มองหาพระเจ้า

>> ฮัจยีประโยชน์ ค้าสุวรรณ *

>> ตีพิมพ์ครั้งสอง : วารสารสมิอฺนา วาอตอฺนา เล่ม 02 หน้า12

ท่ามกลางยามวิกาลอันเย็นยะเยือกของเมื่อคืนนี้เอง ข้าพเจ้าได้นั่งอยู่ริมชายหาดทะเลระยอง ตั้งแต่ย่ำค่ำจนใกล้อรุณรุ่ง แม้นท้องฟ้าเมือคืนนี้จะมืดครึ้มมีแต่เพียงดวงดาวที่พริบตาอย่างเศร้าหมองอยู่บนฟ้า แต่ภาพของท้องทะเลสีครามที่เวิ้งว้างจรดขอบฟ้าทุกทิศทาง ท่ามกลางความเงียบสงบและอ้างว้างอย่างนั้นไม่ว่าจะเป็นข้าพเจ้าหรือเป็นท่าน ไม่มีใครดอกที่สามารถดับอารมณ์มิให้กระเจิดกระเจิงไปโดยไร้จุดหมาย ข้าพเจ้าขอสารภาพว่า ข้าพเจ้าชอบมนต์อันอาถรรพ์ของธรรมชาติ มันเป็นเพื่อนที่แท้จริงของคนเรา สำหรับฝันถึงอนาคตแห่งชีวิต สำหรับคำนึงถึงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วแต่หนหลัง แต่เมื่อคืนนี้เอง ข้าพเจ้ากลับมีอารมณ์ฝันอย่างประหลาด ข้าพเจ้าเกิดคิดถึงพระเจ้า โอ้พระเจ้า ผู้ที่ข้าเครพภัคดีมาเป็นเวลาช้านาน พระองค์มีจริงหรือเปล่า ? พระองค์อยู่ที่ไหนกันหนอ ?

การที่ข้าพเจ้าเกิดคิดถึงพระเจ้าขึ้นมา ก็เพราะเมื่อเย็นวานขณะที่ข้าพเจ้ากลังนั่งอยู่ริมระเบียงที่พัก ซึ่งหันหน้าออกไปสู่ทะเลระยองอยู่นั้น เพื่อนชาวระยองคนหนึ่งของข้าพเจ้าได้มาเยี่ยมยังที่พัก เพื่อนคนนี้เคยเป็นอาจารย์สอนภูมิศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของสยาม เราเป็นเพื่อนที่รักกันมาก แม้เราจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องพระเจ้า อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเคยโต้เถียงกับข้าพเจ้าว่า พระเจ้าไม่มีตัวตนดอกในโลกนี้ พระเจ้าเป็นแต่เพียงสิ่งสมมุติกันขึ้นอย่างเล่นๆสิ่งหนึ่งเท่านั้นเอง เมื่อข้าพเจ้าถามว่าหากโลกนี้ไม่มีพระเจ้าโลกและสากลจักรวาลจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เขาตอบข้าพเจ้าว่าทุกสิ่งมันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เขาช่างตอบสมกับที่เขาเป็นนักธรรมชาติวิทยาโดยแท้

บังเอิญเมื่อเย็นวาน ขณะที่เขามาหาข้าพเจ้า ข้าพเจ้ากำลังนั่งดูลูกโลกจำลองลูกหนึ่งซึ่งข้าพเจ้านำมันมาจากกรุงเทพฯ สำหรับเอาค้นคว้าทางภูมิศาสตร์เพื่อประกอบการเขียนสารคดีท่องเที่ยวต่างประเทศ ลูกโลกจำลองนี้สวยงามมากมีเส้นแสดงถึงระบบการโคจรของจักรวาลระบายด้วยสีสันสวยงามจับตา เพื่อนของข้าพเจ้าคนนี้เมื่อมาถึงก็แสดงความสนใจต่อลูกโลกจำลองนี้อย่างเต็มที่ เขาถามข้าพเจ้าว่าซื้อมันมาจากที่ไหน และประเทศใดสร้างมันหนอ ข้าพเจ้าตอบเขาว่าไม่มีใครสร้างมันดอกมันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เขากลับหาว่าข้าพเจ้าเสียจริต ข้าพเจ้าเลยกล่าวแกเขาว่า “ครั้นหนึ่งเพื่อนเคยบอกกันมิใช่หรือว่าโลกและสากลจักรวาลอันไพศาลนี้ธรรมชาติเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา แต่แล้วทำไมเมื่อลูกโลกนี้เป็นเพียงลูกโลกเล็กๆ ซึ่งจำลองมาเหลือขนาดเท่านี้ๆ เพื่อนกลับไม่เชื่อว่า ธรรมชาติเป็นผู้สร้าง” ในที่สุดเขาเลยหัวเราชอบใจและกล่าวว่า น่ากลัวว่าโลกนี้พระเจ้าจะสร้างมันขึ้นมาจริงๆ

