Review : ต้นส้มแสนรัก

โจเซ่ วาสคอนเซลอส เขียน / มัทนี เกษกมล แปล / M.Fahmi Talib อ่าน

วารสารสมิอฺนาฯ เล่ม 12 l ปอเนาะของเราน่าอยู่
ก่อนเข้าสู่เนื้อหาของการรีวิว ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านทุกท่านลองจินตนาการถึงชายหนุ่มคนหนึ่ง สูง 178 ซม. หนัก 72 กก. หน้าตาแย่ปะปนกับความหล่อ(ประมาณว่ามีสะเก็ดสิวกระจายทั่วใบหน้า แต่เค้าโครงเดิมหล่อมากกกส์) อุปนิสัยโหดร้าย นิยมความรุนแรง ใจแข็งอย่างกับเพรช แต่พอมีโอกาสหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน กลับร้องไห้ฟูมฟายอย่างไม่น่าเชื่อ ขอย้ำว่าเรื่องที่เกิดขึ้นข้างต้นนั้นมันเกิดขึ้นจริงกับผู้เขียน โดยมีต้นเรื่องที่ทำให้ต้องเสียน้ำตาในครั้งนี้ คือ วรรณกรรมเยาวชน ที่ทุกครั้งที่มีคนแนะนำให้อ่านจะต้องแนะนำให้หากระดาษทิชชู่ตั้งไว้ใกล้ๆเสมอ หนังสือเล่มนั้นคือ ต้มส้มแสนรักนั่นเอง
ผู้เขียนได้รับคำแนะนำจากบรรณาธิการของสมิอฺนาฯเล่มนี้ (ซึ่งมีสภาพทางกายภาพถึกไม่แพ้ผู้เขียนเหมือนกัน) ว่าให้ลองของกันหน่อย ผู้เขียนเลยจัดตามคำชวนของเพื่อน ไหนๆก็ไหนๆ ลองของงานนี้ไม่ต้องเตรียมกระดาษชำระให้เสียเวลา ท้าไว้เลยไม่เสียน้ำตาสักหยดแน่ แต่สักพัก เจ้าเด็กชายเซเซ่ ก็แผลงฤทธิ์กับผมจนได้
เซเซ่ เด็กน้อยอายุ 6 ขวบ เกิดในครอบครัวที่มีพ่อเป็นอดีตชนชั้นกลาง แต่ดันมาตกงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ สภาพการเงินของครอบครัวจึงแย่มาก แย่จนทำให้ต้องโยกย้ายครอบครัวไปตั้งรกรากกันที่สลัม เซเซ่มีน้องชายคนหนึ่ง อายุ 4 ขวบน่าจะได้ อาจจะเป็นคนเดียวที่เซเซ่รักโดยไม่มีเหตุผล เหมือนทีแม่รักเรานั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเหมือนกัน น้องชายเซเซ่ชื่อ หลุยส์ เด็กคนนี้แหละที่เปิดบริสุทธิ์ต่อมน้ำตาของผุ้เขียนกับหนังสือเล่มนี้
ตอนหนึ่งที่เซเซ่ต้องพาหลุยส์น้องชายสุดที่รัก ออกไปเฉลิมฉลองเทศกาลคริสมาสต์ บ้านที่ไม่มีแม้แต่เงินกินข้าวก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาซื้อของฉลองกันในบ้าน เซเซ่เลยต้องจรลีตัวเองและน้องออกไปหาความสุขนอกบ้าน ได้ยินเด็กๆบอกกันว่า ร้านขายของเล่นในเมือง เขาแจกของเล่นให้ฟรีๆ จัดแจงแต่งตัวให้น้องสุดหล่อ แต่งตัวไม่พอต้องแต่งผมด้วย แต่ไม่รู้จะเซ็ตผมยังไง เหลือบไปเห็นน้ำมันหมู เลยเอามาทาผมของน้องชายตัวเอง พี่สาวของเซเซ่คนหนึ่งเห็นภาพที่น้องชายตัวเล็กๆของตัวเอง กระเตงจูงมือตัวน้องที่เล็กกว่า ก็ร้องไห้ “พยามเหลือเกินที่จะเอาของเล่นถูกๆ 2-3 ชิ้น เขาไม่ให้ของดีๆกับคนจนๆหรอก” (ฉากนี้น้ำตาผู้เขียนเริ่มซึม)
