เมื่อบรมทวดผมเป็นปลา

เขียน : BlackJack
ตีพิมพ์ครั้งแรก : วารสารสมิอฺนา วาอตออฺนา เล่ม4.5

ขณะนี้ เวลาบ่ายโมงสามสิบนาที บรรยากาศรอบๆตัวผม เสมือนมีรังสีบางอย่างแพร่งพรายออกมา ผมคิดว่าที่ตัวผมก็มีอยู่ มันคือความเงียบ ความกดดัน ความกลัว ผมหันไปมองเพื่อนสนิทด้านขวา ไอ้หมัด มันนั่งขดตัวแน่นิ่ง สายตาจดจ่ออยู่กับกระดาษชุดหนึ่งบนโต๊ะ มือข้างขวากาปากกาอย่างนิ่งแน่ ประดังว่าเขาจะบีบมันให้แตกละเอียดคามือซะตอนนั้น

ผมหันไปมองด้านซ้ายต่อ เป็นการสำรวจหาแนวร่วมแก่ตัวเองก็ว่าได้ ซ้ายมือผม เป็นไอ้ป๋อม มันนั่งไขว้ขา ไม่ต่างจากคุณนายที่ถือพัดใบเล็กๆ พัดลมเย็นใส่ตัวเอง ใบหน้านั้น ก็ยังกับตรัสรู้อะไรบางอย่าง ไม่ก็เก๋าเกมอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว กับสถานการณ์ตอนนี้

1. มนุษย์มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน?

ก. ลิงไร้หาง

ข. ปลา

ค. สัตว์เซลล์เดียว

ง. สิ่งภูมิปัญญา (extraterrestrial)

ผมกำลังทำข้อสอบครับ และเพื่อนๆอีกหลายคนก็คงกำลังครุ่นคิดกับคำถามด้านบนนี้เช่นกัน มันเป็นคำถามข้อแรกสำหรับวิชา ชีววิทยา 1 ผมไม่รู้สึกแปลกหรอกว่าทำไมถึงมีคำถามแบบนี้โผล่ออกมา เพราะมันก็มีคำตอบสำหรับตัวมันแล้ว เช่นกันกับมุสลิมทั่วโลก แต่ผมได้แต่คิดในใจเท่านั้น เมื่อบ่ายตาเหมียงมองคำตอบที่เขายัดเยียดมาให้

“อัลลออออออออออออ…”

ผมพึมพาในใจ ก็เหมือนมุสลิมทั่วไปเมื่อประสบกับอะไรบางอย่าง ที่ไม่น่าเชื่อ หรือ เข้าทำนองว่า ไม่น่าเล้ยยยยย… ผมมองคำถามอมตะที่เจอมาตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นคำถามสั้นๆ แต่มันเป็นปัญหาสำหรับผม และอาจเป็นข้อแรกที่ผมต้องได้ศูนย์ สำหรับวิชานี้ ผมไล่สายตา ตาม choice ที่ข้อสอบให้มา “นี่ต้องการจะบอกว่า บรรพบุรุษของเราเป็นปลารึไงเนี๊ยะ” ผมคิด พลางเลียริมฝีปากที่กลิ่นคาวปลายังติดอยู่จากสำรับมือเที่ยง “แล้วมาจากปลาอะไรวะ” ผมคิดในใจ “ปลาสลิด ปลาหางนกยูง ปลาทอง ปลาดุก ปลากัด ปลาตีน ปลาเทศบาล”

ผมไม่ได้นึกถึงปลาโบราณ ซีลาคานท์ (coelacanth*) หรอก เพราะไอ้ตัวนี้ ก็เป็นแค่ตัวละคร ชื่อหรูๆ (ล่าสุดก็โผล่ขึ้นที่อินโดนีเซีย บ่งบอกว่ามันไม่ไช่ปลาที่เป็นตัว missing link** อะไร เพราะมันยังอยู่และก็คล้ายกับเพื่อนมันเมื่อล้านๆปีก่อน ไม่ได้มีอวัยวะคล้ายแขนขาอะไร แต่มันเป็นแบบนั้นมานานแล้ว ) เจ้าปลาตัวนี้นั้นน่ะ เขาก็เอาไว้หลอกชาวบ้านทั่วๆไป ให้ได้มาเออออห่อหมกไปด้วยว่า เอ้อ..ชื่อเท่วะ ภาษาอังกฤษด้วย เราน่ะน่าจะมาจากปลาจริงๆซะแล้วสิ