เย็นเมื่อวาน เราเลยได้รับประทานอาหารเย็นกันที่หน้าระเบียงที่พัก นั้นเองระเบียงที่พักข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าปลูกต้นทานตะวันและลั่นทมไว้เป็นทิวแถวข้าพเจ้าชอบดอกทานตะวันมิใช่เพราะสีเหลืองของมัน ที่ชอบเพราะทานตะวันนี้เองสอนให้ข้าพเจ้าต่อสู้กับชีวิต อย่าให้อายมัน ที่มันเองถึงแม้จะเป็นเพียงดอกไม้ดอกหนึ่งปราศจากทั้งพลังและหัวใจ ก็ยังสามารถเชิดหน้าสู้กับแสงตะวันได้อย่างไม่พรั่นพรึง ส่วนดอกลั่นทมข้าพเจ้าชอบมัน เพราะมันทำให้ข้าพเจ้ารำลึกถึงความตายอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ดอกสีขาวของมันร่วงพรูลงจากต้น มันสอนให้ข้าพเจ้าได้รำลึกว่าสุดทางของชีวิตนั้น คือความทุกข์ระทมโดยแท้ ข้าพเจ้าชี้ให้เพื่อนของข้าพเจ้ามองดูต้นทานตะวันและลั่นทม กล่าวแกเขาว่า เพียงแต่ต้นไม้ที่เขาเห็นอยู่เบื้องหน้าขณะนั้นยังต้องมีผู้ปลูกมันและยังต้องคอยทะนุบำรุงรักษา ข้าพเจ้าชี้ให้เขาดูตัวอาคารอันมหึมาฝั่งตรงข้ามอันเป็นที่ตั้งของที่ทำการผลิตอุตสาหกรรมน้ำปลา ระยองอันมีชื่อแล้วกล่าวแก่เขาว่า เพียงแต่ตัวตึกนั้น เมื่อเราเห็น เรายังแน่ใจว่ามันจะต้องสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือสถาปนิกอันมีชื่อเสียง มิใช่เกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ แล้วโลกทั้งโลกนี้เล่า ซึ่งมีดวงจันทร์โคจรอยู่รอบๆ แล้วโลกเองก็โคจรรอบๆดวงตะวัน ดาวพระเคราะห์ต่างๆก็โคจรตามวิธีทางของมันโดยไม่มีการผิดพลาด และเป็นระเบียบกฏเกณฑ์อยู่เช่นนี้ นับล้านๆปีมาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้จะไม่มีผู้สร้างมันขึ้นมาจะไม่มีผู้คอยทำนุบำรุงรักษามันเทียวหรือ เย็นวานนี้ก่อนที่เพื่อนจะจากข้าพเจ้าไป

