กดไลค์ให้หิญาบ

คอลัมน์ : หนึ่งคนยลตามช่อง
เขียน: มุฏมะอินนะฮฺ
พิมพ์ครั้งแรก: สมิอฺนา เล่ม 10 (Download)

ในบรรดาข้อแตกต่างระหว่างชายหญิงอันมีสารพัดสารพันข้อ นอกเหนือจากการได้สัมผัสความรู้สึกของการเป็นแม่คนแล้ว ก็มีหิญาบนี่แหละ ที่ตัวเองคิดว่ามุสลิมะฮฺควรภาคภูมิใจให้สุดซึ้ง และเข้าใจได้อย่างกระหยิ่มหน่อยๆถ้าเกิดจะมีมุสลิมีนสักคนบอกว่าอิจฉา เพราะนอกจากมุสลิมะฮฺแล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าความรู้สึกขณะที่ได้คลุมหิญาบเดินไปบนท้องถนนอันเกลื่อนไปด้วยเครื่องแต่งกายที่หดสั้นทั้งขนาดและจำนวนนั้นมันเจ๋งแค่ไหน การได้ไว้เคราของมุสลิมีนก็คงคล้ายๆกัน แต่แน่ล่ะว่าไม่ใช่คนไว้เคราทั้งหมดจะเป็นมุสลิม ในขณะที่คนคลุมหิญาบร้อยละร้อยเป็นมุสลิมะฮฺแบบฟันฉับได้ แถมหิญาบยังเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเห็นชัดกว่าการไว้เคราอีกหลายเท่าแน่ะ

เราแตกต่าง เราถูกจ้องมอง เรารับรู้เครื่องหมายเควชชั่นมาร์คบนใบหน้าและหัวคิ้วยับย่นของบางคนที่พบเห็น แต่มันรู้สึกดีอธิบายไม่ถูกเมื่อได้คิดว่า เหนือสายตาของผู้คนและความผิดแผกแตกต่างระหว่างเรากับพวกเขาขึ้นไป มีสายตาของผู้หนึ่งจับจ้องอยู่ ผู้ที่ออกแบบเครื่องแต่งกายนี้มาให้เรา เราสนทนากับพระองค์ว่า “นี่ไงคะ ข้าพระองค์ได้แสดงการภักดีต่อพระองค์ผ่านการแต่งกายตามที่พระองค์สั่งใช้แล้ว” และด้วยสำนึกแบบนี้ เราก็จะพยายามมุ่งไปสู่การบรรลุถึงความหมายอันครบถ้วนของหิญาบ นั่นคือไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกาย แต่คือทั้งหมดของเครื่องแต่งใจ แต่งกิริยา แต่งการแสดงออก เราล้วนพยายามคลุมหิญาบให้มิดชิดในทั้งหมดของความหมายนั้น

ในนัยนี้หิญาบจึงไม่ใช่แค่ผ้าผืนหนึ่ง หรือเพียงเครื่องแต่งกายของมุสลิมะฮฺ เท่าๆกับที่การต่อต้านหิญาบที่ระบาดอยู่ในหลายสังคมก็ไม่ใช่การต่อต้านเครื่องแต่งกายของมุสลิม แต่คือการต่อต้านความเชื่อ ความศรัทธา และวิถีชีวิตแห่งการภักดีของผู้ศรัทธา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมุสลิมถึงยอมไม่ได้และไม่มีวันได้เมื่อมีการประกาศสงครามกับหิญาบไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ข้ออ้างใด

จริงๆแล้วมันไม่มีวิธีคิดบนพื้นฐานของเหตุผลที่ประเทืองปัญญาใดใดมาอธิบายการต่อต้านหิญาบได้ อยู่แล้ว ใครๆที่สมองยังทำงานได้ดีแม้ไม่กินโอเมก้าทรีก็ต้องรู้ว่าข้ออ้างประเภทนักเรียนใส่หิญาบแล้วขัดกับศีลธรรมอันดี พยาบาลใส่หิญาบแล้วไม่ทะมัดทะแมง ครูใส่หิญาบแล้วบังกระดาน และอะไรอีกสารพัดจะสรรหามานั้นมันไร้สาระแค่ไหน ไม่ต้องนับข้ออ้างสำคัญของตะวันตกว่าหิญาบละเมิดสิทธิมนุษยชนอันนำมาซึ่งกฎหมายห้ามคลุมหิญาบซึ่งยิ่งกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน คือที่สุดแล้ว มันไม่มีเหตุผลอะไรที่อยู่เบื้องหลังการต่อต้านหิญาบนอกจากว่า หิญาบคือสัญลักษณ์ของสัจธรรม และพวกเขารังเกียจสัจธรรม ..แค่นั้นเอง

จึงเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ว่าทำไมแม่ชีคลุมศีรษะได้ แต่มุสลิมะฮฺคลุมหิญาบไม่ได้ ไม่ใช่เพราะตัวผ้าบนหัวหรอกที่ถูกต่อต้าน แต่เพราะอุดมการณ์เบื้องหลังผ้านั้นต่างหาก ทว่าอย่าได้กลัวไป ถึงอย่างไรสัจธรรมก็จะต้องถูกพิทักษ์รักษาไว้ ไม่มีใครทำลายได้ ใครก็ตามในหมู่พวกเราที่กำลังอยู่บนเส้นทางแห่งการพิทักษ์สัจธรรมนี้ ก็ขอให้รู้ว่าที่เรากำลังรักษาคือตัวเราเอง รักษาตัวเองให้เป็นผู้รอดพ้นด้วยการยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อมั่นแม้ต้องรับมือกับการต่อต้านหนักหนาแค่ไหนหรือในรูปแบบใด ถ้าเราถอย สัจธรรมก็จะยังคงอยู่ อัลลอฮฺจะพิทักษ์มันไว้ แต่เราเองต่างหากที่จะแย่ เพราะไม่มีใครพิทักษ์เรา ตราบที่เราไม่พิทักษ์สัจธรรม

สำหรับพี่น้องมุสลิมะฮฺที่กำลังทำร้ายหิญาบของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยการปฏิเสธมัน หรือเอามันไปดัดแปลงเข้ากับเครื่องแต่งกายอื่นๆ จนกลายสภาพเป็นเพียงผ้าผืนหนึ่งที่ไม่ใช่หิญาบตามความหมายเต็มของมันอีกต่อไป อยากให้ท่านลองพิจารณาอีกทีให้ถี่ถ้วน เพราะมันมีวิธีคิดเยอะแยะตาแป๊ะที่จะช่วยให้เราตระหนักในความไม่เมคเซนส์ของสิ่งที่เรากำลังกระทำอยู่ เหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการรังแกหิญาบคงหนีไม่พ้นเรื่องความสวยความงาม แฟชั่น และอะไรเทือกๆนั่น คือเรามองว่าหิญาบที่ถูกต้องตามหลักการจริงๆนั้นมันไม่สวย ไม่ทันสมัย จำเป็นต้องเอาไปสมานฉันท์กับแฟชั่นที่เราเห็นว่ามันสวยและอินเทรนด์สักหน่อยเพื่อการไม่เป็นตัวประหลาดจนเกินไป แต่มันเป็นวิธีคิดที่ใช่แล้วแน่หรือจ๊ะ?

ส่วนตัวแล้วมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าความสวยนั้นเป็นเรื่องของแต่ละสายตา บางคนสวยสำหรับบางคน แต่ไม่เลยสำหรับอีกบางคน ร้ายตรงที่หลายครั้งสายตาของเราก็ถูกค่านิยมและอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างยัดเยียดมาตรฐานความสวยให้ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ครั้งหนึ่งคนไทยเคยชอบผิวสีออกเหลืองนวล แต่เดี๋ยวนี้ต้องขาวอมชมพูเป็นชมพู่เคลือบสตรอเบอร์รี่เท่านั้นถึงจะน่าฝันถึง หรือเมื่อก่อนเมื่อแฟชั่นเสื้อผ้าตัวโคร่งๆมาแรง หลายคนก็มองว่าเสื้อตัวยาวย้วยนั้นช่างแสนจะเก๋ไก๋ ครั้นเมื่อแฟชั่นพลิกกลับสู่ยุคหินและสังคมชนเผ่าที่เสื้อผ้ามีเพียงน้อยชิ้น หลายคนที่ว่านั้นก็กลับมองว่ายิ่งเล็กยิ่งสั้นยิ่งสวย

