่ เขามีอสูรกายภายในตัวแล้ว กระบวนการสอนของเขาทั้งหมดจะหล่อหลอมมนุษย์ไปสู่อสูรกาย อสูรกายก็คือมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณด้านลบอยู่ในตัวเองมากกว่าด้านบวก ด้านบวกก็คือด้านแห่งพระเจ้า ด้านแห่งการยุยงความดี

1-พวกเขาต้องเข้าใจเป้าหมายของอัลกุรอาน (ซึ่งเป็นกฏหมายสูงสุดของเรา)
2-ต้องเข้าใจเป้าหมายชีวิตของศาสนทูตที่เป็นต้นแบบ (ต้องให้เด็กเลียนแบบบุคลิกนบี)
3-ต้องเข้าใจเป้าหมายของศาสนาว่าเป็นระบอบชีวิต (ต้องเอามาใช้ในทุกแง่มุมชีวิต)

โรงเรียนจะต้องตอบโจทย์ทั้งสามอย่างให้ได้ เเก่พ่อเเม่เด็กซึ่งล้มเหลวแล้วในการดูแลลูกจนต้องส่งมาให้โรงเรียนเป็นความหวังที่สอง ถ้าไม่ตอบโจทย์เหล่านี้ โรงเรียนเหล่านั้นก็เป็นโกดังมนุษย์ ที่เก็บมนุษย์เอาไว้ให้เดินเข้า เดินออกในแต่ละวัน แต่พวกเขาไม่มีเป้าหมายอะไรเลยกับชีวิต เป็นตัวละครหนึ่งที่เราไปแสดงกันวันละ 8 ชั่วโมง เช้าไป เย็นกลับ มีโรงอาหาร มีโรงละคร มีห้องสมุด มีการลงทะเบียน และนี่คือโรงละคร เพราะละครคือสิ่งที่แสดงไปแล้วไม่ถึงชีวิตจริงของคนที่อยู่ด้านนอกไง…

…จะเปิดโรงเรียนเนี่ย ไม่ได้คิดว่าจะรับเด็กแบบไหน ครูแบบไหน และออกแบบเรื่องปรัชญาว่าโรงเรียนนี่จะพาคนไปไหน ไปหาอัลกุรอาน ไปหาภาษาอาหรับ เหล่านี่คือไม่ได้ออกแบบเลยครับ คือคิดการรับเด็กมาอย่างเดียวเพราะจะยิ่งได้ค่าหัวเยอะ ไม่ได้คิดเรื่องความรับผิดชอบทางอุดมการณ์ ดังนั้นโรงเรียนที่ไม่ได้คิดดีแบบนี้ เด็กที่เข้ามาจึงเป็นตัวสร้างปัญหาแก่เขา…

——–
คอลัมน์ MILESTONE >> เยาวชนมุสลิมตายแล้ว?
สมิอฺนาฯชวนครูอับดุลมาลิก มูเก็ม คุยกันในห้องเรียนเท่ห์ๆใต้ร่มไม้

11

“เป็นไปได้(ที่ชุมชนอื่นจะเป็นเหมือนชุมชนบ้านเหนือ) ตราบใดที่มีคนที่ทำงานทุ่มเทอย่างจริงจัง แต่เป็นไปไม่ได้ถ้าคนที่มีความรู้จะทำงานพัฒนาชุมชนแค่ part time งานพัฒนาอย่างนี้ต้อง Full time คือให้หมด ต้องการความเสียสละจากคนทำงาน เพราะถ้าไม่มี ก็ทำไม่ได้ ถ้าจะปล่อยให้คณะบริหารที่บริหารมัสญิดทำกันอยู่…”

คอลัมน์ INTERVIEW >> คืนชีวิตให้มัสยิด ชุมชนจึงเกิด
สมิอฺนาฯ ลำดับที่ 12 เยาวชนมุสลิมตายแล้ว?

ป.ล.พูดคุยกับ ดร.วิสุทธิ์ บินล่าเต๊ะ (หรืออาจารย์ฏอบรอนีย์) ต่อการสร้างชุมชนบ้านเหนือ โดยใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลางทำงาน นับเป็นการทบทวนประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้งของโต๊ะครูท่านหนึ่งกับชาวบ้านธรรมดาๆอีกพันกว่าคน ในการเรียกคืนระบบดูแลบ้านเมืองอย่างสมัยนบี ชุมชนมุสลิม บ้านเหนือ จ.สงขลา คือต้นแบบของเราในวันนี้ที่เราจักต้องกลับมามอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s