ภาพปี1925 ที่ยุโรปก็มีกลุ่มที่ต่อต้านทฤษฏีดาร์วินอยู่เหมือนกัน

เขายืนสงบนิ่งมองดูแสงสุดท้ายของตะวัน ที่กำลังจะจากโลกไปนานแสนนานเรื่องที่เราสนทนากันเมื่อเย็นวานแท้ๆนี้เอง ที่ทำให้ตกค้างอยู่ในอารมณ์ของข้าพเจ้าจนต้องมานั่งอยู่ริมทะเลระยองจนดึกเช่นนี้ และต้องฝันถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าแทนที่จะฝันถึงอดีตหรืออนาคตเหมือนอย่างที่เคยฝัน ข้าพเจ้าชอบศึกษาตรรกวิทยาและอักษรศาสตร์ เพราะว่าสองอย่างนี้แท้ๆที่ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขกับชีวิตฝันอย่างดื่มด่ำ ตามประสาคนอย่างข้าพเจ้าซึ่งไม่ค่อยจะได้พบความสุขในชีวิตจริงกับเขาเท่าใดนัก แต่ตรรกวิทยาและอักษรศาสตร์ที่ข้าพเจ้ารักนี้เอง สอนข้าพเจ้าว่าโลกนี้เกิดจากสิ่งที่เป็นนามธรรม คือ สิ่งที่ไม่มีรูป ไม่มีตัวตน สามอย่างประกอบขึ้นมานามธรรมสามอย่างนั้น คือ ความงาม ความชอบ และความจริง นั่นคือสอนให้16ข้าพเจ้าเข้าใจว่าสากลจักรวาลรวมทั้งมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งปวงในพิภพนี้เกิดขึ้นมาจากสิ่งที่ไม่มีตัวตนสามชื่อนี้ทั้งนั้น ข้าพเจ้าอดคิดไม่ได้ว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไรเมื่อความจริง ความชอบ และความงาม เป็นแต่เพียงนามธรรม มันจะเนรมิตโลกทั้งโลกมาได้เทียวหรือ หากมันจะเนรมิตโลกมาได้ โลกก็ควรจะเป็นแต่เพียงสิ่งที่มีชื่อไม่มีตัวตนเหมือนกัน มิใช่สากลจักรวาลอันไพศาล และเพริศแพร้วด้วยสิ่งนานาประการที่มนุษย์ได้ใช้ชีวิตกันอย่างสำราญเหมือนอย่างทุกวันนี้ ข้าพเจ้าฝันต่อไปอีก ข้าพเจ้าฝันถึงโลกและชีวิตในสายตาของนักชีววิทยา ข้าพเจ้าเคยอ่านตำราชีววิทยาหลายเล่มที่กล่าวถึงการกำเนิดแห่งชีวิต ตำราทุกเล่มเหล่านั้นยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าชีวิตเกิดจากสิ่งที่เป็นอนินทรีย์คือ เชื้อชีวิตตัวเล็กๆที่สายตาของเราไม่สามารถมองแลเห็น นักชีววิทยาอังกฤษผู้ชราภาพคนหนึ่ง ยกตัวอย่างประกอบทฤษฏีเรื่องนี้เอาไว้อย่างน่าฟังว่า ให้เราสังเกตดูตามแม่น้ำลำคลอง ในฤดูร้อนตามแม่น้ำลำคลองถูกแสงแดดแผดเผาในน้ำ จึงมีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆเช่นยุงและลูกน้ำ อันเกิดจากการนึ่งกลั่นของน้ำที่ได้รับความร้อนนั้น แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยพบว่านักชีววิทยาคนใดจะอธิบายให้เราทราบได้ว่า อะไรเป็นมูลเดิมหรือต้นกำเนิดแห่งอิสลาม นักชีววิทยารู้แต่เพียงว่าน้ำตามแม่น้ำลำคลองที่กล่าวนี้ ได้มีฟองไข่ของยุงอยู่ก่อนแล้ว เมื่อน้ำได้รับการเผาจากพลังงานของดวงอาทิตย์ สิ่งที่มีชีวิตเช่นยุงและลูกน้ำจึงบังเกิดขึ้นมา นักชีววิทยาไม่สามารถจะรู้ได้ว่า เชื้อของฟองไข่ยุงและลูกน้ำนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรข้าพเจ้าเป็นชอบทดลองและบางครั้งก็กลับไปเล่นของเล่นเหมือนเด็กๆ