มองไปที่ข้อ ค. ไปกันใหญ่เลย นึกถึงภาพแบคทีเรียตัวเล็ก ที่ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องมอง จึงจะเห็นโคโลนีที่เหนียวๆ หนึบๆ ไอ้สัตว์ประหลาดที่มีทั้งกลมๆแท่งๆตามีรึเปล่าไม่รู้ หูก็ไม่มี อันไหนหัวอันไหนท้าย ยังแยกไม่ออก

แว๊บแรกของความคิด ก็นึกถึงนมเปรี้ยวในท้องตลาด ข้างๆขวดเขียนว่า มีแลคโตบาซิลลัส คาเซอิ กว่าหนึ่งล้านตัวเป็นส่วนผสม ทำให้นมมันเปรี้ยวขึ้นมา

เมื่อตอนเด็กๆก่อนไปโรงเรียน แม่ผมมักจะซื้อ ยาคูล์ วางไว้ให้ดื่มบนโต๊ะ เสมอ นี่แม่ผมคงไม่รู้ตัวเลยสินะ ว่ากำลังเหยียบย่ำบรรพบุรุษอยู่ทุกวัน

ยิ่งไม่ต้องเหลือบไปมอง choice ข้อ ก. เพราะผมปฏิเสธตั้งแต่เริ่มอ่านคำถามแล้ว

มุสลิมนั้นจะถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ตูฮันสร้างเรามานะ อัลลอฮฺซาตูๆ ซือมือวอ ดาลัม จักราวาลา อีนีน อัลลอฮฺบุวัต (ทุกสิ่งในจักรวาลนี้ อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงสร้างทั้งสิ้น) อัลลอฮฺสร้างมนุษย์คนแรก คือ นบีอดัม ตามมาด้วยศรีภรรยาของท่าน ซีตีฮาวา มุสลิมกับคริสเตียนที่เคร่งครัด มักจะไม่ยอมรับอย่างรุนแรงว่า ไม่มีทางที่มนุษย์จะวิวัฒนาการมาจากอย่างอื่น ฯลฯ ส่วนศาสนาที่ไม่มีพระเจ้า หรือ อ้าอึ่งไม่แน่ใจว่า ตกลงมีพระเจ้าไหมนั้น ก็มักจะยอมรับไปโดยปริยาย

แต่ที่น่าแปลกอย่างหนึ่งก็คือ คนบางคนที่ยอมรับว่า อดัม กับ อีฟ(ฮาวา) เป็นมนุษย์คู่แรก แต่กลับไปยอมรับเหมือนกันว่ามนุษย์นั้นมีบรรพบุรุษร่วมกับไพรเมท (primate) เช่นพวก ลิงลม ลิงไร้หาง ฯลฯ พูดง่ายๆคือ มนุษย์มีทวดของทวด เป็นลิงไร้หาง หรือแตกกิ่งมาจากกอริลลาเมื่อล้านๆปีก่อน ประมาณนั้น นี่คือคำอธิบายของนักทฤษฏีวิวัฒนาการ เมื่อเราบอกว่า เราไม่ได้มาจากลิง แน่นอนคาว่าไพรเมท มันก็คือ คำหรูๆอีกคำหนึ่ง ที่ทำให้คนทั่วไป ยิ่งไม่ไช่มุสลิมแล้ว ก็สมองเบี้ยวกันไปง่ายๆ ถึงจะไม่ไช่ลิงแบบที่เราเข้าใจและเรียกในปัจจุบัน แต่ก็มีจุดประสงค์เดิม ก็คือเพื่อให้มนุษย์นั้น ไม่มีพระเจ้า และมนุษย์นั้นโตขึ้นมาด้วยสองมือและสองขาของเขาเอง

พวกนักวิทยาศาสตร์คริสต์บางคนที่ยอมรับ แม้จะมีความเชื่อเดิมอยู่ แต่ก็ต้องข่มใจให้ยอมรับในทฤษฏีวิวัฒนาการ อันเนื่องมาจากตัวเองเป็น

นักวิทยาศาสตร์ และทฤษฏีนี้มันดังจริงๆในหมู่พวกเขา อย่างน้อยๆถ้าตัวเองถูกเรียกว่า เป็น Evolutionism ก็คงจะเท่ไม่หยอก