ด้วยเหตุที่น้องชายเล็กเกินกว่าจะเดินทางไกล เซเซ่ต้องแบกต้องหามหลุยส์ตลอดทาง การเดินทางจึงช้าลง และพลาดจากการได้ของขวัญฟรี เซเซ่เสียใจมาก มากเกินกว่าความรู้สึกเสียใจที่เด็กอายุ 6 จะแสดงออกมาได้ ความเสียใจที่ทำให้เด็กน้อยที่ไร้เดียงสากว่าตนต้องพบกับความผิดหวัง ความบริสุทธิ์ในความรักที่เซเซ่มีต่อหลุยส์ถึงกับทำให้เซเซ่สัญญากับหลุยส์ว่า ถ้าตนโตขึ้นจะซื้อรถสวยๆที่มีของขวัญเต็มรถ ถึงแม้จะต้องฆ่าใครสักคนเพื่อเป็นเจ้าของมันก็ตาม หากพลังของความรักที่บริสุทธิ์มีอานุภาพเพียงพอที่จะทำให้ใครสักคนทำความผิดเพื่อให้คนที่ตนรักพึงพอใจ เซเซ่คงเป็นตัวแทนด้านมืดแก่คนเหล่านั้นได้
ด้วยความที่เซเซ่เป็นเด็กที่ฉลาดสามารถอ่านหนังสือได้ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดของเซเซ่กลับถูกมองข้ามจากคนในครอบครัว เซเซ่ มีจินตนาการที่สูงส่ง จินตนาการไปกระทั่งต้นส้มที่ตนเองปลูกและดูแลในสวนหลังบ้านนั้นสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดได้ อาจเพราะเซเซ่โดดเดี่ยวและอ้างว้าง หรืออาจเพราะโลกที่เซเซ่อยู่ไม่ได้สวยงามเหมือนดังโลกในจินตนาการของเซเซ่ เซเซ่จึงต้องปลีกตัวเองจากโลกความจริงเสมอ ต้นส้มของเซเซ่มีชื่อ มิงกินโย ห้ามเรียกมิงกินโยว่าเป็นต้นไม้นะ เพราะเซเซ่คิดว่า นี่คือคนๆหนึ่งเลยทีเดียว จินตนาการดีๆของเซเซ่ส่วนใหญ่มาจากการพูดคุยกับมิงกินโยนี่แหละ
ชีวิตเซเซ่ได้รับความรักในรูปแบบของความรุนแรงตลอดเวลา เซเซ่จึงแสดงออกความรักในรูปแบบความรุนแรงด้วยเช่นกัน ครั้งหนึ่ง เขาบอกชายแก่ที่เป็นเพื่อนรักว่า เขาเกลียดชังพ่อที่ทุบตีเขาเหลือเกิน เขาจะฆ่าพ่อ แต่แล้วเมื่อเพื่อนต่างวัยทำหน้าตกใจ เซเซ่ก็ขยายความว่า
“ผมฆ่าอยู่ในใจ เพียงแต่นายเลิกรักเขาแล้ววันหนึ่งเขาก็จะตาย” นั่นเพราะความรุนแรงที่เซเซ่แสดงออกมายังเปี่ยมไปด้วยความรัก ผู้เขียนเองก็รู้สึกได้ว่าความรักทำให้ทุกสิ่งสวยงาม แม้บางครั้งจะเป็นความรุนแรงก็ตาม