เช้าวันหนึ่งข้าพเจ้าต้มน้ำจนเดือดเทลงไปในขวดที่ชำระล้างจนสะอาดอย่างแน่ใจแล้วว่าปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ แล้วข้าพเจ้าก็ปิดจุกขวดแน่นเอามันตากไว้กลางแสงแดดในฤดูร้อนที่ร้อนจัดแทบเป็นบ้าหลัง เพื่อจะพิสูจน์ดูว่าในน้ำที่สะอาดปราศจากเชื้อ เมื่อได้รับความร้อนจากแสงแดดแล้วจะมีชีวิตของสัตว์เล็กๆ กำเนิดขึ้นมาเหมือนอย่างที่นักชีววิทยาว่าไว้หรือไม่ แล้วข้าพเจ้าก็รอคอยดูมันวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่าจนกระทั่งเกือบปีหนึ่งและเกือบจะกล่าวได้ว่า จนข้าพเจ้าแทบจะหมดสิ้นความสนใจกับมันแล้ว ข้าพเจ้าก็ยังไม่มองเห็นอะไรมันจะเกิดขึ้น ข้าพเจ้าผิดหรือเปล่าท่านผู้ฟังที่เคารพ ที่ไม่อาจเชื่อถึงการกำเนิดของชีวิตและสากลจักรวาลตามสายตาของนักชีววิทยาได้ ข้าพเจ้ากลับเชื่อมั่นว่าโลกและชีวิตนี้จะต้องมีผู้สร้างมันขึ้นมาอย่างแน่นอน ข้าพเจ้าพยายามติดตามข่าวความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการโลกปัจจุบันเสมอ ข้าพเจ้าตื่นเต้นต่อข่าวที่โลกของเราขณะนี้มีจรวดนำวิถีที่สามารถพุ่งไปสู่จุดหมายที่มองไม่เห็นได้ไกลแสนไกล ข้าพเจ้าตื่นเต้นต่อข่าวที่โลกมีดาวเทียมไปลอยคว้างกลางนภากาศกันได้ แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่เคยได้ยินว่านักวิทยาศาสตร์คนใดจะสามารถสร้างสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมาได้ แม้แต่เพียงมดเล็กๆตัวหนึ่งก็เอาเถิด โลกรู้จักแต่วิธีทำลายชีวิต หารู้จักวิธีสร้างชีวิตไม่ ท่านผู้ฟังที่เคารพ ข้าพเจ้าเริ่มมองเห็นพระเจ้าแล้วอย่างเลือนลาง

ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมเยียนเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ เขาได้รับปริญญาบัตรการแพทย์ทางสรีรวิทยา เราได้สนทนากันถึงเรื่องของชีวิต เขากล่าวว่าในชีวิตประกอบด้วยธาตุแท้หกอย่าง ธาติแท้ทั้งหกชนิดนั้นคือออกซิเจน คาร์บอนได้ออคไซด์ ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ กำมะถันและมีธาตุเทียมอีกหกชนิดซึ่งข้าพเจ้าจำชื่อไม่ได้ผสมอยู่ด้วย แต่เมื่อข้าพเจ้าถามเขาว่าข้าพเจ้าเคยศึกษามาเหมือนกันว่า แม้แต่ฝุ่นละอองที่อยู่ภายใต้ฝ่าเท้าเรานี้ก็ประกอบด้วยธาตุสิบสองอย่างนี้เช่นกัน ทำไมฝุ่นละอองเหล่านี้จึงไม่กลับกลายเป็นตัวตนมีชีวิตขึ้นมา เพื่อนนายแพทย์ของข้าพเจ้าก็เลยต้องหัวเราะ เพราะหาเหตุผลมาตอบไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้น ตามที่นักสรีรวิทยากล่าวว่าชีวิตเกิดจากธาตุสิบสองอย่างนั้น จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ชีวิตจะต้องมีผู้สร้างมันขึ้นมามิใช่ธาตุ ใช่ไหม ?ท่านผู้ฟังที่เคารพ

เห็นจะเป็นการเพียงพอแล้วกระมั้ง ที่ข้าพเจ้าได้นำเหตุผลของศาสตร์ต่างๆมาพรรณนา ทั้งธรรมชาติวิทยา ตรรกวิทยา อักษรศาสตร์ ชีววิทยา และสรีรวิทยา เหล่านี้ไม่มีคำอธิบายที่แจ่มแจ้งชัดเจนให้ข้าพเจ้าเชื่อถือได้เลยในชีวิต นักปรัชญาเหล่านี้จะอธิบายให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจในชีวิตได้อย่างไร เมื่อตัวนักปรัชญาเองก็ยังจนปัญญาเรื่องชีวิต ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่สามารถจะจับตัวชีวิตมาให้เราเห็นได้ แม้แต่เพียงวัดขนาดหรือชั่งน้ำหนักเพียงใด ดังนั้นชีวิตทุกชีวิตที่เกิดขึ้นมา18ข้าพเจ้าจึงมั่นใจเหลือเกินว่า มันจะเกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ หรืออย่างลับหูลับตาไม่ได้เป็นอันขาด

