เกียรติบัตรของเด็กหญิงชารีฟะฮฺ

“ต่อไป จะเป็นการแข่งขันพูดภาษาอังกฤษ ณ ที่ชุมชน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปลาย เพื่อนๆ และท่านผู้ฟังสามารถให้กำลังใจจากนอกห้องได้นะจ้า” เสียงพิธีกรชาย พูดเชิงขำขัน ประกาศบอกให้บรรดากองเชียร์นอกห้องตั้งใจฟัง

การแข่งขันด้านวิชาการต่างๆ ถูกจัดขึ้นในนิทรรศการวิชาการภาคใต้ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เสียงผู้คนอึกทึก เนื่องจากมีคณะครูและนักเรียนจากหลายร้อยโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกตั้งแต่ระดับตำบล ระดับอำเภอ  และระดับจังหวัด จนผ่านเข้ารอบในระดับภาค ซึ่งหนึ่งในผู้ที่เป็นตัวแทนจังหวัด ก็คือ ชารีฟะฮฺ  เด็กสาวตากลมหน้าตาน่ารักน่าชังชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านบาตง โรงเรียนในตัวชนบทที่ลึกเข้าไปในหลืบเขาของจังหวัดนราธิวาสยืนเหลียวซ้ายแลขวามองหน้าครูอุสมาน คุณครูวัยห้าสิบห้า ที่ไม่รู้ว่าชะตากรรมของลูกศิษย์ที่กำลังหน้าซีดเผือดจะเป็นอย่างไร

ชารีฟะฮฺกระชับผ้าหิญาบมอมแมมสีขาวเหลืองที่เกิดจากความเก่าเพราะเป็นหิญาบที่ได้รับบริจาคมา ตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันพร้อมกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ยิ้มหน้าชื่นตาบานมาเชียร์ลูกๆ อีกทั้งมีเทรนเนอร์ทั้งครูและรุ่นพี่ที่อยู่ข้างๆหลายคน ชารีฟะฮฺไม่มีใคร นอกจากครูอุสมานและยะอ์กู๊บ เพื่อนร่วมห้องที่อาสา(อยากมาเที่ยว)มาเป็นเพื่อนชารีฟะฮฺ ถ้าให้มา(แม่)ของชารีฟะฮฺมาด้วย ก็คงไม่มีใครดูแลยายที่ป่วยเป็นอัมพาตอยู่ที่บ้าน เด็กๆคนอื่นใส่ชุดนักเรียนหูกระต่าย ผมสั้นๆ บางคนผมยาวถักเปีย ชารีฟะฮฺไม่เคยได้แต่งชุดแบบนี้เพราะใส่หิญาบมาตั้งแต่ประถมต้น สายตาของเธอดูตื่นเต้นปนกับความกลัว เพราะไม่เคยเจอสนามแข่งที่ใหญ่อย่างนี้มาก่อน  ยะอ์กู๊บชี้ให้ทั้งสองดูอีกฟากหนึ่งที่นักเรียนหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังจะเข้าห้องแข่งขัน

“ครูๆ เค้ามีฝรั่งมาด้วยครู”

ครูอุสมานและชารีฟาฮฺหันไปพร้อมกับอึ้ง.. เด็กนักเรียนโรงเรียนประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช มีชายหนุ่มตาน้ำข้าว ตัวสูงใหญ่พูดคุยกับเด็กคนนั้นอย่างอารมณ์ดี เขามีตัวช่วยดีขนาดนี้ แล้วมีหรือที่ชารีฟะฮฺจะชนะ

การแข่งขันเริ่มโดยผู้แข่งขันจะเข้าไปในห้อง ซึ่งจะมีคณะกรรมการนั่งหน้าห้อง เจ็ดถึงแปดคน จากนั้นจะปิดประตูห้อง แล้วให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษให้กรรมการฟัง  เสียงที่พูดจะขยายออกทางลำโพงใหญ่ของงาน เสียงของคู่แข่งที่มีฝรั่งมาเป็นเทรนเนอร์ดังขึ้นจากลำโพง แม้จะเสียงดังฟังชัด  แต่ครูอุสมานก็ยังยืนยันบอกกับเธอว่าชารีฟะฮฺทำได้ดีกว่าแน่ๆ แม้ว่าในใจเอง ก็วิตกอยู่ไม่น้อย มีเสียงปรบมือตามมามากมาย คงไม่แปลกเพราะเป็นตัวแทนของโรงเรียนเจ้าภาพ ถึงคิวชารีฟะฮฺ  มือเล็กๆบางๆ ถูกประกบและยกขึ้นระดับอก  งึมงำอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครรู้ว่าพูดถึงอะไร แล้วเธอก็บอก