โต๊ะครูท่านหนึ่งบอกว่า ชาลล์ ดาร์วิน ผู้คิดค้นทฤษฏีวิวัฒนาการนั้น มีนัยประเด็นสำคัญอยู่สองอย่างที่เขาต้องการให้เกิด หนึ่งคือ ทำให้โลกใบนี้คือการแข่งขัน ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ใครอ่อนแอก็ต้องถูกกำจัดไป เป็นสิ่งปกติ เหมือนเวลาเราดูสารคดีสิงโตตะครุบเหยื่อ ไม่เคยมีว่าผู้ถ่ายทำจะเข้าไปไล่สิงโต เหมือนเราไล่แมวออกจากสำรับปลาทูทอดของคุณแม่ หรือไปช่วยปกป้องม้าลายแต่อย่างใด เพราะนั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติของมัน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องปกติในวัฏจักรของสัตว์ป่า แต่มันต้องไม่ไช่แบบนี้ สำหรับมนุษย์ที่มีสติปัญญา

สอง ทฤษฏีนี้ได้ทาให้คุณธรรมจริยธรรมของมนุษย์ได้หายไปจากสามัญสานึก (common sense) เป็นอันว่า เมื่อมนุษย์เรามีบรรพบุรุษเป็นสัตว์ ดังนั้น หากคุณจะเสียคุณธรรม เปลือยกายในที่สาธารณะบ้าง ก็จะเป็นไรไป เพราะบรรพบุรุษคุณนั้นไม่ได้มีคุณธรรม จริยธรรมตั้งแต่เดิมแล้ว จึงไปเข้าทาง ซิกมันด์ ฟรอยด์ (sigmund freud) นักจิตวิทยายิว ที่บอกว่า พฤติกรรมมนุษย์มาจากสัญชาตญาณเดิมภายในตัว นั้นคือ บางครั้ง เราก็ต้องหยวนๆเสียบ้าง ก็ของมันมีอยู่แล้วอ่ะ ทำไงได้ การที่คุณมาบอกว่ามนุษย์ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรม จริยธรรมสูงส่งนั้น เป็นแค่การดัดจริตของคุณเท่านั้นเอง

ดังนั้น หากคุณจะเปลือยกายในที่สาธารณะ หรือ จะนอนแก้ผ้าอาบแดดริมหาด ไม่อายปู อายปลา ก็ทำไปเถิด เพราะเป็นเรื่องปกติของลิง

แน่นอน ปัจจุบัน อย่าอายถ้าคุณจะยืดอก พกถุง เพราะการกระทำเช่นนี้ มันเป็นวิวัฒนาการขั้นสูงหรือจริยธรรมอันสูงส่งของลิงเชียวนะ ทฤษฏีวิวัฒนาการจึงเป็นทฤษฏีที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างตามใจฉัน ได้อย่างเต็มที่อย่างแท้จริง

กลับมาสู่ห้องสอบ… ผมนั่งขดตัวแน่นิ่ง มือซ้ายกุมขมับ มือขวาจับปากกาแน่น ไม่ได้ต่างจากไอ้หมัด และเขาก็คงคิดเหมือนผม

“จะตอบข้อไหนเนี๊ยะ”

ผมไล่สายตาลงมาดูข้อ ง. อึดใจแรกผมกะจะกาข้อนี้ไปแล้ว ถ้าไม่เห็นในวงเล็บเสียก่อน ผมก็เหมือนคนทั่วไป ยะแหยงภาษาปะกิด ไม่อ่านหรอก แต่ผมเกือบเสียอะกีดะฮฺแบบไม่รู้ตัวเสียแล้ว เพราะพอเจอข้อที่ไกล้เคียงกับอัลลอฮฺแล้ว ก็ดันมามีวงเล็บภาษาอังกฤษบอกประมาณว่า มนุษย์ต่างดาว หรือ พลังอะไรบางอย่างที่มาจากต่างดาว ทำนองนั้น

Gum!!

ตอนนี้สถานการณ์ของผมคงไม่ได้ต่างจากไอ้หมัด ผมมีไอ้หมัดเป็นแนวร่วมในวิกฤตการณ์ข้อแรกของวิชานี้แล้ว

ผมคิดว่า คนเคร่งๆอย่างไอ้หมัดก็คงติดงึกกับข้อนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไอ้ป๋อม คงกาเลือก ก. ไปตั้งแต่อาจารย์คุมสอบอนุญาตให้พลิกกระดาษเปิดทำข้อสอบได้แล้วมั้ง

เรื่องอากีดะฮฺหรือหลักการเชื่อมั่นศรัทธาสำหรับมุสลิมนั้น สาคัญมาก เกิดมาตอนเด็กๆ ก็ถูกสอนแล้วว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนฑูตของพระองค์” แน่นอนว่าในวลีนี้ มีความหมาย และ การปฏิบัติบนตัวมุสลิมมากมาย