ในละแวกที่เซเซ่อาศัยอยู่นั้น มีเศรษฐีชาวโปรตุเกสคนหนึ่งอาศัยอยู่ ทุกวันเด็กๆในละแวกนั้นจะมองชายคนนี้ขับรถหรูๆไปทำงาน ความฝันของเซเซ่คือการได้เกาะท้ายรถคันนั้น และการเกาะท้ายรถหรูของเซเซ่ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเซเซ่ เซเซ่เกลียดชังเจ้าของรถคันนี้ที่สุด เซเซ่เรียกเขาว่า โปรตุก้า(เป็นคำในเชิงดูถูก) เพราะเซเซ่เคยโดนทุบตีต่อหน้าสาธารณชน แต่โปรตุก้าคนนี้นี่เองที่ทำให้เซเซ่ได้รู้จักกับความรัก และคุณค่าในตัวเอง คงจะป่วยการเกินไปที่จะบอกว่าเหตุใดเซเซ่ถึงได้รักโปรตุก้ามากมาย นอกจากท่านผู้อ่านจะไปหาอ่านเอง เพื่อซึมซับความรักจากโปรตุก้าที่มีต่อเซเซ่
และแล้วก็ถึงเวลาที่เซเซ่ต้องเข้าโรงเรียน ที่โรงเรียนเพื่อนนักเรียนของเซเซ่ช่างหลากหลายเหลือเกิน คุณครูของเซเซ่ก็เป็นคนดี ทุกเช้าเซเซ่จะเด็ดดอกไม้จากสวนของเพื่อนบ้านมาใส่แจกันเปล่าของครู เมื่อครูทราบเรื่องและต้องการลงโทษเซเซ่ โดยคุณครูต้องการสอนบทเรียนเรื่องการขโมยให้เซเซ่ เซเซ่จึงสวนกลับมาว่า “คุณครูยังให้เงินบางครั้งบางคราวไปซื้อขนมครูลเลอร์สอดไส้ไม่ใช่เหรอฮะ” จริงของเซเซ่ การเอาดอกไม้จากเพื่อนบ้านที่มีเกินจนเกะกะเพื่อเป็นการแทนพระคุณของครู คุณครูถามต่อว่า “ครูให้ทุกวันได้แหละจ้ะ แต่เธอก็หายไปไหน…..”
ผมรับทุกวันไม่ได้หรอก มีเด็กที่ยากจนกว่าผมที่ไม่มีเงินทานข้าวกลางวัน ผู้หญิงตัวดำๆเล็กขนาดผม เขาจนกว่าผมอีกฮะ ผู้หญิงคนอื่นไม่ชอบเล่นด้วยเพราะเขาตัวดำ แล้วก็จนเกินไป เขาเลยมักนั่งอยู่ที่มุมห้อง บางครั้งผมก็แบ่งขนมที่คุณครูให้เงินผมไปซื้อ คุณครูควรเอาขนมครูลเลอร์ไปแบ่งให้เขาบ้าง แม่สอนว่า เราต้องแบ่งให้คนที่ยากจนกว่าเรา”
การผลิดอกของการแบ่งปันนั้นช่างสวยงามและน่าชื่นชมเสมอ ยิ่งในหมู่คนที่ยากลำบากแล้ว อีกทั้งยังพร่ำมองหาคนที่ลำบากกว่าตน เพื่อให้ตนกลายเป็นผู้ให้ ช่างสวยงามเสียจริง
เซเซ่ หนูรู้ไหมหนูทำให้คนใจแข็งกระด้างอย่างผู้เขียนใจอ่อนลงไปเยอะเลยตั้งแต่รู้จักหนู ความคิดและความฝันของหนูช่างสวยงามเสียจริง สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของหนูคือความรักและการแบ่งปัน จินตนาการของหนูทำให้ผู้เขียนอดหัวเราะไม่ได้เสียจริงๆ ในตอนจบของเรื่อง หนูเข้มแข็งมากนะ ที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตหนูได้จากไปแล้ว……………

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s