ข้าพเจ้ายืนอยู่ริมทะเลระยองจนดึก เดือนครึ่งวงกลมของคืนขึ้นแปดค่ำทอแสงเลือนรางอยู่บนฟ้า ทุกชีวิตคงจะหลับใหลหมดสิ้นแล้วทั่วระยอง เหลือแต่ข้าพเจ้าเท่านั้นที่ยังตื่นและยืนอยู่ ข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะคิดถึงความหลัง เมื่อสิบปีก่อน ข้าพเจ้าเจ็บหนักอย่างขนาดที่ข้าพเจ้าเองก็รู้ตัวดีว่า ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะกลับไปหาพระเจ้า “อินนาลิลลาฮี่ว่าอินนาอี้ลัยฮี่รอญี่อูน” ตัวเรานี้เป็นของอัลลอฮฺและเราจะต้องคืนกลับไปหาพระองค์ นายแพทย์ของข้าพเจ้าซึ่งขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง กระซิบบอกกับแม่บังเกิดเกล้าของข้าพเจ้าว่า วาระสุดท้ายของข้าพเจ้ามาถึงแล้ว ข้าพเจ้าซบหน้าลงกับหมอน จำได้ดีว่าน้ำตาไหลรินคลอทั้งสองดวงตา

แต่ในคืนนั้นเอง ขณะที่หัวใจของข้าพเจ้าเต้นอ่อนลงทุกทีและทุกทีแสงนวลของเดือนจากเดือนดวงเดียวกันนี้เองกราดแสงมาตามหน้าต่าง จับลงบนเตียงนอนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามองดูดวงเดือนเพื่อนแท้ของข้าพเจ้าทั้งในยามทุกข์และสุข ข้าพเจ้ามองดูดวงดาวที่พริบตามองข้าพเจ้าเหมือนอย่างเวทนาและสงสารมันทำให้ข้าพเจ้าเกิดนึกไม่อยากจะตายขึ้นมา ข้าพเจ้าแนบหน้าลงกับหมอนวิงวอนขอต่อพระเจ้า ขออนุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้โปรดดลบันดาลอย่าให้ข้าพเจ้าตาย ข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่เพื่อรับใช้พระองค์ และมันจะเป็นเพราะอะไรก็ตามเถิดข้าพเจ้ากลับหายวันหายคืนเหมือนปฏิหาริย์ นายแพทย์ผู้รักษาชมเชยว่าข้าพเจ้าฉลาดที่ใช้อำนาจจิตรักษาตัวเองให้หาย แต่ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจ ที่ไม่อาจจะมีความคิดเห็นตรงกับนายแพทย์ผู้มีพระคุณได้ ถ้าหากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยอำนาจจิตของข้าพเจ้าแล้ว ทำไมทุกครั้งที่ข้าพเจ้าอ่านพระมหาคัมภีร์กุรอานของพระองค์และทำไมทุกครั้งที่ข้าพเจ้าก้มลงกราบพระองค์เวลานมัสการ ความหนักใจบาปกรรม ทั้งหลายที่ได้กระทำไปในชีวิตจึงรู้สึกเบาบางลงอย่างประหลาด ข้าพเจ้ากลับมีความมานะทะเยอทะยานที่จะกระทำความดีต่อไปอีกในชีวิต ครั้งสองครั้งข้าพเจ้าอาจจะหลอกตัวเองได้ว่าข้าพเจ้ามีความสุข แต่คนหัวใจอ่อนอย่างข้าพเจ้าจะใช้อำนาจจิตหลอกตัวเองได้ทุกวันทุกคืนตลอดชีวิตทีเดียวหรือ และนอกจากข้าพเจ้าแล้ว ยังมีมนุษย์ชาติอีกหลายร้อย หลายพันล้านคนที่เชื่อมั่นพระเจ้าและวิงวองขอพรต่อพระองค์เช่นข้าพเจ้าเหมือนกัน มันคงจะเป็นการอยุติธรรมเกินไปมิใช่หรือท่านที่เคารพ ? หากเราจะกล่าวว่า บุคคลดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง และใช้อำนาจจิตหลอกหลวงตัวเองตลอดมา