ผมไม่ทราบได้ว่า เพื่อนมุสลิมอีกหลายคนที่ทำข้อสอบนี้อยู่กำลังคิดอะไรอยู่ กำลังติดงึกอยู่เหมือนผม หรือกาไปตามที่ถูกสอนในคาบเลคเชอร์ไปเสียแล้ว

ในสภาวะที่เราอยู่ในสังคมที่คับแคบทางความคิด เรามักจะนำความคิดตะวันตกหลายต่อหลายเรื่องมาเป็นธรรมนูญชีวิตตัวเอง โดยต่างก็คิดว่า ยังไงซะ ฝรั่งมันเก่งมันเหนือกว่าเราทุกเรื่อง text ทุกเล่ม ฝรั่งก็เขียนซะส่วนใหญ่

มุสลิมส่วนใหญ่ เห็นช้างขี้ ก็ขี้ตามช้างไปด้วย(ช้างยุโรป(ฮา)) ไม่สนใจว่ามันจะกระทบต่อจุดยืนของอิสลามยังไงบ้าง

ผมคิด…

ตอนนี้ผมตัดสินใจได้แล้ว

ผมเขียนเพิ่มเข้าไปใต้ ง. และขีดเส้นใต้เน้นเลยว่า . อัลลอฮฺคือผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่

ผมรู้สึกสบายใจจัง อัลฮัมดุลิลลาห์…

ผมไม่แคร์อาจารย์หรือกฎในการทำข้อสอบหรอก

ผมแคร์อัลลอฮฺผู้เดียวเท่านั้น…

………

* เพิ่มเติมจากเว็บ http://nihil.exteen.com/ เรื่องปลา coelacanth (Latimeria chalumnae) นักนิยมดาร์วินเห็นพ้องต้องกันว่า ปลาตัวนี้ น่าจะเป็นบรรพบุรุษของสัตว์บกทั้งมวล ก่อนจะสูญพันธุ์ไปเมื่อ ๓๕๐ ล้านปีก่อน แต่ซีลาคานท์เป็นปลานักสู้ มันตะกายไปที่ปากแม่น้ำ มีขางอกออกมาขึ้นสู่บกอย่างสมศักดิ์ศรี และให้กำเนิดสัตว์บกรวมถึงมนุษยชาติ การค้นพบฟอสซิลปลาชนิดนี้ นักวิทยาศาสตร์ “เชื่อ” ว่า ครีบของมันน่าจะแข็งแรงพอให้มันคลานไปมาบนแผ่นดินได้และประกาศว่าพบ “ห่วงโซ่ที่หายไป” ต่อมาในปี ๑๙๓๘ ชาวประมงลากอวนที่นอกแหลมกู๊ดโฮป พบปลาหน้าตาประหลาดและพบว่ามันคือปลาซีลาคานท์ ซึ่งเข้าใจว่าสูญพันธุ์ไปกว่า ๓๕๐ ล้านปีแล้ว เมื่อศึกษาการดำเนินชีวิตของซีลาคานท์พบว่าปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในน้ำลึก ๒๐๐ เมตร เมื่อขึ้นสู่ผิวน้า มันจะตาย เนื่องจากการลดลงของความดัน ซึ่งพิสูจน์ว่ามันขึ้นบกไม่ได้ และมันไม่ได้เดินเกร่ที่ก้นทะเล มันก็ว่ายน้ำเหมือนปลาอื่นๆ นั่นแหละ นอกจากนี้ครีบของมันเมื่อเทียบกับขนาดลำตัวก็ไม่ได้แข็งแรงไปกว่าครีบปลาทอง จนจะสามารถกลายเป็นแขนขาของสัตว์บกได้ ซีลาคานท์จึงไม่อาจเป็นห่วงโซ่เชื่อมปลากับสัตว์บกอย่างที่เข้าใจกัน

** missing link คือ การเปลี่ยนแปลงทีละนิดๆ ไปเรื่อยๆ จากสัตว์ชนิดหนึ่งไปสู่อีกชนิดหนึ่ง เป็น “link” ที่เชื่อมสัตว์ ๒ ชนิดเข้าด้วยกัน หรือห่วงโซ่ที่หายไปนั่นเอง

*** ปลาซีลาคานท์ ในอินโดนีเซีย

**** รูปประกอบ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s