04 ยิวกับการเนรเทศ

อุปมาสายนํ้าคู่กับปลา ปลากระป๋องคู่กับสามเเม่ครัว อุปมัยชาวยิวก็คู่กับการเนรเทศ เช่นกัน เมื่อเราลองหันไปย้อนมองประวัติศาสตร์ของยิวในอดีตแล้ว ยิวมักจะถูกเนรเทศออกจากประเทศต่างๆที่เคยไปอยู่มากมายเสียจริงๆ เพียงแค่ในสองศตวรรษ โดนเนรเทศออกทั้งหมดเกือบสิบครั้ง

โดยล่าสุดที่เรารู้ๆกันก็คือ การเนรเทศและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซีเยอรมัน นี้เป็นการสาปแช่งสำหรับพวกเขา แม้ว่าพวกเขาชอบที่จะเรียกตัวเองว่า “ประชาชาติที่พระเจ้าทรงเลือก” ก็ตามที ทำไมชาวยิวถึงต้องโดนเขาไล่ออกจากประเทศเค้าเป็นว่าเล่น “ทัลมูด” (Talmud) คัมภีย์ของยิวไซ ออนิสต์ซึ่งถูกแต่งขึ้นโดยพวกแรบไบ (นักการศาสนายิว)ในช่วงที่โดนกดขี่อย่างหนักมีคำตอบมาให้ครับ

-ทรัพย์สินและสมบัติของผู้มิใช่ชาวยิวเป็นสิ่งที่อนุญาตแก่ชาวยิว และเมื่อใดที่ถ้ายิวไปจับสิ่งใดเข้า สิ่งนั้นจะเป็นของยิวโดยปริยาย

-ชาวยิวเลือกที่จะเข้าควบคุมและมีอานาจเหนือชีวิตและทรัพย์สมบัติของผู้ที่มิใช่ชาวยิว -ชาวยิวถือตนว่าวิเศษกว่ามนุษยชาติทั้งมวลที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ เช่นเดียวกับที่ มนุษย์วิเศษกว่าสัตว์ และความเลวทรามในตัว

– ชาวยิวนั้นได้รับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าให้รับดอกเบี้ยจากผู้ที่มิใช่ยิว แลการให้ยืมเงินโดยไม่เรียกดอกเบี้ยเป็นสิ่งต้องห้าม…

ครั้งหนึ่ง ณ เมืองมะดีนะห์ สมัยท่านนบีมูหัมมัด(ซ็อลลัลลอฮฺฮุอลัยฮิวะซัลลัม) มีชาวยิวอยู่มากมาย พวกเขามักจะพูดกับผู้คนเสมอเกี่ยวกับเรื่องศาสดาคนสุดท้ายที่พระเจ้าได้สัญญาไว้ แต่เมื่อถึงเวลานั้น ชาวอาหรับเผ่าเอาส์และคอซร็อจ ต่างก็เข้าอิสลามทันที เหลือแต่พวกชาวยิว ที่ไม่ยอมรับการเป็นศาสนฑูตของมุหัมมัด ทั้งนี้เพราะพวกเขาเชื่อว่า ศาสนฑูตที่พระเจ้าสัญญานั้น จะต้องมาจากพวกเขาเท่านั้น แต่ศาสนฑูตมุหัมมัดนั้นเล่า กลับมาจากชนเผ่าอาหรับซะอย่างนั้น อัลกุรอานได้กล่าวเอาไว้ว่า

“เมื่อผู้ที่พวกเขารู้ว่าเป็นผู้แท้จริงมาสู่พวกเขา พวกเขาก็ยังไม่ยอมเชื่อ” [2:89]

เเละเมื่อท่านนบีถึงเมืองมะดีนะห์นั้น ท่านได้ทำสนธิสัญญากับพวกยิว แต่พวกยิวก็บิดพลิ้วสัญญาและได้ก่อกวนพยายามก่อสงครามกับพวกมุสลิม อัลกรุอานได้กล่าวไว้ว่า

“พวกเขา(ชาวยิว) ได้จุดไฟแห่งสงครามขึ้นบ่อยๆและอัลลอฮฺก็ทรงดับไฟนั้นเสีย ความพยายามของพวกเขาคือเพื่อทาการฉ้อฉลในแผ่นดิน และอัลลอฮฺไม่ทรงโปรดผู้ฉ้อฉล” [5:64]

และในปี ฮ.ศ.4 ชาวยิวนำโดย กะอับ บิน อัชรอฟ ได้รวบรวมกำลังคนซึ่งเป็นพวกชนเผ่าอาหรับนอกศาสนาได้ 12,000 คน เพื่อมากวาดล้างชาวมุสลิมในเมืองมะดีนะห์ ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงข้าวยากหมากแพง อากาศก็หนาว ฝ่ายมุสลิมรวบรวมกำลังคนได้เพียง 3,000 คนเท่านั้น แต่ในที่สุดเเล้ว ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺกองทัพมุสลิมกลับชนะชาวยิว พวกยิวนั้นไม่เคยลืมประวัติศาสตร์นี้ ในปี ค.ศ.1948 (พ.ศ.2491) นาย เดวิด เบนกุเรียน นายกรัฐมนตรีคนแรกของอิสราเอลได้กล่าวไว้ว่า “พวกเราต้องขับไล่ชาวมุสลิมออกจากที่ๆพวกเขาเคยไล่ชาวยิวออกมา”

ฝากไว้…

ครั้งหนึ่ง อัลลอฮฺ(ซุบฮานะฮุวะตะอาลา) พูดถึงชาวยิวว่า “ความอัปยศอดสูและความเคราะห์ร้ายได้ถูกประทับตราลงบนพวกเขาและพวกเขาจะถูกเยือนด้วยความกริ้วโกรธของอัลลอฮฺนั่น เป็นเพราะพวกเขาไม่เชื่อในการเปิดเผยของอัลลอฮฺ และได้เข่นฆ่าชีวิตของศาสนฑูตต่างๆอย่างผิดๆ นั่นเป็นเพราะความไม่เชื่อฟังและความก้าวร้าวของพวกเขา” [2:61]

ส่วนหนึ่งจาก : วารสารสมิอฺนา วาอตออฺนา เล่ม03

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s