ข้าพเจ้ายืนนิ่งอยู่ริมทะเลระยองจนฟ้าใกล้จะสาง เสียงลมทะเลที่พัดคราญครางนั้น เหมือนเสียงปลอบประโลมหัวใจข้าพเจ้า ให้มีศรัทธาและไม่ท้อถอยในความเมตตาของพระเจ้า เหมือนจะปลอบจิตให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจที่จะเผชิญชีวิตต่อไปอีกได้อย่างทระนงด้วยความหวังในความหวังในความเมตตาปราณีจากพระองค์ข้าพเจ้าเชื่อมั่นแล้วว่าพระองค์เป็นผู้สร้างโลก ดั่งกุรอานของพระองค์กล่าวไว้ว่า “อัลลอฮุลละซีค่อละกอซซ่ะมาวาติวัลอัรด้อ” อัลลอฮฺคือผู้ทรงนิมิตห้วงนภาและพิภพ ข้าพเจ้าอยากจะก้มลงกราบพระองค์ แนบหน้าลงบนพื้นทราย แม้ข้าพเจ้าจะไม่สามารถมองแลเห็นพระองค์ได้ แต่ข้าพเจ้าก็ได้พบพระองค์อย่างชัดเจนแล้วในคืนนี้ มิใช่ด้วยสองดวงตาที่เอิบอิ่มด้วยน้ำตาของข้าพเจ้าดอก เพราะดวงตาของข้าพเจ้าอาจจะเลือนรางมองเห็นภาพหลอน… แต่ข้าพเจ้าพบพระเจ้าชัดเจนยิ่งกว่านั้น ท่านที่รัก ที่ที่ข้าพเจ้าพบพระองค์นั้นหรือ คือข้าพเจ้าพบพระองค์จากส่วนลึกของสมองและหัวใจที่เต็มตื้นไปด้วยความสำนึกในเมตตาธิคุณอันล้นเหลือของพระองค์.

จบ

…………………………………………………………………………………………………………….

* ฮัจยีประโยชน์ ค้าสุวรรณ อาจารย์ นักจัดวิทยุมุสลิมชื่อดัง เมื่อ 50 กว่าปีมาแล้วเป็นผู้ ก่อตั้งพรรคการเมืองมุสลิมแรกๆในประเทศไทย ชื่อ “พรรคไทยมุสลิม”ในช่วงกาปกครองเผด็จการของจอม พลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ประมาณปี 2500

กองบรรณาธิการจะเล่น

บทความเก่าของลุงประโยชน์ที่ได้อ่านไปนั้น มีความเกี่ยวข้องกับทฤษฏีกำเนิดสิ่งมีชีวิต ของ ชาลส์ดาร์วิน (2351 – 2425) หรือทฤษฏีวิวัฒนาการอยู่ด้วย ทางกองบรรณาธิการ จึงมีข้อมูลเล็กๆน้อย ให้เพื่อนๆได้ต่อยอดความคิดทฤษฏีลวงโลกนี้ด้วยครับ

http://www.darwinism-watch.com/index.php เวบของ ฮารูน ยะห์ยา

http://www.darwinismrefuted.com/ เวบของ ฮารูน ยะห์ยา ข้อมูลเเน่นครับ

http://www.darwinisdead.com/ ดาร์วินตายเเล้ว(พวกต้านทฤษฏีวิวัฒนาการ) อันนี้เด็ดมากครับ

http://www.windsofkansas.com/charles_darwin.html เยี่ยมบ้านดาร์วิน

http://www.evolvefish.com/fish/darwinday.html วันดาร์วิน (อันนี้เป็นเวบพวกดาร์วิเนี่ยนเลยครับ)

http://rationalrevolution.net/readings.htm เวบนี้เกี่ยวกับต้นตอทฤษฏีที่เกี่ยวเนื่องกัน

http://www.scireview.de/2001/moonwatcher.html ทฤษฏีวิวัฒนาการกับมนุษยวิทยาจอมปลอม

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6762710/X6762710.html 150ปีทฤษฎีวิวัฒนาการ

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2007/10/X5876449/X5876449.html#286ปัญหาใหญ่ของทฤษฏี?

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6519953/X6519953.html DNAคือจุดจบของทฤษฏ๊

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2007/07/X5585425/X5585425.html กำเนิดสมช.

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6601445/X6601445.html มนุษย์บังเอิญเกิดหรือ?

Advertisements

One thought on “มองหาพระเจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s