ข้าพเจ้าเคยได้สนทนากับคนต่างศาสนิกบางคนที่สงสัยว่าผู้หญิงมุสลิมไม่อยากใส่อะไรสวยๆบ้างหรือ โอเค มันมีวิธีตอบที่น่าฟังว่าเราสามารถสวยได้เต็มที่ในบ้านของเรา แต่ไม่รู้สิ สำหรับตัวเองนะ รู้สึกว่าแบบที่มุสลิมะฮฺใส่กันอยู่นี่แหละอย่างสวยเลย คือมันสวยแบบเรียบร้อย มีค่า ชวนให้เกียรติ ในขณะเดียวกันก็ไม่เคยมองเห็นเลยว่ากางเกงแล๊คกิ้งที่แทบจะตรัสรู้ขนาดขาคนใส่ว่าใหญ่กี่เซนกี่มิลนั้นสวยตรงไหน จริงๆนะ พยายามมองหาความสวยของมันมาตลอดเวลาที่พบคนสวมใส่ แต่ไม่เคยหาพบไม่ว่าจะเอียงมองในองศาไหน หรือการแต่งหน้าเติมตาสีนู้นสีนี้มันดูดีตรงไหน เคยบอกกับเพื่อนด้วยซ้ำว่าถ้าแบบนี้เรียกว่าสวย พวกชนเผ่าอะบอริจินหรืออินเดียแดงที่เอาสีมาแต้มหน้าก็สวยเหมือนกัน สีนวลหน้าแบบที่อัลลอฮฺให้มานี่แหละสวยเย็นตาที่สุดแล้ว อันนี้พูดจริงๆ นะคะ คืออยากจะสื่อให้เห็นว่าจริงๆแล้วความสวยมันเป็นเรื่องของแต่ละสายตามอง ฉะนั้นสำหรับมุสลิมะฮฺที่ใช้อิสลามเป็นเครื่องกำหนดทัศนคติในทุกๆเรื่องแล้ว เขาจะไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องเสียสละอะไรมากมายเลยกับการคลุมหิญาบ เพราะมันคือเครื่องแต่งกายแบบที่ตัวเขารู้สึกว่าสวยน่าใส่ และทำให้หัวใจเราผูกพันกับผู้สร้าง เราอยากสวยในนิยามของพระองค์ เมื่อคิดได้ดังนั้นทุกกระแสสังคมที่พัดเอาเด็กสาวจำนวนมากเตลิดไปกับมันก็จะไม่สามารถทำอะไรเราได้เลย และมันรู้สึกดีชะมัดกับชัยชนะครั้งนี้ บินัศริลละฮฺ
ลองถามตัวเองดูอีกทีดีไหมเอ่ย ว่าที่ใส่ๆอยู่นั้นมันสวยจริงหรือ ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจว่าปลอดภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้าหรือเปล่าจ๊ะ ในขณะที่เรารู้สึกอายที่จะแตกต่างจากคนส่วนมาก เราไม่อายอัลลอฮฺหรือ เราแคร์ว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไรทั้งที่คนพวกนั้นไม่เคยให้อะไรเราเลยนอกจากคำชมเลื่อนลอยและบางทีบางหนก็อาจรวมถึงความคิดสกปรกที่เราไม่อาจและคงไม่อยากหยั่งถึง แต่เราไม่แคร์หรือว่าอัลลอฮฺจะมองเราอย่างไร ทั้งที่พระองค์คือผู้ให้ทุกสิ่งกับเรา ให้ลมหายใจและร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์ ก็ร่างกายที่เราอยากจะฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์ด้วยการเอามันไปอวดแสดงแก่ผู้คนเหมือนสินค้าในตู้โชว์อยู่นี่แหละ และขอโทษจริงๆที่จะต้องบอกว่า สำหรับบางสายตา มันยิ่งกว่าตลกอีกสำหรับการเอาหิญาบไปอะแด้ปกับเสื้อผ้าแฟชั่น คือมันไปกันไม่ได้จริงๆน่ะค่ะ หิญาบของมุสลิมะฮฺกับชุดรัดติ้ว นอกไปจากจะผิดหลักการแล้วมันยังจี้เส้นสุดๆ เหมือนดูคนใส่มงกุฎเจ้าหญิงกับชุดขอทานนั่นแหละ มันไปด้วยกันไม่ได้และไม่มีวัน หิญาบถูกออกแบบมาสำหรับการแต่งกายที่ไม่ใช่กระแส มันดำเนินมาพันสี่ร้อยกว่าปีแล้ว และยังคงอยู่เช่นนั้นมาตลอด ไม่เปลี่ยนแปลงไปมาเหมือนกระแสแฟชั่นที่ทำเอาคนวิ่งตามเหน็ดเหนื่อยไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

ฉะนั้น โปรดใส่เลนส์อิสลามให้สายตาของเรา มองโลกและมองเราด้วยมาตรฐานของอิสลาม มาตรฐานที่ไม่มีขึ้นลง คงตัว และสวยงามเสมอ ถ้าเราได้คลุมหิญาบจริงๆ คลุมทั้งภายนอก ภายใน ทั้งทัศนคติ ทั้งความคิด และทั้งหมดของวิถีชีวิต เราก็จะรักอาภรณ์ผืนนี้สุดใจ เพราะมันไม่ใช่แค่ผ้าผืนหนึ่ง แต่คือการภักดีต่อผู้หนึ่ง…ผู้เป็นที่รัก รัก และรัก

Advertisements

3 thoughts on “กดไลค์ให้หิญาบ

  1. ถ้าเราได้คลุมหิญาบจริงๆ คลุมทั้งภายนอก ภายใน ทั้งทัศนคติ ทั้งความคิด และทั้งหมดของวิถีชีวิต เราก็จะรักอาภรณ์ผืนนี้สุดใจ เพราะมันไม่ใช่แค่ผ้าผืนหนึ่ง แต่คือการภักดีต่อผู้หนึ่ง…ผู้เป็นที่รัก รัก และรัก

  2. Pingback: สมิอฺนา เล่ม 10 | หิญาบ เพื่อนรัก(โหลดฟรีด้วยนะ) | วารสารสมิอฺนา

  3. Pingback: สมิอฺนา เล่ม 10|หิญาบ เพื่อนรัก(โหลดฟรีด้วยนะ) | วารสารสมิอฺนา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s