“ครู ดุอาอ์ให้หนูด้วย” เธออมยิ้มเล็กๆ เดินเข้าห้องไป

เสียงชารีฟะฮฺดังออกจากลำโพงเบาๆ  เสียงนั้นมีความทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ การออกอักขระที่ชัดเจน  นี่คงเป็นผลพวงจากภาษามลายู ที่ออกเสียงคล้ายกับพยัญชนะอังกฤษได้มาก  อีกอย่าง เธอเป็นเด็กที่อ่านอัลกุรอานไพเราะ  ทำให้ลิ้นอ่อน สามารถเรียนรู้การออกเสียงอักขระได้เร็วกว่าคนอื่นๆ สิ้นเสียง เด็กน้อยเดินออกมาจากห้อง ยกมือจัดผ้าหิญาบให้เข้าทาง เดินมาหาคุณครูอย่างสดชื่น

“ ไปครู.. ไปซื้อขนมมากินกัน”

ครูอุสมานรู้สึกทึ่งกับเด็กน้อยที่ไม่ได้สะทกสะท้านกับความกดดันใดๆ  กลับกลายเป็นตัวครูซะเองที่เครียดมากกว่า  เขาย่อตัวลงกุมไหล่เด็กน้อยพร้อมกับจ้องหน้าเธอ

“ ถ้าแพ้ ไม่เป็นไรนะชารีฟะฮฺ  รอบหน้ามาใหม่ได้”เธอยิ้มตอบ

………………………………………………………….

เด็กน้อยตากลมพยายามเก็บผมเข้าไปในหิญาบหลังจากละหมาดอัศริเมื่อครู่  เวลาสี่โมงเย็นเป็นเวลาประกาศผลการแข่งขัน

และแล้ว….

ผลที่ได้เล่นเอาครูอุสมานอึ้งแบบไม่เชื่อหูเลยทีเดียว

“มาชาอัลลอฮฺ เก่งมากๆเลยชารีฟะฮฺ เธอได้อันดับหกจากสี่สิบคน  เก่งมากๆเลยรู้มั้ย”

“ใช่ครู !  ชนะคนนั้นด้วย ที่มีฝรั่งมาด้วยนั้น”

ชารีฟะฮฺดีใจมากๆ  เธอก็ยังเสียใจอยู่ดีที่ไม่ได้ที่หนึ่ง  แต่สำหรับครูอุสมานแล้วคิดว่าเธอไม่ใช่เด็กธรรมดา เพราะไม่ได้เรียนในเมืองอย่างใครเขา การเรียนก็ต้องขาดตอนเพราะเหตุการณ์สามจังหวัดที่คนทำไม่เคยคิดว่าจะกระทบกระเทือนคนอื่นมากแค่ไหน  เด็กน้อยอมยิ้ม  วิ่งไปรับเกียรติบัตรบนเวที สักพักจึงกลับมานั่งข้างๆครู เธอเห็นรถไอติม จึงวิ่งไปซื้อโดยไม่ได้สนใจเกียรติบัตรที่เธอเพิ่งได้มา  พอเธอวิ่งกลับมา ครูจึงถามถึงเกียรติบัตร แล้วเธอตอบว่า

“ช่างมันเถอะครู ให้หนู ครู แล้วก็ยะอ์กู๊บรู้ก็พอแล้วว่าได้รางวัลด้วย อัลลอฮฺให้หนูชนะเด็กที่มีฝรั่งมาสอนก็พอใจแล้ว”

ความคิดแบบเด็กๆใสๆ ผุดมาจากปากเล็กๆสีชมพูของซารีฟะห์ ครูอุสมานจึงคิดได้ จริงๆแล้ว ครูและโรงเรียนอยากให้ชารีฟะฮฺชนะ เพื่อให้โรงเรียนมีชื่อเสียงขึ้นมา ผอ.ได้หน้า โรงเรียนได้งบเพิ่ม (แต่จะตกมาถึงนักเรียนไหม ไม่แน่ใจนัก) แต่เด็กน้อยไม่ได้สนใจชื่อเสียงหรือความมีหน้ามีตา หรืออะไรทั้งสิ้น เธอไม่ได้สนเกียรติบัตรหรือเกียรติยศใดๆ น่าอายนักที่ผู้ใหญ่ที่ควรจะมีความคิดมากกว่า กลับยึดติดกับชื่อเสียง เกียรติยศต่างๆนานา ที่สุดท้ายมันก็เอาไปไม่ได้ เหลือแต่ความดีงาม ที่จะช่วยเราตั้งแต่ในหลุมฝั่งศพจนโลกอาคิเราะฮฺ

อันฮาร l วารสารสมิอฺนาฯ เล่ม09

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s